Page 19 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 19
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งไทยกับญ่ีปนุ่ 9-9
การแลกเปลยี่ นคา้ ขายระหว่างอยุธยากบั ญีป่ ่นุ (ริวกวิ ) ใชก้ ารตดิ ต่อค้าขายโดยการเดินเรอื การ
เดนิ เรอื ระหวา่ งอยธุ ยากบั รวิ กวิ ตอ้ งอาศยั สภาพลมเปน็ สำ� คญั โดยปกตแิ ลว้ สำ� เภาทเ่ี ดนิ ทางจากอยธุ ยาจะ
ออกเรือในฤดใู บไม้รว่ ง ช่วงทล่ี มมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนอื เริม่ พดั จากพระราชสาสน์ จากริวกวิ ถงึ อยธุ ยา
ได้บอกเวลาไวว้ า่ ตงั้ แตเ่ ดือน 8 ถงึ เดอื น 9 (จนั ทรคต)ิ ขากลับเรือจะตอ้ งรอลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้อยู่
ท่อี ยธุ ยาเปน็ เวลาหลายเดอื นจนลมมรสุมตะวันตกเฉยี งใต้ เร่ิมพดั ในเดือน 5 หรอื เดอื น 6 ของปีถัดไป จึง
จะเดินทางกลับริวกิวได้ จ�ำนวนวันที่ต้องใช้ในการเดินเรือนั้นคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 40-50 วัน
สำ� หรบั สำ� เภาทใี่ ชใ้ นการคา้ ระหวา่ งอยธุ ยากบั ญป่ี นุ่ จากหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรร์ ะบวุ า่ มขี นาดทส่ี ามารถ
บรรทกุ คนตง้ั แตห่ นงึ่ รอ้ ยคนจนถงึ สองรอ้ ยกวา่ คน และยงั สามารถบรรทกุ สนิ คา้ ไดอ้ กี เปน็ จำ� นวนมาก เชน่
สามารถบรรทกุ ไมฝ้ างจากอยุธยาได้ถงึ 25,000 ชั่ง (ประมาณ 15 ตนั ) โดยหากเปรยี บเทียบกับส�ำเภาที่
โคลมั บสั แลน่ ไปพบทวปี อเมรกิ า ซง่ึ สำ� เภา 3 ลำ� จะบรรทกุ คนไดเ้ พยี ง 120 คน จงึ ถอื วา่ สำ� เภาทแี่ ลน่ ระหวา่ ง
ริวกวิ กับอยธุ ยานน้ั มขี นาดใหญ่มาก สำ� เภาริวกิวท่ีสามารถแลน่ ได้รวดเร็วและมีโครงสรา้ งท่แี ขง็ แรงเพราะ
ใชต้ ะปใู นการตอ่ โครงเรอื นนั้ เปน็ การรวมเอาวทิ ยาการดง่ั เดมิ ของรวิ กวิ เขา้ กบั ความรแู้ ละเทคโนโลยตี อ่ เรอื
ท่ีมาจากชาวจีนอพยพ ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นจีนฮกเกี้ยน 36 ตระกูล
ในเอกสาร “เรคิไดโฮอัน” นอกจากจะรวบรวมพระราชสาส์นทถี่ ือเปน็ หนงั สือทางการทูตจำ� นวน
หลายฉบบั ยงั ไดร้ วม “ใบเบิกร่อง” (Shissho) ท่เี ป็นขอ้ มลู ทางประวตั ศิ าสตรไ์ ว้ด้วย “ใบเบิกร่อง” เป็น
หนงั สอื ทที่ างการออกใหแ้ กส่ ำ� เภาทม่ี คี วามประสงคจ์ ะไปคา้ ขายกบั ตา่ งประเทศ โดยในชว่ ง 61 ปี ระหวา่ ง
ค.ศ. 1509-1570 มีการออกใบเบกิ ร่องให้แกเ่ รอื สนิ ค้าท่จี ะไปอยธุ ยาเท่าที่พบในปจั จุบนั มที ้ังสนิ้ 23 ฉบบั
ซ่ึงแต่ละฉบับมีข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ในการศึกษาประวัติศาสตร์มาก คือ มีการระบุถึงจ�ำนวนคนท่ีไปกับ
เรือส�ำเภาแต่ละล�ำ จ�ำนวนต่�ำสุดคือ 112 คน สูงสุดคือ 238 คน ท�ำให้สามารถสันนิษฐานขนาดของเรือ
แตล่ ะลำ� ได้และมักมกี ารระบุชอ่ื ของผมู้ ตี �ำแหน่งหนา้ ทสี่ �ำคญั ๆ ไว้ด้วย เชน่ ทูต อปุ ทตู และล่าม ซงึ่ ทั้ง 3
ตำ� แหนง่ นี้จะเป็น “นกั การทตู ” มีหนา้ ที่รบั ผดิ ชอบในการเจรจาตดิ ตอ่ ซงึ่ มกั จะเปน็ ชาวริวกิว อีกพวกหนึ่ง
คอื ชอ่ื ของผทู้ รี่ บั ผดิ ชอบในการเดนิ เรอื เชน่ นายสำ� เภาและผจู้ ดั การดแู ลภายในสำ� เภาซงึ่ พวกหลงั นม้ี กั เปน็
ชาวจนี ในปี ค.ศ. 1570 สำ� เภารวิ กวิ ทเ่ี คยตดิ ตอ่ คา้ ขายกบั อยธุ ยาเปน็ ประจำ� ไดย้ ตุ กิ ารมาเยอื น มใิ ชเ่ ฉพาะ
อยุธยาเท่านั้น เพราะนับจากปี ค.ศ. 1570 เป็นตน้ ไป กษตั ริย์ริวกิวไดย้ ุตกิ ารสง่ สำ� เภามายงั เอเชียตะวัน
ออกเฉยี งใต้ เนอ่ื งจากรวิ กวิ เรมิ่ มคี แู่ ขง่ ทางดา้ นการคา้ ทม่ี คี วามสามารถ ในจำ� นวนคแู่ ขง่ เหลา่ นม้ี พี อ่ คา้ ชาว
จนี ทไี่ มส่ นใจตอ่ นโยบายหา้ มชาวจนี ออกนอกประเทศ นอกจากนย้ี งั มเี รอื สำ� เภาตดิ อาวธุ ของโปรตเุ กสและ
สเปน ซ่ึงมีที่มั่นท่ีมาเก๊าและมะนิลา นอกจากนี้ส�ำเภาญ่ีปุ่น “โกะชูอินเซน” ท่ีได้รับใบเบิกร่องประทับ
ตราแดงจากโชกนุ ไดเ้ ขา้ มาเดินเรอื อยู่ในน่านน�้ำทะเลจีนใต้แทนท่ีส�ำเภาริวกิว
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญ่ีปุ่นสมัยอยุธยา ค.ศ. 1570-16883
ในครึ่งแรกของพุทธศตวรรษท่ี 22 (คร่ึงหลังของคริสต์ศตวรรษท่ี 16) ญี่ปุ่นได้พัฒนาการผลิต
ทางการเกษตรไดด้ ขี น้ึ รวมถงึ การพฒั นาสนิ คา้ อน่ื ๆ ทำ� ใหส้ ามารถผลติ สนิ คา้ สง่ ออกทสี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ ผา้ ไหม
3 อชิ อิ ิ โยเนะโอะ และโยชิกาวะ โทชิฮารุ, ความสมั พนั ธ์ไทย-ญี่ปุ่น 600 ป,ี 34-65.

