Page 65 - ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 6
P. 65

การตัดสินใจและการสั่งการ 6-55

เป็นโ​ครงการว​ ิจัยท​ ีใ่​ชเ้​วลาด​ ำ�เนินก​ าร 3 ปี โดยใ​หผ้​ ูบ้​ ริหารท​ ีเ่​ข้าร​ ่วมโ​ครงการม​ าอ​ ยูร่​ ่วมก​ ันเ​ป็นเ​วลา 1 สัปดาห์
ณ สถาน​ที่​ต่างๆ รวม 20 แห่ง ทั่ว​ประเทศ เพื่อ​เปรียบ​เทียบ​การ​ตัดสิน​ใจ และ​การ​ดำ�เนิน​งาน​ของ​ผู้​บริหาร​
โรงเรียน (Hemphill, Griffiths และ Frederick อ้าง​ใน Hoy and Miskel, 1991: 325) ใน​การ​ดำ�เนินง​ าน​
วิจัย นัก​วิจัย​ได้​จัด​สถานการณ์​จำ�ลอง​ที่​สอดคล้อง​กับ​สภาพ​ที่​เป็น​จริง​ใน​โรงเรียน และ​ให้​ผู้​บริหาร​ที่​เข้า​ร่วม​
โครงการด​ ำ�เนินก​ ารต​ ัดสินใ​จเ​กี่ยวก​ ับง​ านต​ ่างๆ ของโ​รงเรียน เขียนบ​ ทความล​ งใ​นว​ ารสารข​ องท​ ้องถ​ ิ่น สังเกต​
และใ​ห้ค​ ะแนน​ครูท​ ี่เ​ข้า​มาใ​หม่ บันทึก​เทปค​ ำ�​กล่าวส​ ุนทรพจน์​ของค​ นท​ ี่ก​ ล่าว​ต่อส​ มาคม​ครูผ​ ู้ป​ กครอง เข้า​ร่วม​
ประชุมส​ ัมมนา และท​ ำ�การต​ ัดสินใ​จใ​นป​ ัญหาท​ ี่เ​สนอข​ ึ้นม​ า พร้อมก​ ันน​ ี้น​ ักว​ ิจัยก​ ็ย​ ังไ​ด้ร​ วบรวมข​ ้อมูลเ​กี่ยวก​ ับ​
ภูมิ​หลัง​ของผ​ ู้​บริหาร​การ​ศึกษา​ที่เ​ข้าร​ ่วมโ​ครงการ​แต่ละ​คน รวม​ทั้งด​ ำ�เนินก​ าร​ทดสอบอ​ ีก​หลาย​ประการ

       ผล​การ​วิจัย​สรุป​ได้​ว่า ผู้​บริหาร​ที่​มี​ประสิทธิผล​คือ ผู้​ที่​เตรียม​การ​อย่าง​เป็น​ระบบ​เพื่อ​การ​ตัดสิน​ใจ
ซึ่ง​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ผู้​บริหาร​ที่​ตัดสิน​ใจ​อย่าง​มี​ประสิทธิผล​จะ​มี​การเต​รี​ยม​การ​เป็น​อย่าง​ดี​มา​ก่อน ด้วย​การ​หา​
ขอ้ มูลเ​พิม่ เ​ตมิ แยกค​ วามแ​ ตกต​ า่ งร​ ะหวา่ งข​ อ้ เ​ท็จจ​ รงิ ก​ ับค​ วามค​ ดิ เ​หน็ และห​ าความค​ ดิ เ​ห็นเ​พิม่ เ​ตมิ จ​ ากบ​ คุ คล​
อื่น ใน​ทางต​ รงก​ ัน​ข้าม ผู้บ​ ริหาร​ที่​ตัดสินใ​จอ​ ย่าง​หนึ่ง​อย่าง​ใดด​ ้วย​ความ​รวดเร็ว โดย​มิได้ม​ ีก​ ารเต​รี​ยมก​ าร​มา​
ก่อน ก็ม​ ัก​จะ​เป็น​ผู้บ​ ริหาร​ที่ด​ ้อย​ประสิทธิผลก​ ว่า ผลก​ าร​วิจัย​ดังก​ ล่าว เป็นข​ ้อย​ ืนยันส​ นับสนุนว​ ่า​ผู้​บริหารใ​ช​้
กระบวนการ​วิจัย​อย่างเ​ป็นร​ ะบบ​และก​ ระบวนการท​ ี่​ดีแล้ว จะม​ ีป​ ระสิทธิผล​การ​ตัดสิน​ใจดีก​ ว่า

3. การ​วิจยั เ​ก่ียวก​ ับเ​รอื่ งท​ ีผ​่ ู​้บรหิ าร​ตดั สนิ ใ​จ

       เลียร​ ์ (Joe B. Lear, 1985) ได้ว​ ิจัยเ​กี่ยวก​ ับก​ ารนำ�​องค์ป​ ระกอบก​ าร​ประเมิน​ผล​มา​ใช้เ​ป็นป​ ระโยชน์​
ใน​การ​ตัดสิน​ใจ​ของ​ผู้​บริหาร​โรงเรียน​ประถม​ศึกษา การ​วิจัย​ครั้ง​นี้​ได้​ใช้​การ​สังเกตการ​ปฏิบัติ​หน้าที่​ของ​ผู้​
บริหารโ​รงเรียนป​ ระถมศ​ ึกษาจ​ ำ�นวน 16 คน ในเ​ขตร​ อบน​ อก​ของ​มลรัฐแ​ คลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยใ​ช้​
เวลา​สังเกตว​ ันล​ ะ 6 ชั่วโมง​เป็น​เวลา 5 วัน​ติดต่อ​กัน จาก​การ​สังเกต​ได้ผ​ ลร​ วม​กิจกรรม/งาน​ที่ผ​ ู้บ​ ริหารด​ ำ�เนิน​
การ​ทั้งหมด 5,260 กิจกรรม/งาน

       ผู้​วิจัย​ได้​นำ�​กิจกรรม/งาน​ทั้งหมด​มา​วิเคราะห์ และ​จัด​กลุ่ม​ตาม​ประเภท​ของ​เนื้อหา​จำ�แนก​ออก​ได้
เป็น 4 ประเภท คือ​การ​วางแผน โครงสร้าง การป​ ฏิบัติง​ าน และก​ ารป​ รับปรุงแ​ ก้ไข

       ผล​การ​วิเคราะห์​ข้อมูล​ปรากฏ​ว่า การ​ตัดสิน​ใจ​ของ​ผู้​บริหาร​เป็น​ไป​อย่าง​รวดเร็ว​โดย​มี​พื้น​ฐาน​อยู่​ที่​
คำ�นึง​ถึง​คน (people oriented) ยึดแ​ นวป​ ฏิบัติ (pragmatic) และเ​น้น​ใน​เรื่อง​กิจกรรมน​ ักเรียน​เป็นส​ ำ�คัญ
ข้อมูล​ที่​ได้​จาก​การ​รวบรวม​สามารถ​ระบุ​คุณลักษณะ​ของ​ผู้​บริหาร​โรงเรียน​ประถม​ศึกษา​ได้​ว่า เป็น​ผู้​ปฏิบัติ​
หน้าที่ใ​นฐ​ านะ​ผู้​ธำ�รง​รักษาก​ ระบวนการ​ศึกษา (maintainers of the educational process) การต​ ัดสินใจ​
ส่วน​ใหญ่​ของ​ผู้​บริหาร​เป็น​เรื่อง​เกี่ยว​กับ​การ​ปฏิบัติ​การ การ​ควบคุม​และ​การ​แก้ไข​ปรับปรุง​การ​ปฏิบัติ​งาน​ใน​
โรงเรียน

4. การ​วิจัย​เกย่ี ว​กบั พ​ ื้น​ฐาน​การ​ตัดสนิ ​ใจข​ อง​ผ​บู้ ริหาร

       กีเ​ซล (June R. Kiesel, 1989) ได้​ทำ�การว​ ิจัย​เพื่อต​ รวจ​สอบบ​ ทบาท​ของ​ผู้บ​ ริหารโ​รงเรียนป​ ระถม​
ศึกษา​ใน​ด้าน​ความ​ระมัดระวัง​เกี่ยว​กับ​การ​ตัดสิน​ใจ โดย​เฉพาะ​ใน​ส่วน​ของ​การ​พิจารณา​ข้อ​กำ�หนด​ทาง​กฎ
ระเบียบ ข้อ​บังคับ ที่​มี​ผล​เป็น​ข้อจ​ ำ�กัดใ​นก​ าร​บริหาร​โรงเร​ ียนใ​นแ​ ต่ละว​ ัน
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70