Page 34 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 34

12-24 การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพสำ�หรับผู้นำ�ทางการศึกษา

       จะเห็นได้ว่า วัตถุประสงค์หลักของการนิเทศแบบคลินิกเป็นการพัฒนาครูให้มีความรับผิดชอบใน
วิชาชีพที่จะวิเคราะห์พฤติกรรมการสอนของตน และเปิดโอกาสให้มีผู้นิเทศเข้ามาช่วยเหลือและถือเป็นการ
กำ�กับตนเอง อย่างไรก็ตาม โคแกนกล่าวว่าขั้นตอนทั้ง 8 ขั้นตอนนั้น อาจจะเปลี่ยนแปลงหรือตัดลดขั้นตอน
ใดขั้นตอนหนึ่งได้ ขึ้นอยู่กับการความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้นิเทศ

       โกลด์แฮมเมอร์ แอนเดอร์สัน และกราจิวสกี (Goldhammer, Anderson and Krajewski อ้างถึง
ใน Glickman, Gordon and Ross-Gordon, 2009: 228-232) ได้สรุปและลดขั้นตอนการดำ�เนินการนิเทศ
แบบคลินิก โดยแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้

       ขัน้ ที่ 1 การพดู คยุ กบั ครกู อ่ นสงั เกตการสอน (preobservation) ผู้นเิ ทศจะพดู คุยกับครูเพือ่ กำ�หนด
1) เหตุผลและจุดมุ่งหมายของการสังเกตการสอน 2) จุดเน้นในการสังเกตการสอน 3) วิธีการและแบบสังเกต
ทีใ่ ช้ 4) ระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการสงั เกต และ 5) ระยะเวลาพดู คยุ หลงั การสงั เกต ประเดน็ ทีก่ ลา่ วมาขา้ งตน้ ผูน้ เิ ทศ
จะต้องทำ�ความตกลงกับครูก่อนเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

       ขั้นที่ 2 การสังเกตการสอนในชั้นเรียน (observation) เป็นการดำ�เนินการตามข้อตกลงที่กำ�หนดไว้
ให้สำ�เร็จโดยผู้สังเกตอาจใช้การสังเกตแบบเดียวหรือหลายแบบผสมผสานกัน อย่างไรก็ตาม ในการสังเกต
การสอน ต้องมีการบันทึกการสังเกต ซึ่งควรเป็นบันทึกแบบบรรยายสภาพหรือเหตุการณ์ที่สังเกต (descrip-
tions) ก่อนที่จะสรุปตีความเหตุการณ์ (interpretation) ซึ่งเป็นการตีความหมายที่สรุปได้จากเหตุการณ์
เหล่านั้น

       ขั้นที่ 3 การวิเคราะห์และการตีความการสังเกตและกำ�หนดวิธีการพูดคุย หลังจากการสังเกตการ
สอนในชั้นเรียน และมีการบันทึกข้อมูลไว้โดยละเอียดเพื่อการทำ�ความเข้าใจและตีความข้อมูลในการจัด
ทำ�ข้อสรุปเกี่ยวกับสภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน หลังจากนั้นผู้นิเทศจะทำ�การตกลงกับครูว่า
จะกำ�หนดวิธีการพูดคุยอย่างไร ซึ่งอาจกำ�หนดเป็น 4 แนวทาง คือ 1) แบบสั่งการและควบคุม ผู้นิเทศอาจ
ใช้วิธีการพูดคุยโดยเสนอข้อมูลการสังเกต และข้อค้นพบจากการตีความ และขอความเห็นจากครูในการ
ก�ำ หนดเปา้ หมายในการพฒั นา 2) แบบสัง่ การและใหข้ อ้ มลู ผูน้ เิ ทศรว่ มมอื กบั ครโู ดยแลกเปลีย่ นความคดิ เหน็
ในการสังเกตการสอน แล้วให้ครูนำ�เสนอการตีความข้อค้นพบและข้อตกลงเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน
ร่วมกัน 3) แบบร่วมคิดร่วมทำ� ผู้นิเทศอธิบายผลการสังเกตการสอน และกระตุ้นให้ครูวิเคราะห์ตีความ และ
วางแผนการพฒั นาดว้ ยตนเอง และ 4) แบบไมส่ ัง่ การ ผูน้ เิ ทศใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกบั การสงั เกตการสอนแกค่ รกู อ่ น
พูดคุยหลังการสังเกต ซึ่งช่วยให้ครูได้พิจารณาทบทวนข้อมูลล่วงหน้า และให้ครูนำ�เสนอการสรุปตีความเอง
ในการพูดคุยหลังการสังเกต

       ขนั้ ที่ 4 การพดู คยุ หลงั การสงั เกต เมอื่ ก�ำ หนดวธิ กี ารพดู คยุ แลว้ จงึ ก�ำ หนดนดั หมายครู เพอื่ ใหค้ รไู ดร้ บั
ทราบขอ้ สงั เกตและสงิ่ ทีป่ ระทบั ใจจากการสงั เกต โดยสะทอ้ นสิง่ ทีผ่ ูน้ เิ ทศไดส้ งั เกตอยา่ งชดั เจน การด�ำ เนนิ การ
พูดคุยจะดำ�เนินไปตามที่ได้กำ�หนดไว้แล้ว สำ�หรับการจัดทำ�แผนพัฒนาการนิเทศในอนาคตอาจขึ้นอยู่กับ
ผูน้ เิ ทศ หรืออาจขึ้นอยู่กับทั้งครูและผู้นิเทศ หรือเปน็ หน้าทีข่ องครกู ข็ ึน้ อยู่กับข้อตกลงที่ก�ำ หนดไวใ้ นตอนต้น

       ขั้นที่ 5 ขั้นการติชม เป็นขั้นของการทบทวนรูปแบบและกระบวนการตั้งแต่การพูดคุยกันก่อน
การสังเกต จนถึงการพูดคุยกันหลังการสังเกต ขั้นนี้อาจกำ�หนดไว้เป็นช่วงสุดท้ายของการพูดคุยหลังการ
สงั เกต หรือกำ�หนดวันขึ้นใหมเ่ พือ่ การพูดคยุ ประเดน็ คำ�ถามในการพูดคุย อาจประกอบดว้ ย อะไรคือจุดเดน่
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39