Page 61 - ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 6
P. 61
การตัดสินใจและการสั่งการ 6-51
ด้วยเหตุนี้ในการจะให้บุคลากรเข้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือไม่ ผู้บริหารควรทดสอบความ
เกี่ยวข้องแ ละความรู้ความช ำ�นาญของบ ุคลากร โดยตั้งและตอบค ำ�ถามหลักๆ เพื่อพิจารณา ดังนี้
1.1 การทดสอบความเกี่ยวข้อง ควรพิจารณาว่า ครูและบุคลากรมีผลประโยชน์ที่จะได้จาก
การเข้าร ่วมตัดสินใจสูงหรือไม่ หากม ีผ ลป ระโยชน์สูง ก็ควรให้เข้าม ีส่วนร ่วมในการตัดสินใจ
1.2 การทดสอบความเชี่ยวชาญ ควรพิจารณาว่า ครูและบุคลากรมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะ
เข้าร่วมตัดสินใจอย่างมีความหมายหรือไม่ เขามีความรู้ความชำ�นาญในเรื่องที่จะตัดสินใจหรือไม่ หากมีก็
ควรให้เขามีส่วนร ่วมในการตัดสินใจ
2. บทบาทและข อบเขตการมีส่วนร ่วมในการตัดสินใจของบุคลากร เมื่อกรณีปัญหาที่จะตัดสินใจ
เป็นเรื่องที่ครูมีความเกี่ยวข้องและมีความรู้ความชำ�นาญในเรื่องนั้น ก็ควรให้ครูมีส่วนร่วมในกระบวนการ
ตัดสินใจต ั้งแต่ต ้น ตั้งแต่ก ารระบุปัญหา การร ะบุท างเลือก การค าดการณ์ผ ลที่จ ะได้ร ับข องท างเลือกแ ต่ละ
ทางและการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม รวมทั้งการให้เสรีภาพในการระบุปัญหาและการกำ�หนดจุด
ประสงค์ข องก ารแ ก้ป ัญหาอ ย่างเต็มท ี่
แต่ถ้าผู้บริหารเป็นผู้ระบุปัญหา ระบุทางเลือก และผลที่ได้รับด้วยตนเองแล้ว การเข้ามีส่วนร่วม
ในการตัดสินใจของผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะจำ�กัดอยู่เฉพาะการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม อย่างไร
ก็ตาม แต่ห ากผู้บ ริหารจะให้บ ุคลากรได้เข้าร่วมในกระบวนการตัดสินใจต ั้งแต่ขั้นการระบุทางเลือก และผล
ที่คาดว่าจะได้รับของทางเลือกแต่ละทางเลือกแล้ว ก็จะทำ�ให้การตัดสินใจนั้นได้รับผลดีและมีความถูกต้อง
มากย ิ่งขึ้น
กล่าวโดยสรุป การให้บุคลากรเข้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นควรจะกระทำ�ตั้งแต่กระบวนการ
ขั้นต้นของการตัดสินใจ แต่ถ้ากรณีหรือสถานการณ์ในการตัดสินใจชัดเจนว่าครูไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
และไม่มีความรู้ความชำ�นาญ กรณีหรือสถานการณ์เช่นนี้ผู้บริหารควรจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่ควรให้ผู้ใต้
บังคับบ ัญชาม ีส ่วนร่วม
3. การจัดกลุ่มตัดสินใจ เมื่อผู้บริหารได้ตกลงใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การพิจารณาว่าควรจะจัดกลุ่มตัดสินใจอย่างไร จึงจะได้ผลการตัดสินใจมาใช้อย่าง
มีป ระสิทธิภาพ และเหมาะส มก ับสถานการณ์ กรณีด ังกล่าว กาย อี สว อนส ัน (Guy E. Swanson, 1959:
48 – 52) ได้ระบุว ิธีการจัดกลุ่มก ารต ัดสินใจ 3 ประการ คือก ารรับฟังข้อคิดเห็น การใช้เสียงส ่วนใหญ่ และ
การใช้ม ติเอกฉันท์ของท ี่ประชุม
3.1 การร ับฟ ังข ้อคิดเห็น เป็นส ิ่งท ีอ่ าจก ล่าวไดว้ ่า ไดม้ กี ารนำ�มาใชม้ ากท ี่สุด กล่าวค ือ ผูบ้ ริหาร
เลอื กป ระชมุ บ คุ ลากรเพือ่ น �ำ เสนอป ญั หาแ ละข อค วามค ดิ เหน็ ข อ้ เสนอแ นะ ขอ้ ว พิ ากษว์ จิ ารณ์ และก ารร บั ท ราบ
ถึงป ฏิกิริยาข องผ ู้ใต้บ ังคับบ ัญชา ในเรื่องก ารต ัดสินใจข ั้นส ุดท้ายเป็นข องผ ู้บ ริหารที่พ ยายามจะส ะท้อนก ารม ี
ส่วนร ่วมแ ละความร ู้สึกข องผู้ใต้บังคับบัญชาในการต ัดสินใจด ังกล่าว
3.2 การใช้เสียงส ่วนใหญ่ เป็นการประชุมให้ผ ู้เข้าร ่วมประชุมแ สดงค วามค ิดเห็น แล้วข อมต ิ
ที่ป ระชุม โดยให้แ ต่ละค นม ีส ิทธิอ อกเสียงได้เท่าก ันค ือค นละห นึ่งเสียง การต ัดสินใจแ ก้ป ัญหาจ ะเป็นไปต าม
เสียงส ่วนใหญ่ของที่ประชุม