Page 82 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 82
6-72 กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
การตดิ ตามและประเมนิ ผลความสำ� เรจ็ ของโครงการรณรงค์ ซง่ึ หากมกี ารวางแผนโครงการรณรงคเ์ ปน็ อยา่ ง
ดแี ลว้ จะส่งผลให้บรรลุวตั ถุประสงค์ของการรณรงคต์ อ่ ไป
2. กลยุทธ์การชี้แนะเพ่ือขับเคล่ือนนโยบายสาธารณะ
กลยุทธ์การชี้แนะเพ่ือขับเคล่ือนนโยบายสาธารณะ เป็นกลยุทธ์การส่ือสารท่ีมีเป้าหมายเพื่อการ
ผลกั ดนั ในระดบั นโยบายทมี่ ผี ลกระทบตอ่ สาธารณะ เปน็ ความพยายามใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงบรรทดั ฐาน
การแสดงออกความตอ้ งการในระดบั ชมุ ชนดว้ ยการกำ� หนดวาระขา่ วสารทแี่ สดงปญั หาและชใ้ี หต้ ระหนกั ถงึ
ความรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ของผทู้ เี่ กย่ี วขอ้ งในการเปลยี่ นแปลงนโยบายหรอื แกไ้ ขกฎหมายเพอื่ ประโยชนท์ าง
สาธารณะรว่ มกนั ดงั นน้ั หวั ใจสำ� คญั ของการชแ้ี นะเพอ่ื การขบั เคลอ่ื นนโยบายจงึ อยทู่ ก่ี ารสอ่ื สารไปยงั บคุ คล
กลุ่มบุคคลและองค์การที่เกี่ยวข้อง เพ่ือชักชวน ชี้แจงให้แสดงความต้องการต่อประเด็นปัญหาเพื่อให้ผู้ที่
มหี นา้ ทเ่ี ก่ยี วข้องด�ำเนนิ การอันเป็นประโยชนต์ ่อส่วนรวมทง้ั ในระดบั ชมุ ชนหรอื ระดบั ประเทศ กล่าวได้ว่า
การชแี้ นะสาธารณะเปน็ กระบวนการลดชอ่ งวา่ งของอำ� นาจในการกำ� หนดนโยบายภาครฐั และเพม่ิ ศกั ยภาพ/
อ�ำนาจของประชาชนในประเด็นสาธารณะ องค์การไม่แสวงหาก�ำไรสามารถชี้แนะเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย
สาธารณะได้อย่างหลากหลายมีขอบเขตท่ีกว้างขวาง เช่น นโยบายด้านวัฒนธรรม นโยบายด้านสุขภาพ
นโยบายดา้ นการศึกษา นโยบายดา้ นสทิ ธิมนุษยชน นโยบายด้านการเมอื ง เป็นตน้
ขั้นตอนการด�ำเนนิ กระบวนการชีแ้ นะเพ่อื ขบั เคลือ่ นนโยบายสาธารณะ ประกอบดว้ ย 6 ข้ันตอน
สำ� คัญ คือ
2.1 การวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสถานการณ์การด�ำเนินการ ผลกระทบ และการ
วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การช้แี นะเพอื่ ขับเคลื่อนโยบายเกี่ยวกับโรคเอดส์ เปน็ ประเดน็ ทแ่ี สดง
ใหต้ ระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทางวชิ าการเกยี่ วกบั สถานการณก์ ารดำ� เนนิ งาน เนอ่ื งจาก
สถานการณ์เก่ยี วกบั โรคเอดสม์ ีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรื่องนี้แมจ้ ะไม่ใชเ่ รือ่ งใหม่เพราะมีการรณรงค์
มาตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกเม่ือ พ.ศ. 2527 แต่การขับเคล่ือนโยบายมีการเปล่ียนแปลงตามสถานการณ์
นับแต่เร่ิมแรกจนถึงปัจจุบัน ในระยะเร่ิมต้นเนื่องจากเป็นโรคที่ใหม่ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ
ประกอบกบั การให้ข้อมลู ของหนว่ ยงานทเี่ กี่ยวขอ้ งทำ� ให้เกดิ การไม่ยอมรับในสังคม โดยภาครฐั มีนโยบาย
มงุ่ ไปทก่ี ารใหค้ วามรใู้ นเรอื่ งของการระบาดและมกี ารเผยแพรภ่ าพทนี่ า่ กลวั ของผปู้ ว่ ย สง่ ผลใหเ้ กดิ ปญั หา
ความไมเ่ ขา้ ใจเกย่ี วกบั การตดิ ตอ่ ของโรคและสง่ ผลใหส้ งั คมเกดิ ความรงั เกยี จ เกดิ การปฏเิ สธการอยรู่ ว่ มกนั
ผู้ป่วยจึงถูกละเมิดสิทธิในด้านต่างๆ เช่น การรับเข้าท�ำงานโดยการตรวจเลือด การรับเด็กเข้าเรียน การ
เลอื กปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ ดิ เชอ้ื เปน็ ตน้ องคก์ ารพฒั นาเอกชนจงึ ไดก้ ารดำ� เนนิ การในประเดน็ ดงั กลา่ วและประสาน
เครอื ขา่ ยผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี จนมกี ารขบั เคลอ่ื นในระดบั ของนโยบาย ตอ่ มาสถานการณเ์ รม่ิ เปลย่ี นแปลงไป
เกิดการพัฒนายาต้านแต่ยังขาดสวัสดิการในการเข้าถึง ดังน้ันองค์การพัฒนาเอกชนหลายองค์การจึง
ดำ� เนนิ งานขบั เคลอื่ นในประเดน็ นี้ ในปจั จบุ นั สงั คมเรมิ่ มคี วามเขา้ ใจแตย่ งั มกี ารละเมดิ สทิ ธเิ กดิ ขนึ้ นอกจากน้ี
สถานการณ์ในปัจจุบันมีแนวโน้มการลดลงของจ�ำนวนผู้ติดเชื้อแต่ยังพบผู้ติดเช้ือรายใหม่ประมาณ
ปีละ 6,300 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 15 (ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, จาก https://www.nhso.
go.th/frontend/NewsInformationDetail.aspx?newsid=MjUxMA==, สบื คน้ เมอ่ื 30 ตลุ าคม 2562)

