Page 28 - การพัฒนาบทเรียนและสื่อการสอนภาษาอังกฤษ
P. 28
1-18 การพัฒนาบทเรียนและสื่อการสอนภาษาอังกฤษ
5) การส าธิต (demonstration) เป็นโปรแกรมการส าธิต เป็นการส าธิตประกอบการสอนห รือ
การบ รรยาย เพื่อให้ผ ู้เรียนเข้าใจส ิ่งท ี่เรียนย ิ่งข ึ้น เช่น การอ ่านก ราฟแ ละแ ผนภูมิต ่าง ๆ (describing trends
in graphs/charts) ในรายวิชาภาษาอ ังกฤษธุรกิจ (Business English)
6) บทสนทนา (dialogue) เป็นการเขียนโปรแกรม เพื่อสร้างบทสนทนาให้ผู้เรียนสามารถ
สนทนาก บั ค อมพวิ เตอร์ คลา้ ยก บั อ ยใู่ นส ถานการณจ์ รงิ โดยค �ำ พดู จ ะป รากฏใหเ้ หน็ บ นจ อภาพ ผเู้ รยี นส ามารถ
ป้อนคำ�สนทนาในรูปแบบของการทักทาย โต้ตอบ โต้แย้ง รวมทั้งใช้หรือตอบคำ�ถามกับบทเรียนในรูปแบบ
ของโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี เป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี เช่น ใน
รายวิชาก ารฟังและก ารพูดภาษาอ ังกฤษ (Listening and Speaking)
7) การท ดสอบ (test) เป็นแ บบท ดสอบ ใช้ในก ารป ระเมินผ ลก ารเรียนข องผ ู้เรียนท ั้งก ่อนเริ่ม
เรียนและห ลังเรียน คอมพิวเตอร์สามารถปฏิสัมพันธ์กับผ ู้เรียนได้ โดยให้ผ ลย ้อนก ลับในท ันที หรือประเมิน
ผลหลังทำ�แบบทดสอนเสร็จแล้ว เช่น แบบทดสอบทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ คือ การฟัง การพูด
การอ่าน และก ารเขียน
การเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านทางบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของการ
เรียนก ารส อน ไมจ่ ำ�เป็นต ้องเรียนภ าษาแ ตใ่นห ้องเรียนเท่านั้น แตบ่ ทเรียนค อมพิวเตอรช์ ่วยส อนถ ูกอ อกแบบ
เพื่อใช้ในก ารนำ�เสนอก ารเรียนภาษาอังกฤษด ้วยตนเองได้อ ย่างมีป ระสิทธิภาพ ดังนี้
1. มีก ารเน้นท ักษะท ั้งส ี่ด ้าน ตลอดจ นฝ ึกค วามแ ม่นยำ� (accuracy) และค วามค ล่องในก ารใช้ภ าษา
(fluency) มีทั้งภาพ เสียงประกอบ การเรียนโดยวิธีนี้ ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะด้านการฟังและการพูด
ผ่านท างการฟ ังเสียงแ ละก ารอ อกเสียงต าม อีกท ั้งพ ัฒนาท ักษะด ้านก ารอ ่านแ ละก ารเขียน มีการนำ�เสนอภ าพ
ประกอบ ที่ทำ�ให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจความหมายของคำ�ศัพท์หรือเนื้อเรื่องได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งทำ�ให้
ผู้เรียนส ามารถเรียนร ู้ท ักษะท างภ าษาอ ังกฤษท ั้ง 4 ทักษะได้ อีกท ั้งผ ู้ส อนอ าจให้ผ ู้เรียนใช้โปรแกรมในก ารฝ ึก
ความคล่องในการใช้ภาษา เพื่อให้มีความสามารถในการสื่อสารได้ โดยสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง หรือใช้
โปรแกรมฝ ึกความแ ม่นยำ� โดยไม่ละเลยค วามถ ูกต ้องตามห ลักไวยากรณ์
2. ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนผ่านทางการโต้ตอบระหว่างบทเรียนกับผู้เรียน เมื่อผู้เรียน
เรยี นจ บในแ ตล่ ะบ ทห รอื ต อน ตอ้ งม กี ารท �ำ แบบฝ กึ หดั เพือ่ ป ระเมนิ ค วามเขา้ ใจ และบ ทเรยี นจ ะใหผ้ ลป อ้ นก ลบั
เพื่อเฉลยค ำ�ตอบท ันทีผ ่านท างเสียงห รือภ าพ เป็นการโต้ตอบก ันร ะหว่างโปรแกรมแ ละผ ู้เรียน (interaction)
ทำ�ให้ผ ู้เรียนตระหนักและรับร ู้ผลเรียนจากจำ�นวนแบบฝ ึกหัดที่ทำ�
3. มีการนำ�เสนอเนื้อหาได้รวดเร็วฉับไว ทำ�ให้เพิ่มศ ักยภาพในก ารเรียนภาษาได้อ ีกม าก เช่น แบบ
ทบทวนค วามรู้ (tutorial) หรืออาจม ีก ารนำ�เสนอบทเรียนในร ูปแ บบก ารฝ ึกฝน (drill and practice) และ
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนสามารถทำ�ข้อสอบเพื่อประเมินความสามารถของตัวเองและรับทราบผลได้ในทันที
หลังท ำ�เสร็จ โดยผู้เรียนสามารถท ำ�แบบฝ ึกหัดหรือแ บบท ดสอบหลายค รั้ง เพื่อเป็นการยํ้าท วน และสามารถ
ทดสอบตนเองได้ต ลอดเวลาจนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาของบ ทเรียนนั้น ๆ ได้ดีขึ้น
4. ผเู้ รยี นไมต่ อ้ งร อค �ำ สัง่ ห รอื ร อเพือ่ นร อบข า้ ง สามารถก �ำ หนดเวลาเริม่ เรยี นแ ละเลกิ เรยี นไดเ้ อง ไม่
จ�ำ กดั เวลาจ ะม ากห รอื น อ้ ยเพยี งใด และส ามารถเขา้ ไปด คู �ำ ตอบห รอื ค �ำ อธบิ ายจ ากบ ทเรยี นไดโ้ ดยตรง สง่ เสรมิ