Page 21 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 21

ความสัมพนั ธร์ ะหว่างไทยกับญีป่ ่นุ 9-11
อาศยั อยใู่ นอยธุ ยาจำ� นวนหลายรอ้ ยคน โดยมหี ลกั ฐานวา่ มชี าวญปี่ นุ่ ลภี้ ยั ศาสนามาจากเมอื งนางาซากแิ ละ
จากคำ� ใหก้ ารของบาทหลวง แอนโทนโิ อ คารท์ มู ทกี่ ลา่ ววา่ ทา่ นเคยประกอบพธิ มี หาสนทิ แกค่ รสิ เตยี นชาว
ญี่ปุ่น 400 คน ที่อยุธยาเม่ือ ค.ศ. 1627 ฉะน้ันคริสเตียนชาวญ่ีปุ่นท่ีลี้ภัยศาสนามาอยู่ท่ีอยุธยาน่าจะมี
จ�ำนวนมากกว่าท่ีคาดไว้ ชาวญ่ีปุ่นท่ีพ�ำนักในอยุธยามีผู้เชี่ยวชาญด้านการรบเช่นเดียวกับผู้เช่ียวชาญ
ชาวโปรตุเกส โดยมีบันทึกว่า “พวกโรนินที่รอดชีวิตจากสงครามเซกิงาฮาระและจากการสู้รบท่ีปราสาท
โอซากาไดโ้ ดยสารสำ� เภาญปี่ นุ่ มาแวะทส่ี ยามแลว้ พำ� นกั อยทู่ น่ี นั่ ” จากขอ้ ความนที้ ำ� ใหท้ ราบวา่ นกั รบทสี่ ญู เสยี
เจ้านายและกลายสภาพเป็นโรนิน (นักรบท่ีไม่เข้าสังกัด) ได้เดินทางมาถึงอยุธยาแล้วเร่ิมต้นชีวิตใหม่ท่ีน่ี
และชาวญป่ี นุ่ กลมุ่ นไ้ี ดก้ ลายเปน็ ทหารอาสาญป่ี นุ่ และเขา้ รบั ราชการในราชส�ำนกั อยธุ ยา การทช่ี มุ ชนญปี่ นุ่
ขยายตวั ขนึ้ เรอ่ื ยๆ  ในที่สดุ จึงมกี ารเรยี กบริเวณทีต่ งั้ ชุมชนนว้ี า่ “หมู่บ้านญ่ปี ่นุ ” ซ่ึงหลักฐานท่ีแสดงถงึ ท่ี
ตง้ั ของหมบู่ า้ นญป่ี นุ่ นไี้ ดป้ รากฏอย่ใู นหนงั สอื ชอ่ื “ตะวนั ออกตะวนั ตก” แตง่ โดยจางเซ่ ใน ค.ศ. 1617 โดย
หนงั สอื ตะวนั ออกตะวนั ตกบอกเลา่ การเดนิ เรอื จากปากแมน่ ำ้� เจา้ พระยามาจนถงึ กรงุ ศรอี ยธุ ยา ระหวา่ งเดนิ
เรอื จะพบ “ดา่ นฝรงั่ ” “ดา่ นญปี่ นุ่ ” ซงึ่ หมายความวา่ ไดม้ าถงึ หมบู่ า้ นโปรตเุ กสและหมบู่ า้ นญปี่ นุ่ นอกจาก
นจี้ ดหมายเหตลุ าลแู บรซ์ ง่ึ เขยี น โดย ซมี อง เดอ ลา ลแู บร์ ราชทตู ชาวฝรงั่ เศสทพ่ี ระเจา้ หลยุ สท์ ี่ 14 สง่ มา
เจรญิ สัมพนั ธ์ไมตรีกับอยธุ ยา ในปี ค.ศ. 1687 ได้ระบตุ �ำแหน่งของชมุ ชนญ่ปี ่นุ ไว้ในแผนทีโ่ บราณโดยใช้
คำ� วา่ “JAPPONOIS” นกั ประวตั ศิ าสตรญ์ ปี่ นุ่ ไดส้ นั นษิ ฐานวา่ มชี าวญปี่ นุ่ พำ� นกั อยใู่ นหมบู่ า้ นนร้ี าว 1,000-
1,500 คน

       ประวตั ศิ าสตรค์ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ญปี่ นุ่ สมยั อยธุ ยามกี ารกลา่ วถงึ “กรมทหารอาสาญปี่ นุ่ ”
อยใู่ นกฎหมายตราสามดวง ซง่ึ แบง่ ขนุ นางออกเปน็ ฝา่ ยทหารและฝา่ ยพลเรอื น โดยระบถุ งึ ตำ� แหนง่ “พระ
เสนาภิมุกข์เจ้ากรมอาสาญี่ปุ่น” ถือศักดินา 1,000 ไร่ ซ่ึงเจ้ากรมอาสาญ่ีปุ่นผู้ซ่ึงชาวญี่ปุ่นรู้จักกันอย่าง
แพร่หลายเช่นเดียวกับอยุธยาคือ “ยามาดะ นางามาซะ” ในหอจดหมายเหตุต่างแดนซ่ึงบันทึกโดย
พระนิกายเซน็ บนั ทกึ ไว้ว่า ยามาดะ นนิ ซาเอมอง คอื คนหามเกย้ี วของโอคุโบะ จิเอมอง (ไดเมยี วแห่ง
แคว้นชนุ ช)ู ได้ไปสยาม และได้รบั ราชการอยู่ทนี่ ่ัน จากบนั ทึกน้ยี ืนยนั ได้ว่ายามาดะ นนั ซาเอมองมีตัวตน
อยจู่ รงิ ในประวตั ศิ าสตรแ์ ละยงั พบวา่ ในพระราชสาสน์ ฉบบั หนงึ่ ของพระมหากษตั รยิ อ์ ยธุ ยามขี อ้ ความทกี่ ลา่ ว
ว่า “พระมหากษัตริย์อยุธยาเห็นชอบด้วยท่ียามาดะ นางามาสะ จะได้เป็นหัวหน้าชาวญ่ีปุ่นและได้รับ
พระราชทานพระราชทนิ นาม ซง่ึ จากการศกึ ษาของอวิ าโอะ เซออชิ ิ พบวา่ ยามาดะ นา่ จะเดนิ ทางถงึ อยธุ ยา
ค.ศ. 1612 และได้เลื่อนตำ� แหน่งอยา่ งรวดเร็ว โดยได้เป็นออกญาเสนาภมิ ขุ เมอ่ื ค.ศ. 1628 และไดด้ �ำรง
ตำ� แหนง่ หวั หนา้ หมบู่ า้ นญป่ี นุ่ ในระหวา่ ง ค.ศ. 1620-1630 เปน็ เวลานานถงึ 10 ปี โดยในขณะทร่ี บั ราชการ
เขาไดช้ ว่ ยปราบกบฏหลายครง้ั หลงั จากการสวรรคตของพระเจา้ ทรงธรรมกษตั รยิ ซ์ ง่ึ เขารบั ราชการอยดู่ ว้ ย
ความจงรักภกั ดี เจ้าพระยากลาโหมซ่ึงเป็นศัตรทู างการเมืองข้ึนมามีอำ� นาจ ยามาดะจึงถูกเนรเทศไปเปน็
เจา้ เมอื งนครศรธี รรมราช และได้ถงึ แกก่ รรมโดยเช่ือกนั วา่ เขาถูกลอบวางยาพิษ

       ภายหลงั ยามาดะ นางามาซะ เสยี ชวี ติ ทนี่ ครศรธี รรมราช กษตั รยิ พ์ ระองคใ์ หม่ (พระเจา้ ปราสาททอง)
มคี ำ� สงั่ ใหก้ องทหารเขา้ จโู่ จมหมบู่ า้ นชาวญปี่ นุ่ จากบนั ทกึ ปตั ตาเวยี ลงวนั ที่ 5 ธนั วาคม ค.ศ. 1631 กลา่ ววา่
“...แต่พวกญี่ปุ่นไหวตัวทัน จึงข้ึนเรือล่องหนีไปอย่างเงียบๆ ...” ด้วยเหตุน้ีหมู่บ้านญ่ีปุ่นในอยุธยาจึงถูก
เผาทำ� ลายไปครงั้ หนงึ่ แตก่ ส็ ามารถกลบั มาฟน้ื ตวั ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ในปี ค.ศ. 1633 ซง่ึ โยส เชาเตน หวั หนา้
   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26