Page 49 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 49
แนวคดิ ภาพยนตรห์ ลงั ทศวรรษ 1970 7-39
ส�ำหรับความไม่แยกแยะความจริงระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน หรือ schizophrenic มิใช่
อาการทางจติ (เนอ่ื งจากเปน็ ศพั ทท์ ท่ี างการแพทยใ์ ชส้ ำ� หรบั ผปู้ ว่ ยทไ่ี มส่ ามารถแยกแยะผดิ ถกู หรอื โลกแหง่
ความจรงิ และโลกเสมือนได้) แตห่ มายถงึ วัฒนธรรมของโลกในยคุ โพสต์โมเดริ น์ นนั้ เปน็ ประสบการณท์ ่ี
เตม็ ไปดว้ ยการไมแ่ ยกแยะหรอื ผสมปนเประหวา่ งความจรงิ และความลวง (Morley, 1996) เชน่ ภาพยนตร์
เร่อื ง Inception (Christopher Nolan, 2010)
และการหวนอดีตในที่นี้ (nostalgia) ส�ำหรับโพสตโ์ มเดิรน์ กม็ ไิ ดห้ มายถึงการหวนอาลยั อดีตที่
สวยงามอย่างทโ่ี ลกในยคุ สมยั ใหม่เขา้ ใจ แตเ่ ป็นการหวนอดตี ทีน่ �ำเอาสงิ่ ต่างๆ มาลอกเลียนแบบใหม่ มา
ปะติดปะต่อใหม่ มาผลิตซํ้า ดังน้ันเมื่อกล่าวถึง ภาพยนตร์หวนอดีต (nostalgia film) ในแนวคิดแบบ
โพสตโ์ มเดริ น์ กอ็ าจจะนำ� เสนอใหเ้ หน็ กระบวนการลอกเลยี นแบบอดตี อยา่ งตลกขบขนั และมรี ปู แบบการนำ�
เสนอที่ไม่สามารถแยกแยะโลกจริงและโลกเสมือนได้ เช่น ภาพยนตร์เร่ือง American Graffiti (1973)
กำ� กบั โดยจอร์จ ลูคัส (George Lucas) (Thompson, 1992)
การน�ำทฤษฎีไปใช้: การผลิตภาพยนตร์และการวิเคราะห์วิจารณ์ภาพยนตร์
สง่ิ หนง่ึ ทน่ี กั ศกึ ษาตอ้ งตระหนกั คอื มใิ ชว่ า่ ทฤษฎโี พสตโ์ มเดริ น์ เปน็ เชน่ นี้ แลว้ ผสู้ รา้ งภาพยนตร์
ต้ังใจสร้างภาพยนตร์ตามทฤษฎี
ในความเป็นจรงิ คือ โลกของวงการภาพยนตร์ก็ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากบรบิ ทต่างๆ ทอ่ี ธิบายมาตงั้ แต่
ตอนตน้ รวมทง้ั อทิ ธพิ ลดา้ นปรชั ญา ความคดิ ศลิ ปะ วรรณกรรม และเทคโนโลยกี ารสอื่ สารยคุ ดจิ ทิ ลั ทำ� ให้
ภาพยนตร์ทผ่ี ลิตออกมาในชว่ งหลังทศวรรษ 1980 มลี กั ษณะสะท้อนความเปน็ โพสตโ์ มเดิร์นชัดเจนและมี
จ�ำนวนมากขึ้น แม้วา่ นักคิดท้ังหมดทกี่ ล่าวมาจะมอี ิทธพิ ลอยา่ งสูงตอ่ โลกตะวนั ตก แตม่ ไิ ด้หมายความวา่
ผู้สร้างภาพยนตรไ์ ด้เดนิ ตามความคิดของนักทฤษฎีเหล่านี้
ในหลายกรณีเป็นในทางตรงกันข้าม คือ โลกของภาพยนตร์และส่ือมวลชน ได้คืบหน้าไปใน
ลักษณะโพสต์โมเดิร์นอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะอย่างย่ิงภาพยนตร์เหนือจริง ท่ีแสดงโลกเสมือนที่เกิดจาก
โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ เชน่ เร่อื ง The Matrix (Lana Wachowski และ Lilly Wachowski, 1999)
แต่นักทฤษฎียุคหลังสมัยใหม่ได้จับเอาปรากฏการณ์ทางส่ือและศิลปะมาวิเคราะห์ถึงลักษณะเด่นของโลก
หลังสมยั ใหมใ่ นศิลปะภาพยนตร์
ในขณะเดยี วกนั ผสู้ รา้ งภาพยนตรห์ ลายรายกน็ ยิ มสรา้ งภาพยนตรท์ แ่ี ปลกใหม่ ไมอ่ งิ กบั สตู รส�ำเรจ็
ทลายการเล่าเรือ่ งแบบเดิม ใช้การลอกเลียนแบบในเชงิ ขบขนั มีสภาวะลํ้าจรงิ และน�ำไปสูก่ ารคิดแบบนัก
คิดมาร์กซิสต์ใหม่ คือ ชนช้ันในโลกหลังสมัยใหม่ มิใช่ชนชั้นนายทุนและกรรมกรเท่าน้ัน แต่ชนช้ันจะมี
ลกั ษณะไหลเลอ่ื นไปมาตามการผสมผสานของการเลา่ เรอ่ื ง และการปะตดิ ปะตอ่ ของความรเู้ กา่ ๆ ทอี่ าจจะ
ปรากฏในโลกเสมือนของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และมีกลไกขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล เส้นแบ่งของ
วัฒนธรรมชนช้นั ในสายมาร์กซิสตเ์ ก่าจึงจางหายไป (สุภางค์ จนั ทวานิช, 2557)
อยา่ งไรกต็ าม เมอ่ื นำ� ทฤษฎมี าใชใ้ นฐานะนกั วเิ คราะหว์ จิ ารณภ์ าพยนตร์ ในประเทศไทยการสรา้ ง
หนังแนวโพสตโ์ มเดิร์นมไิ ดแ้ พร่หลายมากนัก ประกอบกับสงั คมไทยก็มีความแตกตา่ งจากสังคมตะวนั ตก

