Page 71 - ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 6
P. 71
การตัดสินใจและการสั่งการ 6-61
2. สั่งการให้ทำ�งานอะไร มีขอบเขตการดำ�เนินงานกว้างไกลแค่ไหน และมีความรับผิดชอบงาน
อย่างไร
3. สั่งก ารใหท้ ำ�ตั้งแต่เมื่อใด และห ากส ามารถก ำ�หนดร ะยะเวลาก ารท ำ�งานต ั้งแต่เริ่มต ้นจ นถึงว ันส ิ้น
สุดข องการท ำ�งานด้วย ก็จ ะย ิ่งท ำ�ให้ผู้รับค ำ�สั่งท ราบถ ึงก รอบเวลาท ำ�งานชัดเจน และจะต ้องเร่งรัดการทำ�งาน
ใหส้ ำ�เร็จผ ลต ามก ารส ัง่ ก ารน ั้น ทัง้ ย งั เปน็ การส ะดวกแ กผ่ ูส้ ั่งก ารอ ีกด ้วยในก ารต ิดตาม ควบคุมก ารด ำ�เนินง าน
ตามการสั่งก าร
4. มีว ิธีท ำ�อย่างไร ซึ่งห ลักก ารในข ้อน ี้อ าจจะม ีห รือไม่มีในก ารสั่งก ารก็ได้ แต่หากม ีก ็จ ะช ่วยให้ผ ู้รับ
คำ�สั่งได้แนวทางและวิธีก ารป ฏิบัติเพื่อให้การดำ�เนินการต ามการสั่งการบ รรจุผล
5. ใครเป็นผ ู้ส ั่ง คือผ ู้บ ังคับบ ัญชาข องห น่วยง านห รือผ ู้รับผ ิดช อบในภ ารกิจต ามข อบเขตข องก ารส ั่ง
การน ั้น ซึ่งโดยท ั่วไปก ็คือผ ู้ดำ�รงตำ�แหน่งต่างๆ ตามส ายก ารบ ริหารท ี่ได้ร ับการแต่งต ั้งอ ย่างเป็นท างการแ ละ
มีกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับให้สามารถออกคำ�สั่ง หรือสั่งการให้มีผู้รับผิดชอบดำ�เนินการในเรื่องหนึ่ง
เรื่องใดต ามขอบเขตค วามรับผิดช อบของผู้สั่งก ารได้ กรณีข องการแสดงให้เห็นว ่า ผู้ส ั่งก ารเป็นใครนั้น ผู้ส ั่ง
การจะต ้องลงน าม พร้อมก ับร ะบุวันท ี่สั่งก ารไว้ด้วยเพื่อเป็นห ลักฐานของการสั่งการน ั้น
แนวก ารสง่ั ก าร
การส ั่งการในเรื่องใดๆ ให้ม ีผู้รับผ ิดช อบน ำ�ไปดำ�เนินการนั้น มีส ิ่งท ี่ผ ู้ส ั่งการควรจ ะค ำ�นึงถึง ดังนี้
1. การส ั่งก ารน ั้น เป็นค ำ�สั่งท ี่ถูกต้องตามก ฎหมายแ ละระเบียบข ้อบ ังคับของทางร าชการ ที่ก ำ�หนด
ขอบเขตห รือม อบความร ับผ ิดช อบของผู้สั่งการส ามารถด ำ�เนินการได้ และง านท ี่ส ั่งก ารให้ไปทำ�นั้นเป็นง านท ี่
ถูกต ้องต ามกฎหมาย และอ ยู่ในข อบเขตค วามร ับผิดช อบข องผ ู้รับคำ�สั่ง
2. หากเรื่องท ี่ส ั่งก ารให้ทำ�นั้นไม่มีก ำ�หนดในก ฎหมายและก ฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของห น่วยงานท ี่ผ ู้
สั่งก ารบ ังคับบ ัญชาอ ยูอ่ ย่างช ัดเจน แตเ่ป็นง านท ีอ่ าจอ นุโลมใหเ้ป็นภ ารกิจข องห น่วยง านไดห้ รือเป็นง านท ีไ่ม่มี
หน่วยงานใดร ับผิดชอบโดยตรง กรณีเช่นนี้ ผู้สั่งก ารอาจนำ�เรื่องดังกล่าวไปเทียบเคียงกับแ นวปฏิบัติเดิมว ่า
มีแนวการสั่งก ารอ ย่างใด แล้วสั่งการไปต ามนั้น แต่หากไม่มีแนวป ฏิบัติการเดิมอยู่ ก็อาจจะใช้วิธีการป ระชุม
ปรึกษาหารือกันในก ลุ่มผู้รับผ ิดชอบด ำ�เนินงานข องหน่วยง าน แล้วส ั่งก ารไปต ามม ติท ี่ป ระชุม
ขอ้ บกพร่องแ ละผ ดิ พลาดข องการส ่ังการ
จากก ารประมวลข ้อบกพร่องจ นอ าจถ ึงข ้อผ ิดพลาดของก ารส ั่งการท ี่พ บกันโดยท ั่วไป มีดังต่อไปน ี้
1. การสั่งการใช้คำ�กำ�กวมไม่มีความชัดเจน เป็นคำ�กว้างๆ หรือเป็นคำ�ที่สามารถตีความหมายได้
หลายอย่าง อันยากแก่การทำ�ความเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของการสั่งการนั้น นอกจากนี้ ก็มีการสั่ง
การท ี่ใช้คำ�ที่มีล ักษณะท ี่เป็นนามธรรม เช่น ในการยึดม ั่นในความส ุจริตยุติธรรม ซึ่งยากแก่ก ารต ีความหรือ
ยึดถือป ฏิบัติ
2. การสั่งก ารเกิดจากก ารตัดสินใจท ี่ผ ิดพลาด ซึ่งก ารต ัดสินใจที่ผิดพ ลาดนั้นอาจเป็นเพราะ
2.1 เป็นการต ัดสินใจท ี่ม ีข้อมูลไม่ช ัดเจน