Page 29 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 29

ผู้นำ�กับการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 12-19

            1.4 	การเยี่ยมชั้นเรียน (intervisitation) การเยี่ยมชั้นเรียนแตกต่างจากการสาธิตการสอน
ตรงที่การสาธิตการสอนมีการเตรียมการสำ�หรับครูเพียงเล็กน้อย แต่การเยี่ยมชั้นเรียนทำ�ให้เห็นสภาพ
ที่แท้จริง หรือใกล้เคียงสภาพที่เป็นจริงมากที่สุด ผู้เยี่ยมหรือผู้สังเกตจะต้องบอกจุดมุ่งหมายล่วงหน้าก่อน
การสงั เกต และเตรยี มผูส้ อนหรอื ผูท้ ีจ่ ะถกู สงั เกตโดยเลอื กบคุ คลทีม่ คี วามช�ำ นาญในทกั ษะการสอนบางอยา่ ง
ทีผ่ ูเ้ ยีย่ มตอ้ งการสงั เกต ผูส้ งั เกตและผูส้ อนจะตอ้ งท�ำ การพบปะเพือ่ ท�ำ ความตกลงกนั มกี ารแจกรายละเอยี ด
ให้กับผู้สังเกต เช่น จุดมุ่งหมายที่จะไปดูการสอน บันทึกการสอน ลักษณะของห้องเรียนและรายละเอียด
เกี่ยวกับผู้เรียนบางคนในห้อง และจะต้องมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกันและกันภายหลังจาก
ที่สังเกตการสอนแล้วจึงจะทำ�ให้การเยี่ยมชั้นเรียนได้ผลดีสมตามจุดมุ่งหมาย การเยี่ยมชั้นเรียนเป็นเทคนิค
ที่ใช้กันมากที่ให้ครูที่มีจุดอ่อนและต้องการความช่วยเหลือไปดูครูที่มีลักษณะตรงกับที่ตนต้องการสอนทำ�ให้
เกิดความร่วมมือระหว่างครูด้วยกัน (Harris, 1985: 83)

            1.5 	การเดินผ่านชั้นเรียน (walkthrough) เป็นวิธีการในการนิเทศที่ แคโรลิน เจ โดวนีย์
(Carolyn J. Downey) ได้พัฒนาขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “การนิเทศแบบเดินผ่านชั้นเรียน 3 นาท”ี (Three-Minute
Walkthrough Supervision) ผู้นิเทศจะใช้การเดินผ่านชั้นเรียนซึ่งสามารถจะจับภาพที่ชัดเจนได้เลยว่ามี
อะไรเกิดขึ้นในชั้นเรียน แต่การวิธีการนี้อาจต้องเดินผ่านหรือเยี่ยมชั้นเรียนบ่อยครั้งจึงจะสามารถระบุได้
ชัดเจนว่าการจัดการการเรียนรู้ในชั้นเรียนเป็นอย่างไร โดยหลังจากการเดินผ่านชั้นเรียนหลายๆ ครั้ง ผู้นิเทศ
จะตอ้ งมกี ารสนทนาแลกเปลีย่ นพดู คยุ กบั ครู และตอ้ งเปน็ การสนทนาอยา่ งกลั ยาณมติ รเพือ่ ชว่ ยในการพฒั นา
วิชาชีพครู (Gieske, 2011) วิธีการนี้ โคเออร์เพอริช (Koerperich, 2008) ได้ทำ�การศึกษาวิจัยผลของการ
สังเกตโดยการเดินผ่านชั้นเรียนต่อความงอกงามในวิชาชีพของครู พบว่า การดำ�เนินการสังเกตโดยใช้การ
เดินผ่านชั้นเรียนอย่างเป็นระบบจะเพิ่มความเชื่อมั่นของครู

       2. 	รูปแบบการนิเทศเป็นกลุ่ม เป็นรูปแบบที่ผู้นิเทศให้ความช่วยเหลือ แนะนำ�  ให้คำ�ปรึกษาแก่
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนและการปฏิบัติงาน โอลิวา และพอว์ลัส
(Oliva and Pawlas, 2001: 59) ได้กล่าวถึงส่วนดีของการนิเทศแบบกลุ่ม ดังนี้

            1) 	ช่วยใหป้ ระหยดั เวลา และชว่ ยลดการเดินทางจากห้องเรียนหน่ึงไปยังอกี หอ้ งเรยี นหนึ่ง
            2) 	เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
            3) 	ช่วยให้ผู้นิเทศไม่เหนื่อยเกินไป เพราะไม่ต้องนิเทศซํ้าๆ เกี่ยวกับประสบการณ์เรียนรู้ของ
ครูแต่ละคน
            4) 	กิจกรรมบางลักษณะจำ�เป็นต้องใช้กลุ่มในการตัดสินใจ เช่น เรื่องการนำ�เสนอหลักสูตร
            5) 	กจิ กรรมบางอยา่ งตอ้ งการพลงั ความสามารถของคนมากกวา่ 1 คน เชน่ การประเมนิ ความ
ต้องการจำ�เป็นของหลักสูตรในระบบโรงเรียน
            6) 	กิจกรรมบางอย่างไม่สามารถจะประสบความสำ�เร็จตามเป้าหมายที่วางไว้หากเป็นการ
ทำ�งานเพียงคนเดียว เช่น การฝึกอบรมโดยใช้พลวัตกลุ่ม
       การนิเทศกลุ่มเป็นการนิเทศที่ผู้นิเทศให้ความช่วยเหลือ แนะนำ� ให้คำ�ปรึกษาแก่บุคคลตั้งแต่ 2 คน
ขึ้นไป กิจกรรมที่ใช้บ่อย ได้แก่ การประชุม การอบรม การศึกษานอกสถานที่ ซึ่งมีแนวปฏิบัติในการนิเทศ
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34