Page 40 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 40
15-30 ลทั ธิการเมอื งและยุทธศาสตร์ในการพฒั นา
การสรา้ งชาตสิ งิ คโปรใ์ นชว่ ง 3 ทศวรรษของนายลกี วนยไู ดก้ ำ� หนดแนวยทุ ธศาตรก์ ารพฒั นาหลงั
แยกสิงคโปรอ์ อกจากมาเลเซียไว้ 3 ดา้ นใหญ่ๆ ไดแ้ ก่ เรง่ การพฒั นาใหเ้ ปน็ ประเทศอตุ สาหกรรม การเน้น
การสง่ ออกเปน็ ฐานการพฒั นา และพัฒนาระบบเงินทนุ ส�ำรองและสินทรัพยข์ องรัฐ ซึ่งนายลีกวนยูได้สรา้ ง
ภาพใหเ้ หน็ วา่ สงิ คโปรไ์ ดใ้ ชน้ โยบายแบบเปดิ ประเทศ หรอื ใชร้ ะบบตลาดในการดำ� เนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
ถึงแม้ในระยะแรกนายลีกวนยูต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกท้ัง
ต้องน�ำพาประเทศต่อสู้กับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นระยะๆ ก็ตาม ในเวลาน้ันนายลีกวนยูได้ใช้การ
ปกครองแบบเผด็จการในโครงสร้างทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบ
ชาตนิ ยิ ม เนน้ การพฒั นาทพี่ งึ่ พาตนเองหรอื เลอื กทพี่ ง่ึ พงิ ชาตอิ น่ื ๆ ใหน้ อ้ ยทส่ี ดุ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ มาเลเซยี
แม้สิงคโปร์จะขาดแคลนทรัพยากรเพื่อใช้เป็นฐานวัตถุดิบในการผลิต แต่สิงคโปร์ก็พัฒนาศักยภาพทาง
อตุ สาหกรรมผา่ นธรุ กจิ ตา่ งๆ ในรปู แบบของรฐั วสิ าหกจิ ซง่ึ เปน็ การสรา้ งปทสั ถานทางเศรษฐกจิ แบบรฐั นำ�
ผา่ นกลไกของรฐั ในระบบอตุ สาหกรรมโดยรฐั รฐั วสิ าหกจิ จงึ กลายเปน็ กลไกทส่ี ำ� คญั สำ� หรบั การพฒั นาทาง
เศรษฐกจิ และสงั คม
การปรับยุทธศาสตร์ภายใต้การปกครองแบบชาตินิยมเร่ิมแปรเปล่ียนไปสู่ระบบสังคมนิยมทาง
เศรษฐกิจขน้ึ อยา่ งชา้ ๆ ในระยะเวลาตอ่ มา เพราะการเขา้ ทำ� หนา้ ทบ่ี รหิ ารประเทศของนายลกี วนยไู ดส้ รา้ ง
บรรทัดฐานทางเศรษฐกิจแบบรัฐน�ำผ่านกลไกของรัฐ หรือท่ีเรียกได้ว่าเป็น “รัฐวิสาหกิจ” หรือระบบ
อตุ สาหกรรมโดยรฐั ซง่ึ สว่ นใหญจ่ ดั ตงั้ อยใู่ นรปู ของกองทนุ เชน่ ในกรณขี องเทมาเสก็ ทลี่ งทนุ ในอตุ สาหกรรม
ตา่ งๆ เปน็ จำ� นวนมาก ทงั้ นี้ รฐั วสิ าหกจิ ในกำ� กบั ของรฐั บาลนน้ั จงึ มเี ปน็ จำ� นวนมาก จนกลา่ วไดว้ า่ แรงงาน
ท่ีอยู่ในอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ก็คือคนสิงคโปร์ หรืออีกนัยหนึ่งน้ันประชาชนจ�ำนวนไม่น้อยก็คือลูกจ้าง
ของรฐั บาลสิงคโปร์น่ันเอง เนือ่ งจากรฐั วสิ าหกจิ ของรฐั มหี ลากหลายรูปแบบ และในแตล่ ะธุรกจิ ก็มนี ยั การ
ผูกขาดโดยรัฐ รัฐวิสากิจหรือบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ ท้ังที่รัฐบาลลงทุนในนามกองทุนหรือร่วมทุนกับ
บรษิ ัทท้ังในและนอกประเทศจึงกลายเป็นกลไกทสี่ �ำคญั สำ� หรบั การพัฒนาทางเศรษฐกจิ และสังคม
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกสิงค์โปร์กลายเป็นแรงผลักดันนายลีกวนยูเร่ิมต้อง
ปรับเปล่ียนยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบสังคมนิยมมาเป็นแบบกลไกตลาดมากข้ึน หรือเรียกได้ว่าเป็น
การพัฒนาทางเศรษฐกิจท่ีตกอยู่ภายใต้ระบบเศรษฐกิจก่ึงทุนนิยม (Semi-Capitalist Economy) กล่าว
คอื โครงสรา้ งทางเศรษฐกจิ ของสงิ คโปรเ์ ขา้ สตู่ ลาดโลกมากขน้ึ ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั พนื้ ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ของสิงคโปร์ น่นั คอื การเป็นเมอื งท่าท่พี รอ้ มรองรบั การลงทนุ จากตา่ งประเทศ ระบบการค้าเสรีจากอดตี จึง
กลายเปน็ รากฐานการพฒั นาใหส้ งิ คโปรไ์ ดร้ บั การยอมรบั จากประเทศคคู่ า้ หรอื บรษิ ทั เอกชนของตา่ งประเทศ
แม้สิงคโปร์จะถูกปกครองภายใต้ผู้น�ำท่ีเข้มงวดอย่างนายลีกวนยูและมีระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่
รัฐบาลใช้รัฐวิสาหกิจไว้ดำ� เนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ตาม แต่นายลีกวนยูก็เลือกใช้ความขัดแย้งดังกล่าว
มาเปน็ จดุ เด่นในการพฒั นา เพราะประการแรก นายลกี วนยสู ามารถเขา้ ควบคุมการดำ� เนินธุรกจิ ของรฐั ได้
โดยตรงผ่านการผูกขาดในนามกองทุนหรือรัฐวิสาหกิจท่ีรัฐบาลสิงคโปร์หรือหน่วยงานอ่ืนๆ ของสิงคโปร์
ถอื หนุ้ สว่ นใหญอ่ ยู่ ซงึ่ ชว่ ยปกปอ้ งการแทรกแซงของตา่ งชาตไิ ดด้ ี อกี ประการหนง่ึ นนั้ การดำ� เนนิ ธรุ กจิ เสรี
ตามแบบทุนนิยมช่วยเสริมภาพลักษณ์ของรัฐบาลให้ดูมีความเป็นประชาธิปไตย สามารถสนับสนุนและ
รองรับการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศได้ดี ท้ังนี้ การวางบทบาทในฐานะพ่อค้าคนกลางในตลาดโลก
จึงย่อมได้รับการรับประกันท้ังจากประชาธิปไตยของประเทศและเสถียรภาพกับความมั่นคงของรัฐบาลไป

