Page 293 - องค์การและการจัดการและการจัดการทรัพยากรมนุษย์
P. 293

การต​ ิดตาม​ควบคุม 6-65

       2. 	 คำนวณร​ ะยะเ​วลาท​ ี่​คาดว​ ่า​งานจ​ ะ​เสร็จส​ ิ้น (Expected Time) ทำการค​ ำนวณร​ ะยะเ​วลาท​ ี่​คาดว​ ่าง​ านจ​ ะ​
เสร็จส​ ำหรับก​ ิจกรรมแ​ ต่ละก​ ิจกรรม โดย​การใ​ห้ค​ ่าร​ ะยะเ​วลาท​ ั้งส​ ามร​ ะยะ​เวลา คือ ระยะเ​วลา​ที่ใ​ช้น​ ้อยหร​ ือต​ ่ำท​ ี่สุดใ​น​
การท​ ำงาน (a) ระยะเ​วลาท​ ี่ค​ าดว​ ่าง​ านจ​ ะเ​สร็จม​ ากท​ ี่สุด (m) และร​ ะยะเ​วลาท​ ี่ใ​ช้น​ านห​ รือม​ ากท​ ี่สุดใ​นก​ ารท​ ำงาน (b) แล้ว​
นำม​ าค​ ำนวณเ​พื่อห​ าเ​วลา​ที่ค​ าด​ว่าง​ านจ​ ะ​เสร็จ (te) จากส​ ูตร

Te  =  a + 4m + b
           6

       3.	 คำนวณห​ าก​ ำหนดเ​วลาแ​ ล้วเ​สร็จเ​ร็วท​ ี่สุด (TE) และก​ ำหนดเ​วลาแ​ ล้วเ​สร็จอ​ ย่างช​ ้าท​ ี่สุด (TL) การค​ ำนวณ​
หา (TE) ของเ​หตุการณห์​ นึ่งใ​ห้น​ ำร​ ะยะเ​วลาท​ ี่ค​ าดว​ ่าง​ านจ​ ะเ​สร็จข​ องก​ ิจกรรมต​ ่างๆ ที่มาก​ ่อนห​ น้าเ​หตุการณ์น​ ั้นม​ าร​ วม​
กนั แ​ ลว้ ใ​สไ่​วใ้​นส​ ี่เหลีย่ มเ​ยื้องไ​ปท​ างข​ วาต​ อนเ​หนอื ข​ องว​ งกลมห​ รอื เ​หตุการณน​์ ั้น ในก​ รณท​ี ีก่​ จิ กรรมม​ ากกว่า 2 กิจกรรม​
ขึ้น​ไป วิ่ง​เข้าหา​เหตุการณ์เ​ดียวกัน ให้​ถือ​เอา​ผลร​ วม​ของ​ระยะ​เวลาท​ ี่ม​ าก ที่สุดเ​ป็น​เกณฑ์ การ​คำนวณ TE ให้​เริ่ม​จาก​
กิจกรรมแ​ รก​ไปจ​ นถึงก​ ิจกรรม​สุดท้าย​หรือจ​ าก​ซ้าย​ไปข​ วา

       การค​ ำนวณห​ า TL ของเ​หตุการณ์ห​ นึ่ง ให้เ​ริ่มจ​ ากก​ ิจกรรมห​ ลังส​ ุดม​ าห​ าก​ ิจกรรมแ​ รกห​ รือจ​ ากข​ วาม​ าซ​ ้าย โดย​
นำ​กำหนด​เวลา​ที่​คาด​ว่า​งาน​จะ​เสร็จ​ของ​กิจกรรม​ที่มา​ก่อน​หน้า​หัก​ลบ​ออก​ไป​แล้ว​ใส่​ผล​ที่​ได้​ไว้​ใน​สี่เหลี่ยม​เยื้อง​ไป​ทาง​
ซ้าย​ตอน​บน​ของ​เหตุการณ์​หรือ​วง​กล​มนั้นๆ ใน​กรณี​ที่​เหตุการณ์​หนึ่ง​มี​กิจกรรม​สอง​กิจกรรม​หรือ​มากกว่า วิ่ง​ออก​ไป​
จากเ​หตุการณ์​นั้น ให้ถ​ ือ​เอา​ผล​ต่ำ​ที่สุด​เป็น​เกณฑ์

       4. 	 หา​ตำแหน่งข​ อง​ทาง​สายว​ ิกฤต ซึ่งเ​ป็น​ทาง​สาย​ของก​ ิจกรรมต​ ่างๆ ตั้งแต่เ​ริ่มต​ ้น​จนถึงส​ ิ้นส​ ุด​โครงการท​ ี่ม​ ี​
ระยะ​เวลา​ยาว​ที่สุด ทาง​สาย​วิกฤตน​ ี้​จะเ​ป็นเ​ส้น​ทางเ​ดินข​ องก​ ิจกรรม​ต่างๆ ที่​มีค​ ่า TL กับ TE

       5. 	 คำนวณห​ า​ค่า​ยืดหยุ่น (Slack) ของก​ ิจกรรม​ทุก​กิจกรรม โดย​การค​ ำนวณ​จากส​ ูตร

Slack = TL — TE

       6.	 วิเคราะห์​และ​ประเมินผ​ ลโ​ครงข​ ่าย​ปฏิบัติง​ าน​ของ PERT ที่​สร้าง​ขึ้น โดยก​ ารว​ ิเคราะห์ด​ ู​ว่า​จะ​สามารถ​นำ​
ทรัพยากร​ต่างๆ จาก​ทาง​สาย​ของ​กิจกรรม​ที่​ไม่​วิกฤต​เข้า​มา​ช่วย​ใน​ทาง​สาย​ของ​กิจกรรม​วิกฤต​ได้​เป็น​จำนวน​มาก​น้อย​
เท่าใด โครงการจ​ ะ​เสร็จ​ได้เ​ร็วข​ ึ้น​เท่าใด เป็นต้น ในก​ รณี​ที่ม​ ี​การ​ย่นร​ ะยะ​เวลาเ​สร็จ​สิ้น​ของ​โครงการใ​ห้​เร็ว​ขึ้น​ก็จ​ ะต​ ้อง​
กลับ​ไปเ​ริ่มจ​ าก​ขั้นต​ อน​ที่ 1 ใหม่ เพื่อป​ รับปรุงโ​ครงข​ ่ายใ​ห้​ถูก​ต้อง​กับ​ความเ​ป็น​จริงอ​ ีก​ครั้ง​หนึ่ง

       สำหรับ​วิธีก​ าร​ของ CPM นั้น จะแ​ ตก​ต่างไ​ป​จาก PERT ใน​แง่ข​ อง​การเ​ขียน​โครง​ข่ายป​ ฏิบัติ​งาน​โดย CPM ใช​้
สัญลักษณว์​ งกลมแ​ ทนก​ ิจกรรม และใ​ชส้​ ัญลักษณล์​ ูกศ​ ร* เป็นส​ ิ่งแ​ สดงล​ ำดับก​ ่อนห​ ลัง ซึ่งก​ ารเ​ขียนโ​ครงข​ ่ายข​ อง CPM
จาก​ตัวอย่างข​ อง​โครงการผ​ ลิตส​ ินค้าใ​หม่​สู่ต​ ลาดอ​ ัน​เดียวกัน​อาจแ​ สดงไ​ด้ ดัง​ภาพท​ ี่ 6.20

	 * อย่างไร​ก็​ดี วิวัฒนาการ​ของ​ทั้ง​สองเ​ทคนิค​ในป​ ัจจุบัน​มี​แนวโ​น้ม​ที่​จะม​ ี​ความแ​ ตก​ต่างก​ ัน​น้อย​ลง และ​โอกาสท​ ี่​ทั้ง​สองเ​ทคนิคจ​ ะร​ วมเ​ข้า​
ด้วย​กัน เป็นเ​ทคนิค​การ​วิเคราะห์​โครงข​ ่าย​อันเ​ดียว​จะ​มีม​ าก​ขึ้น โดย​จะเ​ห็น​ได้​ว่า​ในป​ ัจจุบัน​เทคนิค​ของ CPM ได้ใ​ช้​สัญลักษณ์​ลูกศ​ รแ​ ทน​กิจกรรม​
และ​ใช้ Dummy Activity เหมือนเ​ช่น​ใน PERT

                              ลขิ สทิ ธข์ิ องมหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช
   288   289   290   291   292   293   294   295   296   297   298