Page 29 - การพัฒนาบทเรียนและสื่อการสอนภาษาอังกฤษ
P. 29

ความ​รู้​พื้นฐ​ าน​เกี่ยวก​ ับบ​ ทเ​รียน​และ​สื่อก​ ารส​ อน​ภาษา​อังกฤษ 1-19

การ​เรียนร​ ู้​ด้วย​ตนเอง (self-learning) ทำ�ให้ผ​ ู้​เรียนเ​กิดก​ าร​เรียนร​ ู้​ไปต​ ามล​ ำ�ดับข​ ั้น จาก​ง่าย​ไป​หาย​ าก โดย​
ผู้เ​รียนค​ ่อย ๆ เรียน​เพิ่มข​ ึ้น​ทีล​ ะ​ขั้น​เรื่อย ๆ เป็นการ​ก้าวจ​ ากส​ ิ่งท​ ี่ร​ ู้ไ​ป​สู่ค​ วาม​รู้​ใหม่ท​ ี่​บท​เรียนส​ ำ�เร็จรูปเ​ตรียม​
ไว้​ให้ อีก​ทั้ง​สามารถท​ ำ�​กิจกรรมห​ ลายอ​ ย่าง​ได้​ในข​ ณะท​ ี่เ​รียน เช่น ฟังเ​พลง​ขณะ​ทำ�​แบบฝ​ ึกหัด

       5. 	 มี​การนำ�​เสนอ​เนื้อหา​ใน​หลาย​รูป​แบบ เป็น​สิ่ง​เร้า (stimulus) ทำ�ให้​ผู้​เรียน​ทำ�​กิจกรรม​เพื่อ​การ​
เรียนร​ ู้​ทาง​ภาษา​ไม่รู้​สึกเ​บื่อห​ น่าย เช่น การนำ�​เสนอต​ ารางข​ ้อมูล​ภาพ บท​เรียน​ภาษาอ​ ังกฤษแ​ บบ​เกม (game)
ทำ�ให้ผ​ ู้เ​รียนเ​รียน​รู้ไ​ป​พร้อม ๆ กับก​ าร​เล่นเ​กม​อย่างส​ นุกสนาน การนำ�​เสนอ​บทเ​รียนแ​ บบ​ส​ถานก​ ารณ์จ​ ำ�ลอง
(simulation) โดยผ​ ู้เ​รียนส​ ามารถเ​ข้าไปใ​ช้ข​ ้อมูลท​ ี่ม​ ีใ​นก​ ารต​ ัดสินใ​จแ​ ก้ป​ ัญหาแ​ ละไ​ด้ร​ ับผ​ ลจ​ ากก​ ารต​ ัดสินใ​จ​
นั้น ๆ อีกท​ ั้งบ​ ทเ​รียนแ​ ละแ​ บบฝ​ ึกหัดม​ ีก​ ารนำ�​เสนอท​ ี่ห​ ลากห​ ลาย น่าส​ นใจ เช่น ถ้าผ​ ู้เ​รียนท​ ำ�​แบบฝ​ ึกหัดถ​ ูก จะ​
มี​เสียงป​ รบม​ ือ หรือ​คำ�​ว่า correct หรือ excellent ถ้าผ​ ิด​จะ​ปรากฏ​คำ�​ว่า try again หรือ wrong การต​ อบ​
ของผ​ ู้เ​รียนจ​ ะ​ได้​รับ​การ​เสริมแ​ รง (reinforcement) เป็นการ​สร้าง​แรง​จูงใจ​ให้​กับ​ผู้​เรียนผ​ ่านท​ าง​จอภาพ เป็น​
สิ่งแ​ ปลกใ​หม่​สำ�หรับผ​ ู้​เรียน ทำ�ให้ผ​ ู้เ​รียน​เกิดค​ วาม​ภาค​ภูมิใจ เมื่อ​สามารถ​ปฏิบัติ​ได้​ถูก​ต้อง และ​เมื่อ​ตอบ​ผิด
มี​ความ​พยายามท​ ี่จ​ ะแ​ ก้ไขส​ ่วน​ที่บ​ กพร่อง

       6. 	 ช่วย​แบ่ง​เบา​ภาระ​การ​สอน​ของ​อาจารย์ และ​ส่ง​เสริม​การ​เรียน​รู้​ใน​ผู้​เรียน​อ่อน ทำ�ให้​บท​เรียน​ที่​
เข้าใจ​ยาก​เป็น​เรื่องท​ ี่ง​ ่ายข​ ึ้นผ​ ่านท​ าง​จอภาพ เสียง ตลอด​จน​ภาพ​เคลื่อนไหวต​ ่าง ๆ ทำ�ให้​ช่วยล​ ด​เวลา​ใน​การ
เต​รี​ยม​การ​สอน​และ​การ​สอน​ของ​ครู ลด​บทบาท​ของ​ครู​จาก​การ​สอน​แบบ​ป้อน​ความ​รู้ (lecturer) ให้​แก่​
ผู้​เรียน เป็น​ผู้อ​ ำ�นวย​ความส​ ะดวกใ​นก​ ารเ​รียนร​ ู้ (facilitator) แทน และ​สำ�หรับผ​ ู้เ​รียนท​ ี่เ​รียน​อ่อน ทำ�ให้เ​กิด​
ความ​แม่นยำ�​ในว​ ิชา​ที่​เรียนอ​ ่อน เป็นการเ​สริม​การเ​รียน​รู้​จากใ​นห​ ้องเรียน เพราะส​ ามารถเ​รียนไ​ด้​ด้วยต​ นเอง
กี่​ครั้ง​ก็ได้

       โดยส​ รุป บทเ​รียนค​ อมพิวเตอรช์​ ่วยส​ อนท​ างด​ ้านภ​ าษาม​ กี​ ารก​ ำ�หนดว​ ัตถุประสงค์ เนื้อหา วิธกี​ าร และ​
สือ่ ก​ ารเ​รยี นก​ ารส​ อนไ​วล​้ ว่ งห​ นา้ มโ​ี ปรแกรมท​ สี​่ ง่ เ​สรมิ ก​ ารเ​รยี นร​ ใู​้ นห​ ลาย ๆ ดา้ นท​ างภ​ าษา และไ​มน​่ า่ เ​บือ่ อกี ท​ ัง้ ​
ช่วยใ​หผ้​ ูเ้​รียนค​ งไ​ว้ซ​ ึ่งพ​ ฤติกรรมก​ ารเ​รียนไ​ด้น​ าน เนื่องจากเ​รียนเ​ป็นข​ ั้นเ​ป็นต​ อน เริ่มจ​ ากเ​นื้อหาส​ าระท​ ีง่​ ่าย ๆ
ไป​สู่​เนื้อหา​ที่​ยาก​ขึ้น​ไป​ตาม​ลำ�ดับ ผู้​เรียน​สามารถ​ศึกษา ค้นคว้า และ​ประเมิน​ผล​การ​เรียน​ด้วย​ตนเอง​ตาม​
ขั้นต​ อน​ที่ก​ ำ�หนด​ไว้ ก่อใ​ห้เ​กิด​เจตคติ​ที่​ดี​ต่อ​การเ​รียน​ภาษา ทำ�ให้ก​ าร​เรียน​การ​สอนม​ ีป​ ระสิทธิภาพม​ ากข​ ึ้น

การน�ำ ​ไป​ใช้ป​ ระโยชนใ์​น​การ​เรียนก​ ารส​ อน​ภาษา​อังกฤษ

       บทเ​รียน​ทั้ง 4 ประเภทข​ ้าง​ต้น มีป​ ระโยชน์​ต่อ​การ​เรียนก​ ารส​ อน ดังนี้
       หนังสือ​เรียนห​ รือต​ �ำ ราเ​รียน
       1.	 นำ�​มาป​ ระยุกตห์​ รือป​ รับก​ ิจกรรมใ​นห​ นังสือเ​รียนใ​หเ้​ป็นก​ ิจกรรมก​ ารส​ ื่อสาร เพื่อฝ​ ึกฝนใ​ห้ผูเ้​รียน​
ได้​ฝึกฝนท​ ักษะ​การ​สื่อสาร อันจ​ ะ​เป็นป​ ระโยชน์​ใน​การ​ใช้ภ​ าษา​ใน​การ​สื่อสาร​ได้​อย่างแ​ ท้จริง เช่น การ​กำ�หนด​
สถานการณ์​ให้​ผู้​เรียนไ​ด้ฝ​ ึกฝนก​ ารใ​ช้​ภาษา​ในโ​อกาสท​ ี่แ​ ตก​ต่างก​ ันไ​ป
       2. 	 ใน​กรณี​ที่​เนื้อหา​ใน​บท​เรียน​เป็น​เรื่อง​ไกล​ตัว ที่​ผู้​เรียน​ไม่รู้​จัก หรือ​คุ้น​เคย ครู​ผู้​สอน​ควร​
เชื่อม​โยง​หนังสือ​เรียนก​ ับ​บริบทห​ รือส​ ถานการณ์ก​ าร​เรียน​การ​สอน​ของต​ นเอง ไม่​จำ�เป็น​ต้อง​ยึด​ตามห​ นังสือ​
เรียน​ทั้งหมด เช่น เทศกาลห​ รือว​ ันส​ ำ�คัญ​ต่าง ๆ ของ​ทางต​ ะวันต​ ก สามารถ​นำ�​มา​ผสม​ผสาน​หรือ​เชื่อม​โยงใ​น​
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34