Page 66 - ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 6
P. 66
6-56 ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา
การว จิ ยั ค รัง้ น ไี้ ดเ้ ลอื กผ บู้ รหิ ารโรงเรยี นป ระถมศ กึ ษาจ �ำ นวน 10 คน ในเมอื งห นึง่ ท างเหนอื ข องม ลรฐั
นิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา โดยการวิจัยจะแบ่งผ ู้บ ริหารอ อกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มล ะ 4 คน ซึ่งก ลุ่มแ รก จะใช้วิธี
การศึกษาเชิงค ุณภาพด ้วยการส ังเกตและสัมภาษณ์ ส่วนก ลุ่มห ลังจะใช้วิธีก ารสัมภาษณ์อ ย่างเดียว
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่มีเสรีภาพในการตัดสินใจ
จำ�นวนการต ัดสินใจแ ละจ ำ�นวนเวลาที่ใช้ในก ารต ัดสินใจม ีแ ตกต ่างก ันไปต ามในแ ต่ละโรงเรียน การตัดสินใจ
ของผ ู้บ ริหารโรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่ใช้ประสบการณ์เป็นพื้นฐ าน และเป็นการตัดสินใจที่พ ิจารณาใน
แง่มุมข องก ฎ ระเบียบ ข้อบ ังคับเป็นส ำ�คัญ
เร่อื งท ่ี 6.4.4 การต ัดสินใจในร ะบบบ รหิ ารการศกึ ษาไ ทย
การตัดสินใจในระบบบ รหิ ารก ารศกึ ษาไ ทย
ระบบบริหารการศึกษาไทยเป็นระบบราชการที่มีการจัดระบบการบริหารตามระบบบริหารราชการ
แผ่นดิน ที่รวมอำ�นาจสู่ส่วนกลางและตัวผู้บริหารระดับสูงขององค์การ พร้อมกันนั้นก็มีการแบ่งอำ�นาจการ
ตัดสินใจล ดห ลั่นก ันไปต ามล ำ�ดับส ายก ารบ ังคับบ ัญชา จากค ณะร ัฐมนตรีม ายังก ระทรวง/ทบวง กรม จังหวัด
อำ�เภอ และโรงเรียน ภายในก รมก ็ม ีล ำ�ดับก ารต ัดสินใจไปต ามโครงการค ือจากก รมมายังก อง และถึงแ ผนก/
ฝ่าย
กฎหมายสำ�คัญในการจัดโครงสร้างระบบบริหารราชการแผ่นดิน และระบบบริหารการศึกษา คือ
พระราชบ ัญญัติจัดร ะเบียบบ ริหารร าชการแ ผ่นดิน พ.ศ. 2534 และพระราชบ ัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง
กรม พ.ศ. 2534
พระร าชบัญญัติจัดร ะเบียบบ ริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 กำ�หนดโครงสร้างข องระบบบ ริหาร
ราชการไทย โดยแบ่งออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง อันมีสำ�นักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค (แบ่งเป็นจังหวัดอำ�เภอ) และราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้มีคณะรัฐมนตรี
เป็นองค์กรสูงสุดของการบริหารราชการรับผิดชอบกำ�หนดและตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายแผนการดำ�เนิน
งาน และก ารแ ก้ป ัญหาร ะดับชาติ
พระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มีสาระสำ�คัญในด้านการกำ�หนด
จำ�นวนกระทรวง ทบวง กรม ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งกำ�หนดอำ�นาจหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ เหล่า
นั้น โดยยึดหลักการกำ�หนดหน่วยงานและจัดแบ่งหน่วยงานให้ตรงกับลักษณะและความเหมาะสมของงาน
เพื่อประโยชน์ในการประสานงาน และการจัดรวมหน่วยที่ปฏิบัติงานอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันให้อยู่
ภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือส ำ�นักงานเดียวกัน เพื่อให้เป็นการป ระหยัด รวดเร็ว มีการประสานงานกัน
อย่างใกล้ช ิด และข จัดป ัญหาก ารท ำ�งานท ี่ซํ้าซ้อนก ัน