Page 31 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 31

แนวคดิ ภาพยนตร์หลงั ทศวรรษ 1970 7-21
มาแล้ว ก็บรรจุชุดความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งลงไปในความบันเทิงนั้นอย่างแนบเนียน โดยท่ีอาจจะไม่รู้
ตัวหรือเป็นไปโดยธรรมชาติตัวตนท่ีถูกกล่อมเกลามานั่นเอง

       2. 	ในฐานะผู้ดู หรือผู้วิเคราะห์วิจารณ์ภาพยนตร์ เม่ือน�ำแนวคิดส�ำนักมาร์กซิสม์ใหม่มาใช้ใน
ฐานะผู้ดู หรือผู้วิเคราะห์วิจารณ์ภาพยนตร์ สามารถพิจารณาได้ว่าภาพยนตร์แต่ละเร่ืองมีแนวโน้มท่ีจะ
สนบั สนนุ ตอ่ รอง หรือตอ่ ตา้ นอุดมการณต์ า่ งๆ อยา่ งไร แต่การจะท�ำเช่นนัน้ ได้ต้องมี “เครอ่ื งมอื ” ในการ
รื้อถอน “สาร” ที่ซุกซ่อนในภาพยนตร์ เครื่องมือดังกล่าวอาจจะเป็น วิธีการเล่าเรื่อง สัญญะ และภาพ
ตัวแทน ในส่วนน้ีทฤษฎีในสายโครงสร้างนิยม และสัญวิทยาได้เข้ามามีบทบาทช่วยวิเคราะห์อุดมการณ์
ได้ (โปรดอ่านรายละเอยี ดวธิ กี ารวิเคราะหใ์ นหนว่ ยท่ี 8 ตอนที่ 8.3)

       นักวิจารณ์ในส�ำนักนี้เช่ือว่า ภาพยนตร์แต่ละเรื่องถูกประกอบสร้างขึ้นมาด้วยระบบคิดชุดใดชุด
หนึง่ การจะ “คน้ หา” ชุดความคดิ นต้ี อ้ งรือ้ ถอนองคป์ ระกอบตา่ งๆ ของภาพยนตรด์ ังกลา่ ว และตีความ
ชุดความคดิ /ภาพตัวแทน ซึ่งไมจ่ �ำเป็นตอ้ งเปน็ อุดมการณก์ ระแสหลักหรือเกีย่ วขอ้ งกบั รัฐเสมอไป อาจจะ
เป็นอุดมการณข์ องกลมุ่ ด้อยอ�ำนาจซ่ึงทา้ ทายอำ� นาจตา่ งๆ และทส่ี �ำคญั การวจิ ารณต์ ามแนวมาร์กซิสม์ก็
มักจะผสมผสาน “เคร่อื งมอื ” อ่นื ๆ ไปด้วย เชน่ ผสมการวจิ ารณ์ตามบริบท การวิจารณ์รูปแบบนิยม และ
การวจิ ารณต์ ระกลู ภาพยนตร์ เปน็ ตน้ (นกั ศกึ ษาสามารถอา่ นรายละเอยี ดการวจิ ารณแ์ บบตา่ งๆ เหลา่ นใ้ี น
หน่วยต่างๆ ของเอกสารการสอนชุดวชิ านี้)

       เกย่ี วกบั ประเดน็ นี้ บญุ รกั ษ์ บญุ ญะเขตมาลา (2552) ไดร้ ะบถุ งึ มาตรวดั อดุ มการณใ์ นภาพยนตร์
ว่า  ภาพยนตร์แต่ละเรื่องอาจจะอยู่ใน “ท่ีตั้งทางอุดมการณ์” ระดับใดระดับหน่ึงใน 5 ระดับนี้ ได้แก่
(บุญรักษ์ บญุ ญะเขตมาลา, 2552, น. 62-64)

            1) 	 ภาพยนตร์ท่ีผลิตซ้ําอุดมการณ์กระแสหลักอย่างไม่มีเง่ือนไขและอย่างไม่รู้สึกตัว
ภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุม่ นี้ โดยนายทุนผ้สู ร้างหนังจะอา้ งว่า เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการของผูด้ ู

            2) 	 ภาพยนตร์ที่ผลิตซ้ําอุดมการณ์กระแสหลักอย่างไม่มีเง่ือนไข แต่อย่างรู้สึกตัว เป็น
ภาพยนตร์ท่ีมักเก่ียวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองบางอย่าง โดยน�ำเสนอปัญหาแต่ไม่มีทางออกใหม่ๆ
หรอื เสนอวา่ ทางออกมอี ยู่ในอดุ มการณ์เดิม

            3) 	 ภาพยนตร์ที่เมื่อพิจารณาอย่างผิวเผินแล้วอาจจะเข้าใจว่า เป็นการผลิตซํ้าอุดมการณ์
กระแสหลัก ทวา่ การวเิ คราะหอ์ ยา่ งลกึ ซง้ึ กลบั จะมองเหน็ ความคลมุ เครอื มากขนึ้ ทกุ ที เปน็ ภาพยนตรท์ นี่ ำ�
เสนอปัญหาต่างๆ อย่างคมคายดว้ ยศลิ ปะการน�ำเสนอของภาพยนตร์ และกดั เซาะอุดมการณก์ ระแสหลกั
ใหผ้ กุ รอ่ นจากภายใน แตไ่ ม่ให้ค�ำตอบตรงๆ วา่ ใครควรท�ำอะไร และอยา่ งไรตอ่ ไป

            ในมุมมองของผู้เขียนหนว่ ย เหน็ วา่ A Clockwork Orange (Stanley Kubrick, 1971)
และฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พนู พริ ยิ ะ, 2560) เปน็ ตวั อยา่ งท่ีดขี องภาพยนตร์ประเภทนี้

            4) 	 ภาพยนตร์ที่วิพากษ์อุดมการณ์กระแสหลัก แลว้ ชนี้ ำ� วา่ จำ� เปน็ จะตอ้ งหาทางออกใหมๆ่
ในทางการเมอื ง ภาพยนตร์ประเภทนมี้ ีจำ� นวนนอ้ ยมาก

            5) 	 ภาพยนตร์ท่ีปฏิเสธอุดมการณ์กระแสหลัก ภาพยนตร์แบบนี้จะปรากฏขึน้ ในประเทศ
ทม่ี คี วามขดั แยง้ ทางการเมอื งสงู จนกระทง่ั ไมม่ ฝี า่ ยใดครองอำ� นาจเดด็ ขาด และมกั ใชอ้ าวธุ แกง่ แยง่ อำ� นาจ
รัฐกนั
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36