Page 45 - ภาษาและทักษะเพื่อการสื่อสาร
P. 45
ภาษาวิทยุกระจายเสยี ง 10-35
2. อ่านตามอักขรวิธีของภาษาที่น�ำมาใช้ คือ
2.1 ค�ำท่ีมาจากภาษาเขมร เช่น ไผท (อ่านว่า ผะ-ไท) ขมอม (อ่านว่า ขะ-มอม) ขนง
(อ่านว่า ขะ-หนง) เป็นต้น
2.2 ค�ำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มักจะมีการอ่านออกเสียงท่ีพลิกแพลง ไม่ตรงไป
ตรงมา เหมอื นค�ำในภาษาไทย เชน่ ตวั ฤ มีวิธีอา่ นได้ 3 อย่างคอื “ริ” “ร”ึ หรือ “เรอ” ซ่ึงมขี ้อสังเกต
ดงั นี้
1) ตัว ฤ ทเี่ ป็นตน้ ศพั ท์ออกเสยี ง “ร”ิ เช่น ฤทธ์ิ เปน็ ต้น
2) ตวั ฤ ต้นศัพท์ ทอ่ี อกเสยี ง “ร”ึ เช่น ฤดี ฤษี ฤชา เปน็ ต้น
3) ตวั ฤ ท่อี อกเสียง “เรอ” มีคำ� เดียว คือ ฤกษ์
4) ตวั ฤ ทป่ี ระสมกบั พยญั ชนะ ก ต ท ป ศ และ ส ออกเสยี งเปน็ “ร”ิ เชน่ กฤษฎกี า
ตฤณ ปฤจฉา ศฤงคาร สฤษฏ์ เป็นตน้
5) ถ้าประสมกับอกั ษรตัวอนื่ นอกจากพยญั ชนะ 6 ตัว ในขอ้ 4) ออกเสียงเปน็ “รึ”
เช่น นฤมล พฤษภาคม พฤหัส มฤตยู หฤทัย เป็นต้น แต่มีข้อยกเว้น 2 ค�ำ คือ “อมฤต” อ่านว่า
“อมั -มะ-รดึ ” กไ็ ด้ “พฤณฑ์” อ่านวา่ “พรนิ ” หรือ “พรึน” ก็ได้
2.3 ตัวอักษร ฑ อา่ นออกเสียงได้ 2 อย่าง คือ อา่ นเปน็ เสียง “ท” และเสยี ง “ด”
1) ค�ำท่ีอ่านออกเสียง “ท” เช่น กุณฑล (แปลว่า ตุ้มหู) กุณฑี (หม้อน�้ำ) กุณโฑ
(คนโทนำ�้ ) ขณั ฑสกร (น�ำ้ ตาลกรวด) ขัณฑสมี า (เขตแดน) คณั ฑสตู ร (ฝชี นิดหนง่ึ ) คัณฑมาลา (ฝที ี่ขน้ึ
เป็นแถวทีค่ อ) จณั ฑาล (ตำ่� ช้า) ทัณฑกรรม (การท�ำโทษ) เป็นต้น
2) คำ� ทอ่ี า่ นออกเสยี ง “ด” เชน่ บณั เฑาะว์ (กลองเลก็ ) บณั ฑุ (สเี หลอื งออ่ น) มณฑป
(เรอื นยอดรูปสเี่ หลย่ี ม) บณั ฑิต (นักปราชญ์) เปน็ ต้น
2.4 อักษรตัว ฉ ทแ่ี ปลว่า “หก” ซึ่งมาจากภาษาบาลี อ่านได้ 3 อย่าง คือ ฉอ ฉ้อ และ
ฉะ เช่น ฉกษัตริย์ (ฉอ-กะ-สัด) ฉศก (ฉอ-สก) ฉทานศาลา (ฉะ-ทาน-นะ-สา-ลา) เป็นต้น แต่คน
โบราณมกั จะออกเสยี งเป็น ฉ้อ เชน่ ฉ้อ-กะสัด หรอื ฉอ้ -ทาน-นะ-สา-ลา
3. อ่านตามความนิยมและความเคยชิน คือ การอ่านที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ แต่ถือตาม
ความนิยม บางครงั้ กค็ ือความไพเราะเสนาะหู
4. อ่านตามวิธีค�ำประพันธ์หรือฉันทลักษณ์ คือ ออกเสียงตามคำ� รับสัมผสั หรอื ความคล้องจอง
อา่ นตามจำ� นวนพยางคท์ ่ตี อ้ งการ เชน่ “จันทร” อา่ นวา่ “จัน-ทะ-ระ” หรอื อ่านวา่ “จนั -ทอน” กไ็ ด้ หรือ
อา่ นตามท่ีบงั คับของคำ� ประพนั ธ์คอื ครุ ลหุ เช่น “จร” อา่ นออกเสยี งว่า “จอน” หรือ “จะระ” ก็ได้ ผ้อู า่ น
จ�ำเป็นต้องรู้จักข้อบังคับของค�ำประพันธ์ เพื่อทราบว่าท่ีใดควรออกเสียงรับสัมผัส หรือเป็นครุ เป็น ลหุ
ตรงไหน
การอา่ นวรรณคดที ต่ี อ้ งการจะใหค้ วามหมายของคำ� บางคำ� ปรากฏชดั แกผ่ ฟู้ งั จะออกเสยี งตวั สะกด
ได้บ้าง เช่น “คชลกั ษณค์ ชเลิศคชเพรศิ คชแพรว้ คชแกลว้ คชกลา้ คชบา้ บม่ มนั ” ให้ออกเสยี ง “คด-ชะ”
ทกุ คำ�

