Page 48 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 48
7-38 ทฤษฎีและการวจิ ารณภ์ าพยนตร์
2.1 สงั คมได้แปรเปลยี่ นเขา้ ส่ยู ุคหลังอุตสาหกรรม หรือยคุ โพสตโ์ มเดริ ์น เมื่อคอมพิวเตอร์
เขา้ มามบี ทบาทสำ� คญั ในสงั คมและสง่ ผลกระทบอยา่ งมากตอ่ ปรากฏการณต์ า่ งๆ ความรหู้ รอื ความจรงิ ตา่ งๆ
ล้วนเปน็ ผลมาจากสังคมท่ขี ับเคลื่อนด้วยคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีขั้นสงู (Lyotard, 1984)
2.2 ปฏเิ สธวาทกรรมหลกั หรอื เรอื่ งเลา่ หลกั (metanarrative/grand narrative) อนั หมายถงึ
การปฏเิ สธความรหู้ รอื ความจรงิ ระดบั ทฤษฎใี หญท่ ม่ี มี ากอ่ นหนา้ ในยคุ สมยั ใหม่ เชน่ ทฤษฎมี ารก์ ซสิ มย์ คุ เดมิ
ทเ่ี ชอ่ื ในความขดั แยง้ ทางชนชนั้ นายทนุ และกรรมกร วาทกรรมของศลิ ปนิ ระดบั ใหญๆ่ หรอื นกั ปรชั ญาตา่ งๆ
กล็ ว้ นแตต่ อ้ งถกู ทบทวน เพราะวาทกรรมตา่ งๆ ในสงั คมลว้ นแตเ่ สอื่ มพลงั ลง เนอื่ งจากในโลกหลงั สมยั ใหม่
ไม่มอี ะไรแน่นอนตายตวั (Lyotard, 1984)
ด้วยแนวคิดเช่นน้ีเอง จึงส่งอิทธิพลต่อโลกภาพยนตร์อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลวิธีการ
เล่าเรื่องที่มิได้ด�ำเนินไปตามสูตรส�ำเร็จ แต่เดิมทฤษฎีการเล่าเรื่องแบบเดิมที่มีขนบว่า ต้องเร่ิมปูภูมิหลัง
ขยายบุคลิกลกั ษณะและความตอ้ งการของตัวละคร แสดงปมขัดแย้งของเรื่อง และลงท้ายด้วยสรปุ จบของ
ปัญหา แต่การเล่าเรอื่ งของภาพยนตรใ์ นยุคโพสต์โมเดิร์น ไมม่ ีรปู แบบที่แน่นอนตายตวั และมีหลายเรอื่ ง
ทเ่ี ล่าสะเปะสะปะ กลับไปกลบั มา หรือเลา่ ย้อนหลัง หรอื ใช้ความทรงจ�ำมาเล่าเร่ือง จนหลายครัง้ จบั ไมไ่ ด้
วา่ เรอื่ งใดคอื เรอื่ งจรงิ แท้ เชน่ ภาพยนตรเ์ รอ่ื ง Memento (Christopher Nolan, 2000) รวมทง้ั ภาพยนตร์
นอกกระแส หรือภาพยนตร์ทดลองที่ไม่ด�ำเนินการเล่าเรื่องตามสูตรส�ำเร็จใดๆ เช่น ดอกฟ้าในมือมาร
(องั กฤษ: Mysterious Object at Noon-2543) เปน็ ภาพยนตรส์ ารคดแี นวทดลอง กำ� กบั โดยอภชิ าตพิ งศ์
วีระเศรษฐกลุ
3. เฟดริก เจมส์สัน เปน็ นกั คดิ สายมารก์ ซสิ มช์ าวอเมรกิ นั ทโี่ ดดเดน่ ในการเชอื่ มตอ่ แนวคดิ ในเชงิ
วฒั นธรรมกบั สอื่ สารมวลชนและแก่นหลักของโพสตโ์ มเดริ ์น โดยเสนอแนวคดิ เดน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับศิลปะ
โพสต์โมเดิร์น (postmodernism) ได้แก่ การลอกเลียนเชิงปะติดปะต่อ (pastiche) การลอกเลียนเชิง
ล้อเลียน (parody) ความไม่แยกแยะความจริงและโลกเสมือน (schizophrenic) และการหวนอดีต (nos-
talgia)
ความหมายของ pastiche และ parody มคี วามคลา้ ยคลงึ กนั น่นั คือ การลอกเลียนหรือผลิตซํ้า
ของเดิม แต่ pastiche หมายถึงการลอกเลียนจากหลาย ๆ แหล่ง หลายสิ่ง หลายความคิดโดยนำ� มาผสม
หรือปะติดปะต่อกัน ไม่จ�ำเป็นที่การปะติดปะต่อนั้นจะน�ำไปสู่ความคิดใหม่ และมิได้มุ่งเพื่อล้อเลียนตลก
ขบขัน แต่ใหอ้ ารมณค์ วามรู้สึกหลากหลาย เช่น การผลติ มวิ สิควิดีโอ มีการปะติดปะตอ่ เร่ืองราวสนั้ ๆ ใน
หน่งึ เพลง รวมทัง้ ในท�ำนองเพลงกค็ อื การปะตดิ ปะตอ่ ทำ� นองเกา่ มาเรียบเรียงใหมด่ ว้ ย
parody หมายถึงทั้งการลอกเลียนเพียงสิ่งเดียว แนวคิดเดียว เร่ืองเดียว หรือหลายสิ่ง หลาย
แนวคิด หลายเร่ือง เพื่อล้อเลียนเสียดสีสร้างอารมณ์ตลกขบขัน เช่น ภาพยนตร์เร่ือง Pulp Fiction
(Quentin Tarantino, 1994) ทน่ี �ำเอาฉากในอดตี ต่างๆ ของสังคมอเมรกิ ันมารวมไว้และลอ้ เลียนเสยี ดสี
ค่านยิ มและตวั ละครตา่ งๆ อยา่ งตลกขบขัน ให้ความรูส้ ึกท้ังจริงและลวงในเวลาเดียวกนั
ในแนวคิดแบบโพสต์โมเดิร์น ไม่เชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้จะมีสิ่งใหม่ ทั้งแนวคิด ส่ือ หรือ
ผลงานศลิ ปะตา่ ง ๆ กล็ ว้ นผลติ ซา้ํ ของเกา่ และความจรงิ มไิ ดม้ หี นงึ่ เดยี ว หากแตม่ หี ลายชดุ การกระทำ� ซาํ้
ด้วยวธิ ีการทั้งสองแบบน้ีจึงเกดิ ขนึ้ เสมอ

