Page 19 - พฤติกรรมองค์การ และการจัดการการตลาด
P. 19
พฤตกิ รรมระดบั องคก์ าร 4-9
เชอรเ์ มอรฮ์ อรน์ และฮนั ท์ (Schermerhorn & Hant, 2000) ไดอ้ ธบิ ายความหมายของโครงสรา้ ง
องค์การไว้ว่า เป็นระบบของการทํางานท่ีแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของการส่ังการ การรายงาน การ
ประสานงาน โดยอาศัยกระบวนการสื่อสารเป็นตวั เช่ือมโยง โดยสามารถจาํ แนกโครงสร้างองค์การได้เป็น
2 ลักษณะคือ โครงสร้างองค์การอย่างเป็นทางการ (Formal Structure) และโครงสร้างองค์การอย่าง
ไม่เปน็ ทางการ (Informal Structure)
ดาลฟ์ (Daft, 2012) ไดอ้ ธบิ ายความหมายของโครงสรา้ งองคก์ ารไวว้ า่ โครงสรา้ งองคก์ ารเปน็ สง่ิ
ทแ่ี สดงถงึ กลมุ่ ของภาระงานทเี่ ปน็ ทางการทไี่ ดจ้ ดั สรรใหแ้ กบ่ คุ คลและแผนกงานตา่ งๆ มกี ารกาํ หนดความ
สมั พันธใ์ นการรายงานทเี่ ป็นทางการผา่ นสายการบงั คับบัญชา ความรับผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ระดบั ชน้ั
ในการบงั คบั บญั ชาและขนาดในการควบคุมของผบู้ ริหาร ซงึ่ การจัดโครงสร้างองค์การนัน้ มีเพอ่ื ใหแ้ น่ใจจะ
สามารถสรา้ งการท�ำงานรว่ มกันระหวา่ งพนักงานและแผนกงานทจ่ี ดั ตัง้ ขึ้นได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ร็อบบินส์ และจัดช์ (Robbins & Judge, 2013) ได้อธิบายความหมายของโครงสร้างองค์การไว้
วา่ โครงสรา้ งองคก์ ารจะแสดงถงึ การแบง่ ของสว่ น การจดั กลมุ่ และการกำ� หนดความสมั พนั ธใ์ นการทำ� งาน
รว่ มกันของคนในองคก์ าร ผา่ นการบังคบั บญั ชาและการตดิ ต่อส่อื สารของผ้บู รหิ ารระดบั ต่างๆ
กรฟิ ฟนิ และมอรเ์ ฮด (Griffin & Moorhead, 2014) ไดอ้ ธบิ ายความหมายของโครงสรา้ งองคก์ าร
ไว้ว่า เป็นระบบของงาน การรายงาน และความสัมพันธ์ของอ�ำนาจหน้าท่ีต่างๆ ในการด�ำเนินงานของ
องค์การ เพอื่ ใหง้ านขององค์การนัน้ สามารถส�ำเรจ็ ลลุ ่วงได้ดว้ ยดี โดยการออกแบบโครงสรา้ งขององคก์ าร
ตอ้ งค�ำนงึ ถงึ อำ� นาจหนา้ ทแี่ ละความสมั พนั ธข์ องอ�ำนาจหนา้ ทใี่ นต�ำแหนง่ ตา่ งๆ การท�ำงานเปน็ แผนก การ
ประสานงาน การสอ่ื สาร และกลไกควบคมุ การทำ� งานภายในองค์การ
ศริ ิวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ (2550) ไดอ้ ธิบายความหมายของโครงสร้างองคก์ ารไว้วา่ เป็นการ
ของการกําหนดความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่างบุคคลและทรัพยากรเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงคห์ รอื หมายถงึ ลกั ษณะการแบ่งงานอยา่ งเป็นทางการ เปน็ กล่มุ หรอื ความรว่ มมอื
จากความหมายข้างต้น พอสรุปความได้ โครงสร้างองค์การน้ัน คือ การก�ำหนดความสัมพันธ์
ระหว่างงาน บุคคล และแผนกงานตา่ งๆ ภายในองค์การใหเ้ กิดความชดั เจน ทงั้ ภาระงาน อำ� นาจหน้าที่
ความรับผิดชอบ ความเป็นสมาชกิ ในกลุม่ ผา่ นสายการบังคบั บญั ชา ซ่งึ จะต้องมกี ารด�ำเนินการอยา่ งเปน็
ทางการและสามารถช่วยเหลือการทำ� งานระหว่างกนั ไดเ้ พ่ือบรรลุเปา้ หมายสงู สุดขององคก์ าร
องค์ประกอบที่ส�ำคัญของโครงสร้างองค์การ
โครงสรา้ งองค์การน้ันจะมอี งคป์ ระกอบสาํ คญั ทเี่ กยี่ วข้องอยู่ 5 ประการ ได้แก่
1. มีการก�ำหนดงานท่ีเฉพาะเจาะจง (Work specification) เป็นการบ่งชี้ว่างานหนึ่งสามารถ
แบง่ ออกเปน็ งานยอ่ ยตามลกั ษณะเฉพาะไดอ้ ยา่ งไร โดยมกี ารกำ� หนดวา่ ใครทมี่ ที กั ษะ ความรู้ ความชำ� นาญ
และความสามารถทตี่ รงกับงานนัน้ ซ่งึ บุคคลน้นั จะต้องรบั ผิดชอบในส่วนงานนนั้ ๆ ไปด�ำเนนิ การต่อไป
2. สายการบังคับบัญชา (Chain of command) เป็นการระบุว่าผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน หรือ
กลมุ่ งาน หรอื แผนกงานนน้ั ๆ ควรอยภู่ ายใตก้ ารบงั คบั บญั ชาของใคร สายการบงั คบั บญั ชาทำ� ใหเ้ กดิ ความ
ชดั เจนทงั้ ดา้ นการกำ� หนดภาระงานและอำ� นาจในการตดั สนิ ใจ เพราะผบู้ งั คบั บญั ชาจะเปน็ ผมู้ อี ำ� นาจสงู สดุ

