Page 15 - พฤติกรรมองค์การ และการจัดการการตลาด
P. 15
พฤตกิ รรมระดบั องค์การ 4-5
เร่ืองที่ 4.1.1
วัตถุประสงค์และองค์ประกอบในการศึกษาพฤติกรรมระดับองค์การ
พฤติกรรมองค์การ (Organizational behavior) เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการศึกษาพฤติกรรมและ
ทัศนคติของมนุษย์ในการท�ำงานในองค์การ โดยอาศัยพื้นฐานการศึกษาด้านพฤติกรรมศาสตร์และ
วทิ ยาศาสตร์ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจอยา่ งลกึ ซงึ้ เกยี่ วกบั การรบั รขู้ องบคุ คล จนนำ� มาสพู่ ฤตกิ รรมทแี่ สดงออก
และสามารถท�ำนายพฤติกรรมของมนุษย์ในองค์การได้ ซ่ึงการศึกษาน้ันจะประกอบไปด้วย 3 กลุ่ม คือ
การศกึ ษาพฤตกิ รรมระดบั บคุ คล การศกึ ษาพฤตกิ รรมระดบั กลมุ่ และพฤตกิ รรมระดบั องคก์ าร ซงึ่ ในหนว่ ย
นี้จะอธิบายเกย่ี วกับพฤติกรรมระดับองคก์ าร เพ่ือแสดงใหผ้ ้ศู กึ ษาเข้าใจวา่ เหตุใดบุคคลและกลมุ่ ตา่ งๆ ใน
องค์การจึงมพี ฤตกิ รรมแตกต่างกนั ออกไปและมสี ิง่ ใดบ้างท่ีสามารถก�ำหนดพฤตกิ รรมให้เปน็ ไปตามความ
ตอ้ งการขององค์การได้
ผศู้ กึ ษาคงมคี วามสงสยั อยบู่ า้ งวา่ เหตใุ ดพฤตกิ รรมของเราจงึ เปลยี่ นไปตามสถานทต่ี า่ งๆ ทเี่ ราอยู่
ลองย้อนพิจารณาดูว่าตัวเรามีลักษณะพฤติกรรมอย่างไรเมื่อเราอยู่คนเดียวและพฤติกรรมของเรา
เปลี่ยนแปลงไปอยา่ งไรเมื่อเราไปอยู่ในทท่ี ำ� งาน รว่ มทำ� งานกบั เพื่อนๆ ในทที่ �ำงาน ตวั อยา่ งเชน่ เราอาจ
จะเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียว แสดงออกทางอารมณ์อย่างเปิดเผยเมื่ออยู่กับเพื่อนหรือครอบครัว เป็นคนรัก
ความสันโดษ เก็บสิง่ ของต่างๆ ในหอ้ งของตนไม่เปน็ ระเบยี บ และไมค่ ่อยใสใ่ จกับส่งิ ใดๆ ในบา้ นของตน
เป็นต้น แต่เม่ือเราเร่ิมเข้าไปอยู่ในกลุ่มท�ำงานในองค์การ พฤติกรรมของเราจะเร่ิมเปลี่ยนไป เช่น เริ่มมี
ความระมัดระวังในการแสดงออกทางอารมณ์มากขึ้น โต๊ะท่ีท�ำงานมีการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ มีการ
แสดงความคิดเห็นต่อกลุ่มและหัวหน้างานมากขึ้น มีความรับผิดชอบต่องานและกลุ่มมากข้ึน เป็นต้น
สิ่งเหล่าน้ีเกิดขึ้นจากอิทธิพลขององค์การเป็นตัวก�ำหนดให้บุคคลใดที่เข้ามาท�ำงานกับองค์การจ�ำเป็นต้อง
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนจากเดิมให้เป็นไปตามรูปแบบพฤติกรรมที่องค์การปรารถนา เพ่ือที่ว่า
องค์การจะได้ด�ำเนินงานได้อย่างราบรื่นและสามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์การได้ ดังนั้น ผู้ศึกษา
จึงควรท�ำความเข้าใจเก่ียวกับฐานความรู้ต่างๆ ท่ีจะสามารถน�ำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการกับบุคคลและ
กลมุ่ ในองค์การได้
ฐานความรทู้ ส่ี ำ� คญั ในการศกึ ษาพฤตกิ รรมระดบั องคก์ ารนน้ั จำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั องคค์ วามรใู้ น 3 สาขา
ท่ีส�ำคัญ คือ สาขามานษุ ยวิทยา สาขาสงั คมวิทยา และสาขารัฐศาสตร์ โดยความร้ทู างสาขามานษุ ยวทิ ยา
นน้ั ทำ� ใหผ้ ศู้ กึ ษาเขา้ ใจเกยี่ วกบั กจิ กรรมตา่ งๆ ของมนษุ ย์ ไมว่ า่ จะเปน็ เรอ่ื งของคา่ นยิ ม ทศั นคติ ซงึ่ สง่ิ เหลา่ น้ี
ได้จากส่ิงแวดล้อมท่ีท�ำให้บุคคลเหล่านั้นมีพฤติกรรมอย่างน้ัน ส่วนสาขาสังคมวิทยามีความส�ำคัญเพราะ
จะท�ำให้ผู้ศึกษาทราบถึงพฤติกรรมท่ีปรากฏข้ึนเมื่อบุคคลมารวมกันเป็นกลุ่มสังคมโดยอาจประยุกต์
องคค์ วามรเู้ รอื่ งวฒั นธรรมองคก์ าร โครงสรา้ งองคก์ ารมาประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้ เปน็ ตน้ สว่ นสาขารฐั ศาสตรจ์ ะชว่ ยให้
ผศู้ กึ ษาเขา้ ใจบคุ คลเมอื่ อยใู่ นภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มทางการเมอื งและอำ� นาจ ซงึ่ สามารถประยกุ ตน์ ำ� ความรู้
เก่ียวกับความขัดแย้ง การใช้อ�ำนาจและการเมืองภายในองค์การ เป็นต้น มาช่วยจัดการองค์การให้มี
ประสิทธิภาพได้

