Page 18 - การพัฒนาบทเรียนและสื่อการสอนภาษาอังกฤษ
P. 18

1-8 การพัฒนาบทเรียนและสื่อการสอนภาษาอังกฤษ

ผู้เ​รียนท​ ี่​เรียนโ​ดย​หนังสือ​เรียนแ​ บบเ​พื่อก​ าร​สื่อสาร แต่​มี​ความ​รู้ท​ างด​ ้านโ​ครงสร้างข​ องภ​ าษาถ​ ูกต​ ้อง แม่นยำ� 
ใน​ปัจจุบัน แนว​โน้ม​การ​เรียน​การ​สอน​ภาษา​เป็น​แบบ​การ​สอน​ภาษา​เพื่อ​การ​สื่อสาร (Communicative
Language Teaching Approach) ซึ่งแ​ นวก​ ารส​ อนภ​ าษาแ​ บบน​ ี้ไ​ด้ร​ ับก​ ารป​ รับปรุงก​ ารเ​รียนก​ ารส​ อนม​ าจ​ าก​
แนวก​ าร​สอนภ​ าษาแ​ บบ​มหภ​ าษา (Whole Language Teaching Approach)

       คณะก​ รรมการ​การ​ศึกษา​แห่งช​ าติ (2542: 4-5) ได้ก​ ล่าวถ​ ึง​ลักษณะข​ อง​บทเ​รียน​ที่ด​ ีใ​นห​ นังสือ​เรียน​
ภาษา​อังกฤษ​ไว้ ดังนี้

            1.1 	ดา้ น​เนอ้ื หา มีเ​กณฑ์​การพ​ ิจารณา ดังนี้
                 1.1.1 ขอบเขต​ของ​เนื้อหา มี​การ​เรียบ​เรียง​เนื้อหา​ที่​สอดคล้อง​กับ​แนวทาง​ที่​กำ�หนด​ไว้​

ในห​ ลักสูตร
                 1.1.2 การ​คัด​เลือก​เน้ือหา เป็น​เนื้อหา​ที่​จำ�เป็น​สำ�หรับ​การ​เรียน​การ​สอน มี​การ​อธิบาย​

และย​ ก​ตัวอย่าง​ประกอบ​ที่​ชัดเจน
                 1.1.3	 การ​เสนอ​เนื้อหา มี​แนว​การ​เขียน​ใน​ลักษณะ​ง่าย คำ�นึง​ถึง​ความ​ตั้งใจ ความ​

ต้องการ ความ​สนใจ และ​วุฒิ​ภาวะข​ อง​ผู้​เรียนใ​นร​ ะดับ​นั้น ๆ
            1.2 	ด้าน​การ​ใช้ เนื่องจาก​หนังสือ​เรียน​ภาษา​อังกฤษ​เป็น​หนังสือ​เรียน​ที่​ใช้​เป็น​พื้น​ฐาน​ใน​การ​

จัดก​ ิจกรรมก​ ารเ​รียนร​ ูว้​ ิชาภ​ าษาอ​ ังกฤษข​ องน​ ักเรียนแ​ ละค​ รู จึงต​ ้องแ​ สดงออกม​ าเ​ป็นร​ ูปธ​ รรม มกี​ ารใ​ชค้​ ำ�ถาม
หรือ​กิจกรรมต​ อนท​ ้าย​เล่มข​ องบ​ ท​เรียน​ใน​เชิง​ปฏิบัติ เพื่อใ​ห้เ​กิดค​ วามเ​ข้าใจ​ใน​บท​เรียน​หัวข้อ​นั้น ๆ

            1.3 	ดา้ นก​ ารค​ วบคมุ ค​ ณุ ภาพ​และเ​วลา หนังสือเ​รียนภ​ าษาอ​ ังกฤษท​ ีด่​ ี ต้องไ​ด้ร​ ับก​ ารต​ รวจส​ อบ​
คุณภาพจ​ ากก​ ระทรวงศ​ ึกษาธิการ และเ​นื้อหาใ​นห​ นังสือเ​รียนเ​หมาะส​ มก​ ับเ​วลาเ​รียน อีกท​ ั้งร​ าคาพ​ อส​ มควรไ​ม​่
แพง​จน​เกินไ​ ป

       วา​โร เพ็งส​ วัสดิ์ (2546: 28) กล่าวถ​ ึงบ​ ท​เรียน​ในห​ นังสือเ​รียนส​ ำ�หรับร​ ะดับ​ประถม​ศึกษาไ​ว้ใ​น​ทำ�นอง​
เดียวกันว​ ่า หนังสือเ​รียนม​ ีก​ ารจ​ ัดร​ ะเบียบก​ ารจ​ ัดก​ ิจกรรมก​ ารเ​รียนใ​หค้​ รู และน​ ักเรียน มกี​ ารเ​รียบเ​รียงเ​นื้อหา​
ที่เ​ป็นไ​ปต​ ามล​ ำ�ดับว​ ่าอ​ ะไรค​ วรม​ าก​ ่อนม​ าห​ ลังส​ ำ�หรับน​ ักเรียนใ​นร​ ะดับต​ ่าง ๆ เนื้อหาข​ องบ​ ทเ​รียนค​ วรม​ ีค​ วาม​
สัมพันธ์ก​ ับว​ ิชา​อื่น ๆ ด้วย ถ้า​มีค​ ำ�​ศัพท์​ยาก ควรแ​ ยก​ไว้​ให้เ​ด็ก​อ่าน เพื่อ​ทำ�ความเ​ข้าใจ​ก่อน อีก​ทั้ง​คำ�​สั่ง​ต้อง​
ชัดเจน ทุกบ​ ท ทุก​ตอน ไม่ท​ ำ�ให้​เกิด​ความส​ ับสน​แก่ผ​ ู้​เรียน นอกจากน​ ี้ย​ ัง​ได้​เสนอ​มุมม​ อง​ที่น​ ่า​สนใจใ​นส​ ่วน​
ของก​ าร​สร้างค​ วาม​รู้สึก​สนใจ​ให้แ​ ก่เ​ด็ก เช่น มีภ​ าพ​ประกอบ มีส​ ีสันด​ ึงดูด​ความส​ นใจ เนื่องจาก​กลุ่ม​ผู้​เรียน​
เป็น​เด็ก ผู้​เขียน​จึง​ต้อง​มี​ความ​เข้าใจ​หลัก​จิตวิทยา และ​มี​วิธี​การ​ชักจูง​ความ​สนใจ​และ​เป็น​สิ่ง​ที่​เป็น​ไป​ได้​ใน​
ชีวิตป​ ระจำ�​วัน

       อิน​โลว์ (Inlow. 1963) กล่าว​ถึง​ลักษณะ​ของ​บท​เรียน​ใน​หนังสือ​เรียน​ภาษา​อังกฤษ ว่า เนื้อหา​ที่​
นำ�​เสนอต้อง​ได้​มาตรฐาน​ตาม​หลัก​วิชาการ ทัน​สมัย มี​จุด​มุ่ง​หมาย และ​วิธี​การนำ�​เสนอ​ดี มี​ความ​เหมาะ​สม​
กับ​ระดับ​ชั้น​ของ​ผู้​เรียน มี​การ​ขยาย​ความ​และ​ให้​ความ​หมาย​กับ​ข้อความ​สำ�คัญ​ต่าง ๆ ผู้​แต่ง​มี​ความ​รู้​ดี มี​
การ​ใช้​ถ้อยคำ�​ที่​มี​ความ​หมาย​ชัดเจน​น่า​สนใจ ใช้​ศัพท์ เหมาะ​สม​กับ​ระดับ​ของ​ผู้​เรียน มี​การ​วางแผน เสนอ​
เนื้อหาอ​ ย่าง​เหมาะ​สม อีก​ทั้ง​มี​เอกสารอ​ ้างอิง บอกท​ ี่มาข​ องข​ ้อมูล สารบัญ คำ�นำ� อภิธานศ​ ัพท์ และด​ ัชนี ส่วน
Lamie (1999) สนับสนุนก​ าร​ใช้ห​ นังสือเ​รียนเ​ช่นก​ ัน เนื่องจากบ​ ท​เรียนใ​นห​ นังสือเ​รียน​ภาษาอ​ ังกฤษม​ ี​การนำ�​
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23