Page 41 - ทฤษฎีและการวิจารณ์ภาพยนตร์
P. 41

แนวคดิ ภาพยนตรห์ ลงั ทศวรรษ 1970 7-31
หญิงรักหญิง และ “อคติ” น้ีเองได้กลายเป็นปัญหาสังคมในเวลาต่อมา เพราะเกดิ การแบง่ แยกและกดี กนั
เป็น “เพศปกต”ิ และ “เพศผดิ ปกต”ิ (นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ, 15 มิถนุ ายน 2015ข)

       อยา่ งไรก็ตามลกั ษณะส�ำคัญของแนวคดิ ภาพยนตร์เควยี รม์ ีความแตกต่างหลากหลายรปู แบบ ใน
หลายวงการ ตง้ั แตน่ กั ทฤษฎวี ชิ าการ กลมุ่ ผสู้ รา้ งหนงั ทเ่ี รยี กวา่ ผกู้ ำ� กบั หนงั เควยี ร์ ไปจนถงึ การจดั เทศกาล
ภาพยนตรเ์ ควยี ร์ ซ่ึงอาจจะพอสรปุ ความเคล่อื นไหว ของแนวคดิ ใหม่ทก่ี ำ� ลงั ดำ� เนนิ ไปไดด้ ังนี้

            1) โดยนิยามแล้ว แนวคิดภาพยนตร์เควียร์มิใช่การศึกษาภาพยนตร์ว่าด้วยความสัมพันธ์
ชาย-ชายเทา่ นน้ั แต่หมายถึงแนวคิดที่วิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์ที่ให้คุณค่าต่อความสัมพันธ์แบบคู่ตรง
ข้าม เช่น ความรักชายและหญิง รวมทั้งต่อต้านอคติท่ีมีต่อความสัมพันธ์เพศเดียวกัน นักคิดในสายน้ี
เหน็ วา่  โครงสร้างของภาพยนตร์กระแสหลกั ทั่วไปส่งเสรมิ เฉพาะความสมั พันธแ์ บบชาย-หญงิ อันนำ� มา
ซ่ึงอคติและปัญหาต่อความสัมพันธ์อื่น ๆ รวมทั้งปัญหาต่าง ๆ ของสังคม (เช่น การถูกกีดกันความรัก
ของชายกบั ชาย นำ� มาซงึ่ โศกนาฏกรรมและการฆาตกรรม หรอื สรา้ งปญั หาทางจติ ใจของเยาวชนชาย) ดงั
นน้ั พวกเขาจงึ ตอ้ งทา้ ทายความสมั พนั ธท์ เี่ ปน็ คตู่ รงขา้ ม เชน่ ชาย-หญงิ ขาว-ดำ� สงู -ตา่ํ นายทนุ -กรรมกร
ทา้ ทายพวกท่ดี หู มิน่ เกลยี ดชงั เพศใดเพศหน่ึง รวมทง้ั ท้าทายตอ่ บรรทัดฐานปกติ เช่น หญงิ ต้องคู่กบั ชาย
เทา่ นนั้ (มพี ระเอกนางเอกทเี่ ปน็ ชายจรงิ หญงิ แท)้ ทแ่ี ทจ้ รงิ แลว้ ถกู สรา้ งขนึ้ โดยภาพยนตรก์ ระแสหลกั ทว่ั ไป

            2) กลุ่มเคล่ือนไหวทางวิชาการภาพยนตร์ Anthology Film Archives ที่นิวยอร์ก
สหรฐั อเมรกิ า จดั ประชมุ วชิ าการเกย่ี วกบั ภาพยนตรเ์ ควยี รใ์ นชอื่ วา่ “How do I look? Queer Film and
Video” เมอ่ื วนั ที่ 21-22 ตลุ าคม 1989 และตพี มิ พบ์ ทความวชิ าการของการประชมุ ซงึ่ มกี ลมุ่ Bad Object-
Choices เปน็ บรรณาธกิ ารเผยแพรใ่ น ค.ศ. 1991 มบี ทความหลากหลายชนิ้ เกย่ี วกบั ภาพยนตรเ์ ควยี ร์ และ
นบั เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ การถกเถยี งครงั้ สำ� คญั ของทฤษฎภี าพยนตรเ์ ควยี ร์ โดยการตพี มิ พเ์ อกสารดงั กลา่ วมงุ่ เนน้
การศกึ ษาภาพยนตรท์ ม่ี คี วามเกย่ี วโยงสมั พนั ธก์ นั ทง้ั ดา้ นเพศสภาพ เพศวถิ ี กบั ประเดน็ อน่ื ๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งประเด็นทาง เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และชนช้ัน และศกึ ษารวมในมติ ิตา่ งๆ ของภาพยนตร์และวดี ีโอ
ทงั้ ดา้ นการผลิต การจัดจำ� หนา่ ย การฉาย และการรับร้ขู องผชู้ ม (Branigan and Buckland, 2015)

       3. 	หนังเควียร์ไม่มีลักษณะเด่นทางสุนทรียศาสตร์ภาพยนตร์เพียงแบบเดียว ความเด่นของ
เควียร์คือ ชุดของสุนทรียศาสตร์ภาพยนตร์อันหลากหลายแตกต่างกัน บี. รูบี้ ริช (B.Ruby Rich) นัก
วชิ าการดา้ นภาพยนตรช์ าวอเมรกิ นั ใชค้ ำ� วา่ New Queer Cinema ในบทความทตี่ พี มิ พป์ ี ค.ศ. 1992 และ
ระบุวา่ ภาพยนตรเ์ ควยี รม์ ีลกั ษณะ “Homo-Pomo” (Hayward, 2000, p. 308) คอื หนงั ที่เกีย่ วข้องกับ
ความสัมพันธ์เพศเดียวกัน ท้ังเกย์และเลสเบี้ยน โดยหนังมีส่วนผสมของรูปแบบและความคิดแบบโพสต์
โมเดริ น์ (Postmodernism) (อ่านรายละเอียดในเรอื่ งถดั ไป) และพยายามน�ำเสนอประสบการณ์จริงของ
มนุษย์ผ่านรูปแบบหลากหลายเช่น การผสมระหว่างนิยายและสารคดี การปะติดปะต่อ (pastiche) ของ
เร่ืองหลายเรื่อง การผสมกันระหว่างหนังแบบฮอลลีวูดและหนังนอกกระแส เช่น ภาพยนตร์เร่ือง The
Living End (Gregg Araki, 1992) Zero Patience (John Greyson, 1993) เปน็ หนังเพลง (musical)
เก่ยี วกบั ผีและโรคเอดส์
   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46