Page 25 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 25

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญีป่ ุ่น 9-15
ทดั เทยี มนานาอารยประเทศ ชว่ งเวลาดงั กลา่ วถอื วา่ ทงั้ ไทยและญป่ี นุ่ ตา่ งเรมิ่ ตน้ กระบวนการพฒั นาประเทศ
สู่ความเป็นสมัยใหม่ ท่ามกลางภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมท่ีน�ำไปสู่การล่าอาณานิคม ในช่วงเวลา
ดงั กลา่ วทงั้ ไทยและญป่ี นุ่ ดำ� เนนิ ความพยายามอยา่ งสงู สดุ ในการรกั ษาเอกราชของชาตไิ ว้ และทงั้ 2 ประเทศ
สามารถคงความเปน็ เอกราชโดยรอดพน้ จากการเปน็ อาณานคิ มของชาตติ ะวนั ตก ในขณะทปี่ ระเทศเพอ่ื น
บ้านของไทยและญ่ีปนุ่ ต่างพากนั ตกเปน็ อาณานคิ มของมหาอำ� นาจตะวันตก  

       ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นได้
กลับมามีการแลกเปล่ียนติดต่อกันใหม่อีกคร้ัง โดยมีการลงนามใน “หนังสือปฏิญญาว่าด้วยทางพระราช
ไมตรีและการคา้ ขายในระหวา่ งสยามกบั ประเทศญ่ปี ุ่น” ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1887 (ตรงกับปีเมจทิ ี่
20) หนังสือปฏิญญาว่าด้วยทางพระราชไมตรีและการค้าขายท่ีลงนามระหว่างสยามประเทศและญี่ปุ่นนับ
ว่าเป็นความสัมพันธ์ทางการทูตที่รัฐบาลสมัยเมจิได้ลงนามกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้ง
แรก4 และสะท้อนถึงความสัมพนั ธใ์ กล้ชิดระหว่างไทยกบั ญ่ีปนุ่ ในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ ภายหลังการสถาปนา
ความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับญ่ีปุ่นท้ังสองประเทศได้มีการสถาปนาสถาน
เอกอคั รราชทตู ทงั้ ทโ่ี ตเกยี วและกรงุ เทพมหานคร สาระสำ� คญั ของหนงั สอื ปฏญิ ญาวา่ ดว้ ยทางพระราชไมตรี
และการคา้ ขายในระหวา่ งสยามกบั ญป่ี นุ่ คอื ไทยและญปี่ นุ่ จะสถาปนาความสมั พนั ธต์ อ่ กนั สง่ เสรมิ การคา้
และการเดินเรอื โดยปฏญิ ญานี้มผี ลบงั คับใชอ้ ยา่ งเป็นทางการใน ค.ศ. 1888

       ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ญปี่ นุ่ แนน่ แฟน้ มากยง่ิ ขน้ึ ภายหลงั การลงนามหนงั สอื ปฏญิ ญาวา่ ดว้ ย
ทางพระราชไมตรีและการค้าขายระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เห็นได้จากมีการเสด็จเยือนประเทศญี่ปุ่นของ
พระราชวงศไ์ ทย และการเยอื นของบคุ คลชน้ั นำ� จากประเทศไทยซงึ่ นำ� ไปสกู่ ารสง่ ทป่ี รกึ ษาญปี่ นุ่ มาประเทศไทย
โดยท่ีปรึกษาญี่ปุ่นหลายท่านได้สร้างคุณูปการแก่ประเทศไทยในการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย อาทิ
ยาซุย เทต็ สึ (Yasui Tetsu) ครใู หญค่ นแรกของโรงเรยี นราชินที ่เี ป็นชาวญ่ปี นุ่ คาวานโน คโิ ย (Kawano
Kiyo) และนาคาจิมา โทชิ (Nakajima Toshi) ท้ัง 3 คน มีบทบาทส�ำคัญในการก่อตั้งโรงเรียนราชินี
ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นกฎหมาย คอื มาซาโอะ โทคชิ ิ (Masao Tokichi) เคยดำ� รงตำ� แหนง่ ทปี่ รกึ ษาทางกฎหมาย
ในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โทคชิ ิ ผทู้ ม่ี บี ทบาทสำ� คญั ในการชว่ ยรา่ งกฎหมายอาญา
และจดั ทำ� กฎหมายพาณชิ ย์ ในชว่ งเวลาดงั กลา่ วประเทศไทยกำ� ลงั ดำ� เนนิ การกอ่ ตง้ั ระบบกฎหมายสมยั ใหม่
เพอ่ื ใหร้ บั กบั เงอื่ นไขในการเจรจาทบทวนสนธสิ ญั ญาทไ่ี มเ่ สมอภาคกบั ประเทศตะวนั ตก สำ� หรบั ภาคเอกชน
นน้ั ไดม้ กี ารกอ่ ตง้ั “สมาคมเอเชยี ” (Toho Kyokai) ขนึ้ เพอื่ ทำ� การศกึ ษาคน้ ควา้ เกยี่ วกบั เอเชยี ตะวนั ออก
เฉยี งใต้ ในเดอื นเมษายน ค.ศ. 1891 โดยโซเอจมิ า ทาเนโอมิ (Soejima Taneomi) อดตี เสนาบดกี ระทรวง
ตา่ งประเทศ และบคุ คลสำ� คญั หลายคน เชน่ อนิ างาคิ มนั จโิ ร (Inagaki Manjiro) อคั รราชทตู ญปี่ นุ่ ประจำ�
ประเทศไทยคนแรก ผเู้ สนอแนวคดิ วงไพบูลย์ของประเทศรอบๆ   มหาสมุทรแปซฟิ กิ ได้เคยใช้สมาคมนี้
เปน็ ที่แสดงความคดิ เห็นในเรือ่ งต่างๆ  เชน่ เขียนบทความช่อื “ความคดิ เหน็ เร่ืองการอพยพคนไปเอเชยี
ตะวันออกเฉียงใต”้ ลงใน “วารสารสมาคมเอเชีย” ฉบบั ที่ 2 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 18915

         4 Kyoji Komachi, “Thai-Japanese Relations: Its Future Beyond Six Hundred Years,” (special lecture,
Seminar Room 3, Institute of East Asian Studies, Thammasat University, Rangsit Campus, September 7, 2010): 1.

         5 อิชิอิ โยเนะโอะ และ โยชิกาวะ โทชิฮารุ, ความสัมพันธไ์ ทย-ญี่ปุ่น 600 ป,ี 97.
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30