Page 66 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 66

15-56 กลยุทธ์การประชาสมั พันธ์
รวมถงึ ปัจจยั หรอื ประเด็นที่สง่ ผลกระทบตอ่ ความรู้สึกของพวกเขา การวิจัยยังรวมถึงปัจจัยเชิงจิตวิทยา3
(psychological profile) และองค์ประกอบที่มีผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าร่วมกิจกรรม เข้าไปมีส่วนร่วม
อุดมการณท์ างการเมือง และทัศนคติทีม่ ีตอ่ ผสู้ มัครรับเลือกตั้งทย่ี ังอยใู่ นตำ� แหน่งและผทู้ า้ ชิงดว้ ย

       สภาพแวดล้อมทางสงั คมและวิถีการด�ำเนนิ ชีวิต คา่ นยิ มและทศั นคติที่มีต่อประเดน็ ตา่ งๆ เหลา่ น้ี
คือ พ้ืนฐานของการวิเคราะหก์ ลุ่มเป้าหมายด้านประชากรศาสตร์ และวิถกี ารด�ำเนินชวี ติ ทมี่ ผี ลตอ่ การวาง
กลยทุ ธ์ทางการตลาด

            2.	การตรวจสอบปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ก่อนการลงแรงทางการตลาด นักการ
ตลาดตอ้ งตรวจสอบวา่ ตนนนั้ มจี ดุ แขง็ อยา่ งไร (การตรวจสอบปจั จยั ภายใน) เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั การชงิ ชยั
กบั คแู่ ขง่ (การตรวจสอบปจั จยั ภายนอก) เชน่ เดยี วกบั การตลาดการเมอื งทผ่ี สู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ตอ้ งวเิ คราะห์
จดุ แขง็ และจดุ ออ่ นของตน และจดุ แขง็ และจดุ ออ่ นของการรณรงคข์ องตน ซง่ึ การตรวจสอบนจ้ี ะตอ้ งสมั พนั ธ์
กบั บรบิ ททผ่ี สู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั ตอ้ งรบั หนา้ ทใี่ นการรณรงคร์ ว่ มกบั คแู่ ขง่ เชน่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั เปน็ ผอู้ ยใู่ น
ต�ำแหน่งและพยายามจะได้รับการเลือกตั้งอีกสมัยหนึ่ง หรือเป็นผู้ท้าชิงหน้าใหม่ ควบคู่ไปกับวิเคราะห์
จุดแข็งและจุดออ่ นของคแู่ ข่งเพอื่ ประโยชน์ในการวางตำ� แหน่งทางการแข่งขัน

            3.	การวางกลยุทธ์การตลาด เปา้ หมายแรกของการตลาดการเมอื ง คอื การพรรณนาสังคม
ที่แสดงให้เห็นประเภทและจ�ำนวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นักการตลาดการเมืองต้องให้ความส�ำคัญต่อการ
วิเคราะห์เขตเลือกต้ังต่างๆ รวมถึงวิเคราะห์บุคลิกลักษณะของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกต้ังบางกลุ่ม
อาจมบี คุ ลกิ ลกั ษณะคงทอ่ี ยา่ งยาวนานในระยะเวลาทผ่ี า่ นมาแตบ่ างกลมุ่ อาจเปลย่ี นบคุ ลกิ ลกั ษณะตามการ
รณรงค์แต่ละคร้ัง เช่น ผู้สมัครรับเลือกตั้งท่ีมุ่งเสนอนโยบายการปฏิรูปอาจต้องพัฒนาการแบ่งส่วนตลาด
ของผู้มีสิทธิเลือกต้ังขึ้นมาใหม่ ด้วยการก�ำหนดคุณค่าชุดใหม่ที่มุ่งให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังกลุ่มเป้าหมายนี้ลง
คะแนนเสยี งให้แก่ตน ดงั น้นั นักการตลาดการเมืองต้องแยกกลุ่มผมู้ สี ทิ ธเิ ลือกตง้ั ในแต่ละเขตและระบุไดว้ ่า
กลมุ่ ใด คอื ผทู้ อี่ อกมาเลอื กตงั้ และกลมุ่ ใดไมอ่ อกมาเลอื กตง้ั จากนน้ั จงึ แบง่ แตล่ ะกลมุ่ ออกมาเพอ่ื วางแผน
กลยทุ ธค์ นละชดุ กนั ดงั นน้ั หลกั สำ� คญั ของขนั้ ตอนน้ี คอื ความสามารถในการระบตุ ลาดของผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั
ทแี่ ตกตา่ งกัน

            4.	การก�ำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์การรณรงค์ เป็นผลมาจากการวิจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการ
ประกอบสรา้ งภาพลกั ษณข์ องผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั ทอี่ ยใู่ นทศิ ทางเดยี วกนั กบั ประเดน็ ดา้ นเศรษฐกจิ -สงั คมที่
กำ� ลงั จะนำ� เสนอ เพอื่ ใหแ้ นวทางการสง่ สารเรอ่ื งการเลอื กตงั้ สง่ เสรมิ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ในขณะเดยี วกนั กต็ อ้ งเตรยี มวธิ กี ารตดิ ตามผลทแ่ี มน่ ยำ� เพอื่ การปรบั เปลยี่ นแผนเมอ่ื ผลลพั ธท์ อ่ี อกมาไมเ่ ปน็
ไปตามเปา้ หมาย โดยเฉพาะเมื่อผสู้ มคั รรับเลือกตั้งต้องรับเมอื กับผลสะท้อนกลับเชงิ ลบ

            5.	การวางแผนการสื่อสาร กระจายงานการจัดการ เป็นข้ันการพัฒนาเครื่องมือทาง
การตลาด และเปน็ จุดเร่ิมตน้ ของการด�ำเนินตามรอยสว่ นประสมทางการตลาดทส่ี ัมพันธก์ ับการแขง่ ขันใน
การตลาดการเมืองเรียกว่าส่วนประสมการรณรงค์หาเสียง นักประชาสัมพันธ์ทางการเมืองต้องระบุแหล่ง

         3	ลักษณะของกลุ่มเป้าหมายท่ีเก่ียวข้องกับการดำ�เนินชีวิต เช่น ค่านิยม บุคลิกภาพ วิถีชีวิต ศาสนา ประเพณี หรือ
วฒั นธรรม
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71