Page 23 - ปรัชญาการเมือง
P. 23
พนั ธะทางการเมือง 8-13
ตอ่ มาทางดา้ น H.L.A. Hart นกั นติ ศิ าสตรแ์ ละนกั ปรชั ญาการเมอื งนยิ ามความแตกตา่ งของพนั ธะ
ทางการเมืองออกเปน็ หนึ่ง ‘being obliged’ มีความหมายถงึ การปฏิบตั ติ ามเนือ่ งจากการบังคับใช้ของ
กฎหมายหรือถูกบังคับให้ปฏิบัติ อีกทั้งผู้ปฏิบัติได้ค�ำนึงและค�ำนวณถึงผลลัพธ์ท่ีจะเกิดตามมา (conse-
quentialism) ยกตัวอย่างเช่นเร่ืองของการจ่ายภาษี การปฏิบัติตามหลักจราจร โดยหากไม่ปฏิบัติหรือ
ฝา่ ฝนื กจ็ ะถกู ลงโทษหรอื มคี วามผดิ ตามทก่ี ฎหมายกำ� หนด ในขณะทค่ี วามหมายของ ‘having an obliga-
tion’ คือการลงมอื ปฏิบตั ิจากความสมคั รใจทีเ่ กดิ จากเรอื่ งของสำ� นึกและคุณธรรม10
นอกจากน้ีความขัดแย้งในความเป็นคนดีกับพลเมืองดียังปรากฏอยู่ในรูปของความขัดแย้งทาง
ความคดิ ภายใตแ้ นวคดิ และอดุ มการณใ์ นเรอ่ื งของความรกั ในปติ ภิ มู ิ (patriotism) แนวคดิ ความเปน็ ชมุ ชน
นิยม (communitarianism) การยึดโยงความจงรกั ภักดีกนั ทางเช้อื ชาติ (ethno-centric) แนวคิดความ
รกั ชาตบิ า้ นเมือง (nationalism) ซง่ึ มีลกั ษณะเฉพาะตัวในลักษณะของการยดึ โยงอยูก่ บั พืน้ ที่และมีความ
เช่ือมโยงอยู่กับกลุ่มคนมากกว่าความรักในเพ่ือนมนุษย์ (humanism) และแนวคิดในความเป็นพลเมือง
โลก (cosmopolitanism) ซึ่งเปน็ แนวคดิ หรอื อดุ มการณ์ทมี่ รี ่วมกนั และเข้าใจตรงกันของผู้คนจำ� นวนมาก
โดยไมจ่ ำ� กดั เฉพาะอยูก่ บั กลุ่มบคุ คลหรือเชื้อชาติใดจึงเรยี กได้วา่ มคี วามเป็นสากลนยิ ม
มีค�ำถามตามมาว่าเราลงมือปฏิบัติต่อเพ่ือนร่วมโลกในแบบเดียวกันกับที่เราปฏิบัติกับเพื่อนร่วม
ชาติร่วมแผ่นดินหรือไม่ ในขณะท่ีคุณสมบัติของความเป็นพลเมืองท่ีดีกับความเป็นมนุษย์ที่ดี อย่างไหน
ตอ้ งมากอ่ น และเปน็ สง่ิ ทบี่ คุ คลควรปฏบิ ตั กิ อ่ น ในลกั ษณะของความเปน็ คนดนี นั้ สามารถนำ� ไปสคู่ วามเปน็
พลเมอื งทดี่ ไี ดห้ รอื ไม่ ในทางกลบั กนั ความเปน็ คนดเี ปน็ คณุ สมบตั ทิ ท่ี ำ� ใหบ้ คุ คลผนู้ นั้ ไปสคู่ วามเปน็ พลเมอื ง
ดไี ดห้ รอื ไม่ หรอื สดุ ทา้ ยแลว้ ทงั้ สองกรณเี ปน็ เงอื่ นไขทไ่ี มอ่ าจเกดิ ขนึ้ และเปน็ ไปได้ ซงึ่ ในความเปน็ จรงิ แลว้
มนษุ ยอ์ าจจะตอ้ งเลอื กเปน็ เพยี งอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ โดยอาจจะเปน็ คนดหี รอื อาจจะเปน็ พลเมอื งทดี่ ี เนอื่ งจาก
การเป็นทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันหรืออยู่ในคนเดียวกันเป็นสิ่งท่ีสร้างความขัดแย้งและความสับสนให้
กับบุคคลผู้นั้นเอง (self-contradiction) ยกตัวอย่างเช่นในยามท่ีบ้านเมืองเกิดศึกสงคราม ความเป็น
พลเมืองที่ดีก็คือการปฏิบัติตัวเพื่อรับใช้ชาติบ้านเมืองด้วยการออกไปรบปกป้องดินแดนในแนวหน้า ซ่ึง
แน่นอนว่าจะต้องท�ำหน้าที่ของทหาร คือถืออาวุธออกไปสังหารข้าศึกและการรบกันท�ำให้เกิดการสูญเสีย
ชวี ติ หรอื การฆา่ กนั มนั คอื การปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นฐานะของพลเมอื งทรี่ กั ชาตบิ า้ นเมอื ง แตม่ นั เปน็ ความขดั แยง้
กบั หลกั การทางศลี ธรรมทสี่ ง่ ผลตอ่ ความเปน็ คนดขี องบคุ คลผนู้ นั้ ทจ่ี ะตอ้ งใชอ้ าวธุ ไปสงั หารบคุ คลทต่ี นเอง
ไมร่ ้จู ัก อยา่ งไรกต็ ามมีข้อโตแ้ ย้งเกดิ ข้นึ มาว่า เปน็ ไปไดว้ า่ อาจจะเรม่ิ ตน้ กนั ที่การเป็นพลเมอื งทด่ี เี สยี ก่อน
เนื่องจากหากไม่มีแผ่นดินอยู่อาศัยเสียแล้วมนุษย์ก็ไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีของความเป็นคนดีได้ นอกจากนี้
แล้วพืน้ ฐานของมนษุ ยม์ แี นวโนม้ มกั จะเล็งเห็นผลประโยชน์ที่เกดิ ขน้ึ อย่ตู รงหน้า เฉกเช่นเดยี วกบั ประเทศ
ชาติและผลประโยชนข์ องชาตเิ ป็นสง่ิ ทอ่ี ยูใ่ กลต้ วั และเห็นไดช้ ัดเจนกว่ามนษุ ยชาติท่อี าจอยไู่ กลตัวออกไป
10 Andrew Heywood. (1999). Political Theory: An Introduction (pp. 200-201). New York: St. Martin
Press, Inc.

