Page 43 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 43
ลทั ธิการเมอื ง ยทุ ธศาสตรใ์ นการพัฒนา และบทบาทรัฐในการพัฒนา 15-33
เวียดนามใต้ให้เปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกนั กบั เวียดนามเหนอื หรอื มรี ะบบการผลิตเดยี วกัน การพัฒนาระบบ
สังคมนยิ มวางอยู่บนเงอื่ นไขหรือพ้นื ฐานการปฏวิ ัติ 3 ประการที่จ�ำเปน็ ต้องกระทำ� ไปพรอ้ มกัน ได้แก่ การ
ปฏิวัติความสัมพันธ์ทางการผลิต การปฏิวัติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการปฏิวัติวัฒนธรรมและ
อุดมการณ์
จากแนวนโยบายการพัฒนาระบอบสังคมนิยมในภาคใต้หรือเวียดนามใต้ในอดีต รัฐบาลใหม่จึง
ด�ำเนินการเวนคืนท่ีดินมาเป็นของรัฐ มีการโอนวิสาหกิจทุนนิยมของเอกชนเดิมมาเป็นของรัฐ และการ
พัฒนาเศรษฐกิจของรัฐโดยรวมต้ังอยู่บนฐานสหกรณ์การเกษตรและอาชีพอิสระ พร้อมท้ังปรับทิศทาง
ของวิสาหกิจเอกชนไปสู่วิสาหกิจผสมหรือของรัฐ ซงึ่ นโยบายดงั กลา่ วปรากฏอยใู่ นแผนพฒั นาเศรษฐกจิ
ของเวียดนามฉบบั ที่ 2 (ค.ศ. 1976-1980)
การดำ� เนนิ การนนั้ พบปญั หาใหญท่ ส่ี ดุ คอื ทำ� อยา่ งไรจงึ จะรวมเวยี ดนามใตท้ มี่ รี ากฐานการเมอื งและ
เศรษฐกจิ แบบเสรนี ยิ มกบั ทนุ นยิ มใหเ้ ขา้ กบั ระบบสงั คมนยิ มของเวยี ดนามเหนอื ผลของการดำ� เนนิ นโยบาย
พบว่าตลอดระยะเวลา 5 ปีของการปฏบิ ัตติ ามแผนพัฒนาฉบับท่ี 2 (ค.ศ. 1976-1980) พรรคคอมมวิ นิสต์
แห่งเวียดนามและรัฐบาลต้องปรับเปล่ียนยุทธศาสตร์ในการสร้างระบบสังคมนิยมทางเศรษฐกิจในภาคใต้
เป็นระยะๆ ความพยายามแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลเวียดนามนั้น นอกเหนือจากการร้องขอ
ความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียต แต่อยา่ งไรก็ตาม ในชว่ งหลงั การรวมประเทศเวียดนามระหวา่ ง ค.ศ.
1975-1985 รัฐบาลเวียดนามต้องเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมท่ีส่งผลกระทบต่อการ
พัฒนา กล่าวคือ รัฐบาลเวียดนามต้องประสบปัญหาหลายประการ ได้แก่ ปัญหาด้านโครงสร้างทางการ
เมืองการปกครองและระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของท้ัง 2 ประเทศเดิม คือเวียดนามเหนือท่ีเป็น
สังคมนิยมท้ังในทางการเมืองและเศรษฐกิจ ส่วนเวียดนามใต้เป็นเสรีนิยมท่ียอมรับระบบทุนนิยมเป็น
แนวทางในการพัฒนา ดังนั้น เม่ือเวียดนามเหนือยึดเวียดนามใต้การต่อต้านระบบนารวมของคนภาคใต้
จึงเกดิ ขนึ้ อย่เู นอื งๆ รวมถงึ การตอ่ ต้านการเขา้ ควบรวม และเข้ายดึ กจิ การของพอ่ ค้า หรอื นายทนุ เอกชน
ของรัฐบาลเวียดนามด้วยปัญหา แนวทางการพัฒนาแบบสังคมนิยมไม่สามารถกระตุ้นการเพิ่มผลผลิต
ทางการเกษตรท้ังเพ่ือการบริโภคและการส่งออกได้จริง จึงส่งผลให้ประเทศขาดดุลการค้าในช่วงหลายปี
ติดต่อกัน เป็นตน้
ในช่วงท่ีสองถือเป็นจุดเปลี่ยนส�ำคัญส�ำหรับการปรับตัวของเวียดนามเพื่อการพัฒนาที่มีผลการ
ดำ� เนนิ การมาจวบจนถงึ ปจั จบุ นั โดยการปรบั เปลยี่ นทเี่ กดิ ขน้ึ นน้ั เรมิ่ ตน้ ภายหลงั จากการสน้ิ สดุ ของสงคราม
เยน็ ใน ค.ศ. 1985 เมอ่ื ประธานาธบิ ดมี คิ าอลิ กอรบ์ าชอฟ (Mikhail Gorbachev) ผนู้ ำ� ของสหภาพโซเวยี ต
ได้ปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นและเน้นการด�ำเนินนโยบายร่วมมือกับนานาประเทศเพ่ือ
แกป้ ญั หาระดบั โลก กอรบ์ าชอฟใชน้ โยบายทเี่ รยี กวา่ กลาสนอสต์-เปเรสตรอยกา (Glasnost-Perestroika)
หรือนโยบายเปิดปรับเมือ่ เดอื นกุมภาพนั ธ์ ค.ศ. 1986 นโยบายกลาสนอสต์ คอื การ “เปดิ ” ประเทศให้
กว้างข้ึน ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยให้ประชาชนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นของตน
สว่ นนโยบายเปเรสตรอยกาคอื การ “ปรบั ” สภาพเศรษฐกจิ และสงั คมของสหภาพโซเวยี ตใหค้ ลายจากความ
ชะงกั งัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนโซเวยี ตให้ดีขนึ้ กว่าเดิม ด้วยเหตุน้กี ลาสนอสต์
เปเรสตรอยกาจึงเป็นการให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนและให้มีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ และปรับ

