Page 32 - ปรัชญาการเมือง
P. 32

8-22 ปรชั ญาการเมอื ง

หรือพลเมืองของเรา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประชาชนของเรา เพราะพวกท่านน้ันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
กับขา้ พเจ้ามากกวา่ ’25

       โสเกรตสี ยกเหตผุ ลดว้ ยการอา้ งถงึ นครรัฐในฐานะปติ ุภมู ิแผน่ ดินเกดิ (fatherland) เป็นรากฐาน
และสถานท่ใี ห้กำ� เนิด การอบรมเล้ียงดู ปกปอ้ งจากศตั รูภายนอกอีกท้งั ใหก้ ารศกึ ษาและการบรรลุถงึ ชวี ิต
ทดี่ ีและสมบรู ณว์ ่า

       ‘ท่านผฉู้ ลาดทั้งหลาย ตวั ท่านเองไมต่ ระหนกั เลยหรอื วา่ แผ่นดนิ เกดิ เปน็ สิ่งที่มีเกยี รติยศมากกวา่
บุคคลผู้เป็นบิดามารดาและเหล่าบรรพชนทั้งหลาย เป็นสิ่งศักด์ิสิทธิ์ท่ีต้องให้ความเคารพ อีกทั้งเทิดทูน
มากกวา่ เหลา่ เทพเจา้ รวมไปถงึ มนษุ ยผ์ มู้ สี ตปิ ญั ญาทงั้ หลาย ทา่ นจะตอ้ งแสดงความเคารพและความรกั ตอ่
แผ่นดนิ เกดิ ให้มากกว่าบดิ าของทา่ น แมใ้ นยามที่เกดิ ความโกรธเคืองขึน้ มากับทา่ น ขอให้ท่านจงปดิ ปาก
เงยี บและยอมเจบ็ ปวดหากแผน่ ดนิ เกดิ สงั่ แกท่ า่ นแมแ้ ตท่ �ำการทบุ ตแี ละกกั ขงั ตวั ทา่ นเอาไวห้ รอื แมแ้ ตจ่ ะนำ�
ท่านเข้าสู่สงครามท�ำให้ท่านได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิต ส่ิงต่างๆ เหล่านี้คือความอยุติธรรมและตัวท่าน
ไมค่ วรทจี่ ะหลกี หนี ลา่ ถอย ปฏบิ ตั ติ วั ละทง้ิ หนา้ ทข่ี องทา่ นไมว่ า่ ทา่ นจะอยใู่ นสงคราม ภายในศาลทพี่ พิ ากษา
คดีและในทุกๆ ท่ี ซง่ึ ท่านจะต้องปฏิบัตติ ามทนี่ ครรฐั และแผน่ ดนิ เกดิ สัง่ แกท่ ่าน’26

       โสเกรตสี ยงั ชใ้ี หเ้ หน็ ถงึ ความสำ� คญั ของกฎหมาย27 ในฐานะผใู้ หก้ ำ� เนดิ ตวั เขาขน้ึ มา ผา่ นกฎหมาย
สมรส กฎหมายครอบครัวและการเล้ียงดูให้การศึกษาและการปลูกฝังอบรมสมาชิกในด้านต่างๆ ดังนั้น
สถานะของกฎหมายจึงเปรียบเสมือนบิดาและนายทาส สว่ นโสเกรตสี และพลเมอื งชาวเอเธนส์ทัง้ หลายคือ
บตุ รหลาน เมอ่ื เปน็ เชน่ นค้ี วามสมั พนั ธข์ องทง้ั สองฝา่ ยจงึ ดำ� รงอยใู่ นลกั ษณะทไ่ี มเ่ ทา่ เทยี มกนั กลา่ วเปรยี บ
เสมอื นเปน็ เรอื่ งของการเชอ่ื ฟงั โดยปราศจากเงอื่ นไข (unqualified obedience) ทไ่ี มต่ อ้ งดำ� เนนิ อยภู่ ายใต้
ขอ้ ตกลง (agreement) หรอื ภายใตร้ ปู แบบสญั ญาใดๆ (compact) แตเ่ ปน็ การดำ� เนนิ อยภู่ ายใตก้ ารบงั คบั
(compulsion) และความยินยอม (consent) ดังนั้นการไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายเป็นส่ิงซึ่ง
ไมแ่ ตกต่างไปจากการท่บี ตุ รหลานไมใ่ หค้ วามเคารพและเช่ือฟังบคุ คลผู้เป็นบดิ ามารดา

       ในขณะที่พันธะทางการเมืองในแง่ของการเคารพกฎเกณฑ์ ความเป็นระเบียบแบบแผนและ
เป็นการท�ำหน้าท่ีของความเป็นพลเมือง ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานหลักในการอาศัยอยู่ร่วมกันของผู้คนในชุมชน

         25 Plato. (1992). Apology: 23a, 29d-30a. สมบัติ จนั ทรวงศ.์ หน้า 162-163.	
         26 Plato. (1992). Crito: 51a-c.	
         27 ในความหมายของชมุ ชนโบราณกฎหมายความคดิ ในเรอ่ื งของความยตุ ธิ รรมผา่ นการปฏบิ ตั ติ วั และเชอ่ื ฟงั ตามคำ� สง่ั หรอื
กฎของเทพเจ้า (themis) และความยุติธรรมทางโลก (dike) ในลกั ษณะทีม่ ีการยดึ โยงและอา้ งอิงอย่กู ับเร่ืองของจารีตประเพณแี ละ
ธรรมเนียมปฏิบัติ (nomos) ที่แต่ละชุมชนการเมืองหรือนครรัฐยึดถือและมีแนวปฏิบัติท่ีมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งตัวของสิ่งที่
สมยั ใหมเ่ รยี กวา่ ‘laws’ มกั อยใู่ นรปู พหพู จนห์ รอื ในภาษากรกี โบราณใชค้ ำ� วา่ ‘nomoi’ เกดิ ขนึ้ มาจากการตรากฎหมาย (legislation)
ของบคุ คลหรอื คณะบคุ คลเพอ่ื ใชใ้ นการปกครองนครรฐั สง่ ผลใหก้ ารปกครองดว้ ยกฎหมายจงึ มคี วามแตกตา่ งไปจากการปกครองโดย
ตวั บุคคลท่ีมใี ชม้ าก่อนหน้าและเป็นการเปลย่ี นผ่านท่ีมีความสำ� คัญ นอกจากนต้ี วั กฎหมายยงั มคี วามแตกตา่ งไปจากกฎระเบียบและ
แบบแผนท่ีถูกส่งผ่านและถ่ายทอดมาตั้งแต่สมัยอดีตหรือจากบรรพบุรุษที่อยู่ในรูปของ ‘จารีตประเพณี’ หรือ ‘nomima’ หรือ
‘ancestral law’ (patroious nomous) กนิ ความหมายครอบคลมุ ถงึ สงิ่ ทเ่ี ปน็ จารตี ธรรมเนยี มปฏบิ ตั กิ อ่ นทจี่ ะตราขนึ้ เปน็ ลายลกั ษณ์
อกั ษรด้วย (Susan Sauve Meyer. (2009). Plato on the Law. in A Companion to Plato (p. 373). Edited by Hugh H.
Benson. Malden: Blackwell Publishing Ltd.)
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37