Page 29 - การระหว่างประเทศของไทย
P. 29
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งไทยกบั ญปี่ ่นุ 9-19
ยคุ หลังสงครามโลกคร้งั ท่ี 2 เยอื นไทยใน ค.ศ. 195711 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพระบรมวงศานวุ งศ์ของทัง้
สองประเทศมีความใกล้ชิดสนิทสนมโดยมีการแลกเปลี่ยนเสด็จเยือนกันอย่างสม�่ำเสมอ อาทิ เดือน
พฤษภาคม ค.ศ. 1963 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ นี าถไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ เยอื นญปี่ นุ่ อยา่ งเปน็ ทางการ ตอ่ มาในเดอื นธนั วาคม ค.ศ. 1964
เจ้าชายอากิฮิโต มกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยเจ้าหญิงมิชิโกะ พระชายา เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็น
ทางการเป็นการตอบแทน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีความผูกพันกับสมเด็จ
จักรพรรดิอากิฮิโตต้ังแต่ยังทรงพระยศมกุฎราชกุมาร นับจากน้ันพระราชวงศ์ของไทยและญี่ปุ่นได้แลก
เปล่ียนการเยี่ยมเยือนระหว่างกันอย่างสม�่ำเสมอ ท้ังในระดับการเยือนอย่างเป็นทางการและในฐานะพระ
ราชอาคันตุกะส่วนพระองคซ์ ่ึงมคี วามส�ำคญั ตอ่ ความสมั พนั ธข์ องท้งั 2 ประเทศ
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในยุคสงครามเย็นด�ำเนินอย่างใกล้ชิดโดยท่ีไทยมีความรู้สึกดี
ตอ่ ญป่ี นุ่ สาเหตสุ ำ� คญั คอื ไทยไมม่ ปี ระวตั ศิ าสตรค์ วามทรงจำ� ทข่ี มขน่ื เจบ็ ปวดกบั ญป่ี นุ่ เหมอื นกบั เกาหลใี ต้
จีน ฟลิ ิปปนิ ส์ อนิ โดนเี ซีย ออสเตรเลยี ซง่ึ ญ่ีปนุ่ ไดส้ ร้างรอยร้าวและความเกลียดชังแกป่ ระเทศดังกล่าวใน
สมัยสงครามโลกคร้ังที่ 2 แต่ไทยและญี่ปุ่นไม่มีบาดแผลทางประวัติศาสตร์ต่อกัน รวมทั้งไทยยังเป็น
พันธมิตรของญ่ีปุ่นในช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี 2 ไทยมองญ่ีปุ่นในภาพบวกมากที่สุดในเอเชียถ้าเทียบกับ
ประเทศอน่ื ๆ จากเหตผุ ลขา้ งตน้ ญปี่ นุ่ ตระหนกั วา่ ตลอดชว่ งสงครามเยน็ ไทยเปน็ ประเทศทมี่ บี รรยากาศใน
การตอ่ ต้านญ่ปี ุน่ น้อยทสี่ ดุ ในเอเชยี ดงั นน้ั ตลอดยุคสงครามเย็นญปี่ นุ่ จงึ ใช้โอกาสทไี่ ทยมคี วามรสู้ กึ ที่เปน็
บวกต่อคนญี่ปุ่นในการท่ีใช้ไทยเป็นฐานของการด�ำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของญี่ปุ่นในเอเชีย
สังเกตได้ว่าญี่ปุ่นให้ความส�ำคัญต่อไทยมาก เคร่ืองบ่งชี้หน่ึงคือสถานทูตญ่ีปุ่นในกรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าท่ี
สถานทูตมากทีส่ ดุ แหง่ หนง่ึ ในเอเชยี สะท้อนให้เห็นวา่ ญป่ี นุ่ ตอ้ งการทจ่ี ะใช้กรงุ เทพฯ เป็นฐานส�ำคัญ เป็น
ศนู ยก์ ลางในการตดิ ตอ่ ในการดำ� เนนิ นโยบายตา่ งประเทศของญปี่ นุ่ ในภมู ภิ าคน้ี เพราะรวู้ า่ ไทยมบี รรยากาศ
ที่ต้อนรบั ญ่ปี นุ่ มากท่ีสุดในภมู ิภาคน้ี
เชน่ เดยี วกบั ดา้ นธรุ กจิ ภาคเอกชนญปี่ นุ่ เขา้ มาตงั้ ฐานดา้ นธรุ กจิ ในไทยมาโดยตลอด หลกั ฐานสำ� คญั
ท่ีเป็นเคร่ืองบ่งชี้ในการใช้ไทยเป็นฐานการด�ำเนินธุรกิจของภาคเอกชนญี่ปุ่น คือ หอการค้าญี่ปุ่น (The
Japanese Chamber of Commerce: JCC) ซึง่ สมาชิกคอื บรษิ ัทญ่ีปนุ่ ทีท่ �ำธรุ กิจในประเทศไทย ญี่ปนุ่
มีหอการค้ากระจายอยู่ท่ัวโลก เช่น หอการค้าในสหรัฐอเมริกา ฝร่ังเศส แต่หอการค้าญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ
มจี ำ� นวนสมาชกิ ทีเ่ ปน็ บริษทั ญี่ปนุ่ ทม่ี าด�ำเนินธรุ กจิ ในไทยมากท่สี ุดแหง่ หนง่ึ ของโลก จ�ำนวน 1,000 กว่า
บริษทั น้เี ปน็ เคร่ืองบ่งชีใ้ ห้เห็นถงึ การทีญ่ ป่ี ่นุ ให้ความสำ� คัญตอ่ ไทยในการเปน็ ฐานในการดำ� เนนิ ธรุ กิจ12
ตลอดยคุ สงครามเยน็ ประเทศไทยดำ� เนนิ ความสมั พนั ธก์ บั ญปี่ นุ่ บนพน้ื ฐานของการแลกเปลยี่ นและ
ปฏสิ มั พนั ธท์ างดา้ นเศรษฐกจิ เปน็ หลกั ประกอบกบั รฐั บาลไทยในยคุ สงครามเยน็ มนี โยบายพฒั นาประเทศ
โดยการส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ นับต้ังแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบบั ที่ 1 เริม่ ใชใ้ น ค.ศ. 1961 ญ่ีปุ่นเร่มิ เขา้ มามบี ทบาทส�ำคญั ตอ่ การค้าและการลงทนุ ในประเทศไทยมาก
11 กรมเอเชียตะวนั ออก, ขอ้ มูลภูมิหลังเกีย่ วกบั ประเทศญ่ีป่นุ , (กรงุ เทพฯ: 2535), 34-35.
12 ประภสั สร์ เทพชาตร,ี “ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ญป่ี นุ่ ”, เอกสารการสอนชดุ วชิ าความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ตา่ ง
ประเทศ, สาขาวิชารฐั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช, (นนทบรุ :ี ส�ำนักพิมพ์มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช 2548), 7-8.

