Page 22 - พฤติกรรมองค์การ และการจัดการการตลาด
P. 22

4-12 พฤตกิ รรมองค์การและการจัดการการตลาด
แสดงออก กลา้ แสดงความคดิ และมกั จะนำ� เสนอ รปู แบบหรอื กระบวนการทำ� งานใหมๆ่ เพอื่ พฒั นาองคก์ าร
ของตน ซ่ึงความคิดและไอเดียใหม่ๆ เหล่านี้จะถูกแชร์ประสบการณ์ร่วมกันกับเพื่อนพนักงานในองค์การ
อยา่ งอิสระเสรี ขณะท่ีความคดิ เหน็ ที่แตกต่างของบุคคลในองค์การจะไดร้ บั การวิพากษว์ จิ ารณเ์ พ่อื น�ำไปสู่
แนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับองค์การมากท่ีสุด นอกจากน้ีการสั่งการระหว่างผู้บังคับบัญชาและ
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา จะเปน็ ลกั ษณะของการทำ� งานแบบทมี งาน โดยผบู้ งั คบั บญั ชาจะกระจายอำ� นาจการตดั สนิ ใจ
ให้กับพนักงานของตน ซึ่งเชื่อว่าพนักงานของพวกเขามีศักยภาพที่จะรับผิดชอบงานให้ลุล่วงได้ โดย
ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งถกู ควบคมุ หรอื รอการตดั สนิ ใจจากหวั หนา้ โดยสว่ นมากแลว้ เราจะเหน็ โครงสรา้ งองคก์ ารแบบ
สิ่งมีชีวิต ในกลุ่มธุรกิจท่ีมีจุดเด่นในการสร้างนวัตกรรม ท้ังสินค้าและบริการ เช่น Google Facebook
Microsoft เป็นต้น เนื่องจากการทำ� งานเป็นทมี เนน้ การมสี ว่ นรว่ มของพนักงานและความคิดสรา้ งสรรค์
ใหม่ๆ ถือไดว้ ่าเป็นหวั ใจสำ� คญั หน่งึ ในการแข่งขนั ทางธรุ กจิ ในปจั จุบัน

       จึงสรุปไดว้ า่ ถ้าองคก์ ารใดมีโครงสร้างองคก์ ารแบบใดแบบหนึ่งดงั ท่กี ลา่ วขา้ งต้น พฤตกิ รรมของ
พนกั งานทอ่ี ยใู่ นองคก์ ารนน้ั กจ็ ะมพี ฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ทิ แี่ สดงออกมาสอดคลอ้ งกบั โครงสรา้ งทอ่ี งคก์ ารได้
ก�ำหนดไว้ ดังนัน้ โครงสรา้ งองคก์ ารจึงมอี ิทธิพลต่อพฤตกิ รรมของพนกั งานภายในองค์การนนั่ เอง

โครงสร้างองค์การแบบใหม่กับพฤติกรรมมนุษย์ในองค์การ

       ปัจจุบันองค์การมีการเปล่ียนแปลงโครงสร้างขององค์การของตนไปในรูปแบบต่างๆ เนื่องจาก
สภาพแวดล้อมภายนอกที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างเป็นพลวัต สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในประเทศและ
ตา่ งประเทศ มกี ารแขง่ ขันระหวา่ งองคก์ ารสงู การเปล่ยี นแปลงกลยทุ ธท์ างธุรกจิ เพ่อื ให้สามารถแข่งขันได้
ดขี น้ึ การเกดิ ขน้ึ ของเทคโนโลยสี มยั ใหมท่ สี่ ามารถมาทดแทนแรงงานคนจนนำ� ไปสขู่ นาดองคก์ ารทห่ี ดเลก็ ลง
เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างองค์การแบบใหม่ยังคงอาศัยหลักการของโครงสร้างองค์การแบบเก่า
มาใชอ้ ยูภ่ ายในองค์การ ซงึ่ จะแตกต่างตรงท่ีเน้นไปท่มี ีการทำ� งานแบบส่งิ มชี วี ิตมากขึน้ และลดการทำ� งาน
แบบเคร่ืองจกั รกลลงใหเ้ หลือน้อยทส่ี ุด

       การเปลี่ยนแปลงเหล่าน้ีมีเพื่อให้องค์การสามารถอยู่รอดในสภาวการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน
พฤตกิ รรมของคนในองคก์ ารเองกจ็ ำ� เปน็ จะตอ้ งปรบั เปลย่ี นไปตามโครงสรา้ งใหมข่ ององคก์ าร โดยโครงสรา้ ง
องค์การแบบใหมท่ ่ีนิยมน�ำมาใช้ในองค์การปจั จุบันน้นั ได้แก่

       1. 	โครงสรา้ งแบบทมี งาน (The team structure) โครงสรา้ งแบบทมี งานมลี กั ษณะเดน่ คอื สมาชกิ
ในองคก์ ารจะมกี ารรว่ มกนั ทำ� งานเปน็ ทมี หรอื เปน็ โครงการ โดยงานทท่ี ำ� นนั้ ไมไ่ ดถ้ กู แบง่ เปน็ สว่ นยอ่ ยเปน็
แผนกงานทเ่ี หมอื นกนั อดตี ทใ่ี ครทำ� อะไรกท็ ำ� สงิ่ นน้ั แตโ่ ครงสรา้ งแบบนจ้ี ะใหท้ กุ คนในทมี มคี วามรเู้ กยี่ วกบั
งานท้ังหมดของทีม ดังนั้นทุกคนจึงรับทราบข้อมูลที่เหมือนกัน มีความรู้ ความเข้าใจในความส�ำคัญของ
งานเทา่ ๆ กนั สงิ่ นจ้ี งึ เปน็ จดุ มงุ่ หมายสำ� คญั ทตี่ อ้ งการใหท้ กุ คนในทมี ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ ความสามารถทกุ ๆ
ดา้ นท่ีตนมีมาทุม่ เทใหก้ ับงานที่ไดร้ บั มอบหมายใหส้ ำ� เร็จ

       ในบรษิ ทั ขนาดเลก็ หรือขนาดใหญ่ เริม่ หนั มาปรับโครงสรา้ งองค์การเป็นแบบทีมงานมากขน้ึ แทน
โครงสร้างองค์การแบบระบบราชการเดิมท่ีมีความเช่ือยช้า เพราะเม่ือองค์การมีการปรับโครงสร้างเแบบ
ทีมงาน จะเกิดความคล่องตัวสูงในการด�ำเนินการสูงข้ึน เหตุท่ีเป็นเช่นนี้เพราะโครงสร้างนี้ไม่เน้นความ
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27