Page 19 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 19
ลัทธิการเมอื ง ยทุ ธศาสตร์ในการพัฒนา และบทบาทรฐั ในการพฒั นา 15-9
ฟูกูยามาได้อธิบายโดยเช่ือมโยงความเก่ียวข้องที่เคล่ือนท่ีไปข้างหน้าของความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ กับการเคล่ือนท่ีไปข้างหน้าของระบอบการปกครองประชาธิปไตย กล่าวคือ
ในด้านหน่ึงเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ โดยฟูกูยามาพยายามเช่ือมโยงให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนมีความ
ปรารถนา และความปรารถนาของมนุษย์บรรลุได้โดยการเติบโตของเทคโนโลยี เทคโนโลยีท�ำให้มนุษย์
บรรลุความปรารถนา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ส่งผลต่อการก่อให้เกิดการเพิ่มความเป็นอันหน่ึง
อันเดียวกันทางวัฒนธรรม (homogenization of culture) และในอีกด้านหนึ่งเกิดแรงกดดันในการ
ผลักดนั ในการเร่ิมกระบวนการทำ� ให้เปน็ ประชาธปิ ไตย (democratization) ในยโุ รปตะวนั ออก โดยหวงั
ว่าจะได้รับส่ิงดีๆ เฉกเช่นยุโรปตะวันตก ดังน้ันจึงเกิด “ทิศทางการเคล่ือนไปข้างหน้า” (direction
towards) ร่วมกันระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและระบอบการปกครองที่สอดคล้องกันซึ่งก็คือ
ระบอบประชาธปิ ไตย และเปา้ หมายสดุ ท้ายกค็ ือรัฐประชาธิปไตยเสรี (liberal-democratic state)11
ฟูกยู ามายืนยนั วา่ “กลไกในการขับเคลื่อนประวตั ิศาสตร”์ (motor of history) คือ “การต่อสู้
เพื่อการตระหนักรู้ (struggle for recognition) โดยการตระหนักรนู้ ้ันสามารถบรรลเุ ตมิ เตม็ ไดใ้ นรูปของ
ตรรกะเชิงเสรีภาพของสิทธิที่เท่าเทียมและความมีอิสรภาพเท่าน้ัน โดยฟูกูยามาเช่ือว่าการตระหนักรู้ไม่
สามารถเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นระบอบเผดจ็ การ เชน่ สหภาพโซเวยี ตและจนี เพราะรปู แบบของรฐั บาลภายใตร้ ะบอบ
นกี้ ระทำ� ตอ่ ประชาชนในฐานะทป่ี ระชาชนเปน็ เพยี งสนิ คา้ รปู แบบหนงึ่ ซง่ึ ไมม่ วี นั ทป่ี ระชาชนเหลา่ นจี้ ะเตมิ
เตม็ การตระหนกั รใู้ นฐานะของความเปน็ มนษุ ยไ์ ด้ แตร่ ปู แบบการปกครองเดยี วทต่ี ระหนกั วา่ ประชาชนเปน็
ปัจเจกบุคคลท่ีสามารถพัฒนาการตระหนักรู้ได้คือระบอบประชาธิปไตย โดยปรากฏการณ์ท่ีฟูกูยามาใช้
ในการสนบั สนนุ ความคดิ นค้ี อื การลม่ สลายของประเทศคอมมวิ นสิ ตใ์ นยโุ รปตะวนั ออก และใชป้ รากฏการณ์
ในการยืนยันว่าประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นสากลของมนุษยชาติด�ำเนินไปในทิศทางเดียวโดยมีเป้าหมาย
คือประชาธิปไตยเสร1ี 2
ดังน้ัน ในทรรศนะของฟูกูยามา “จุดจบของประวัติศาสตร์” หมายถึง การประสบความส�ำเร็จ
ของอุดมการณ์หน่ึงเดียว น่ันคือประชาธิปไตยเสรี ซ่งึ การขยายของยคุ ท่ีเป็นการต่อสูท้ างการเมอื งอยา่ ง
กว้างขวางไดส้ น้ิ สดุ ลง โดยในชว่ ง ค.ศ. 1945-1960 ปรากฏใหเ้ หน็ ถงึ ความเหน็ พอ้ งตอ้ งกนั เชงิ อดุ มการณ์
(ideological consensus) เชน่ การเหน็ พ้องตอ้ งกนั ในประเด็นต่างๆ ทางสงั คม การเห็นพ้องต้องกนั ใน
การใชร้ ะบบเศรษฐกิจแบบผสม เหน็ พอ้ งต้องกันว่ารฐั สวสั ดกิ ารต้องจัดหาและยกระดับเสรภี าพสว่ นบุคคล
ภายใต้รูปแบบรัฐน้ี เปน็ ตน้ ปรากฏการณท์ ีฟ่ กู ูยามาใช้ในการสนบั สนุนความคดิ ของตนคอื การล่มสลาย
ของกำ� แพงเบอรล์ นิ การเปดิ ประเทศของยโุ รปตะวนั ออก กระบวนการปฏิรปู ในจีน และจำ� นวนท่ีเพิม่ มาก
ขนึ้ ของประเทศทปี่ กครองในระบอบประชาธปิ ไตย13
11 Eccleshall, Geoghegan Jay. op.cit., p. 11.
12 Ibid., p. 11.
13 Ibid., p. 12.

