Page 42 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 42
15-32 ลัทธิการเมอื งและยทุ ธศาสตรใ์ นการพัฒนา
บทบาทรัฐในการก�ำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา: เวียดนาม39
หลงั จากเวยี ดนามเหนอื และเวยี ดนามใตร้ วมประเทศในชอ่ื “สาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวยี ดนาม” ใน
วันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1976 บทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนาม (Communist Party of
Vietnam) กบั รฐั บาลมคี วามสมั พนั ธก์ นั อยา่ งแนบแนน่ โดยมโี ครงสรา้ งทางการเมอื งในระบอบสงั คมนยิ ม
ในช่วงหลังการรวมประเทศใน ค.ศ. 1975-1985 รฐั บาลเวยี ดนามตอ้ งเผชญิ ปัญหาทางเศรษฐกจิ
การเมือง และสังคม ท่ีส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ จนกระทั่งถึงการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์
คร้งั ท่ี 6 ใน ค.ศ. 1986 เวยี ดนามจงึ ได้เจริญรอยตามนโยบายกลาสนอสต์และเปเรสตรอยก้าของสหภาพ
โซเวียต โดยพรรคตัดสินใจท่ีจะด�ำเนินโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างขนานใหญ่ท่ี
เรยี กวา่ “โดย๋ เมย้ (Đổi Mới)”
จากกระบวนการนโยบายโด๋ยเม้ยที่เร่ิมข้ึนต้ังแต่ ค.ศ. 1986 จวบจนปัจจุบันได้สะท้อนให้เห็นว่า
พรรคคอมมิวนสิ ตแ์ หง่ เวียดนามมบี ทบาทในการก�ำหนดนโยบายเศรษฐกจิ อย่างมากและท่ีส�ำคญั คือเป็นผู้
ก�ำหนดนโยบายต่างๆ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นแนวทางท่ีรัฐบาลเวียดนามภายใต้การก�ำกับของพรรค
คอมมิวนิสต์แห่งเวียดนามเช่ือม่ันว่าระบบเศรษฐกิจการตลาดตามแนวทางสังคมนิยมหรือการประยุกต์ใช้
แนวคดิ แบบทนุ นยิ มภายใตโ้ ครงสรา้ งทางการเมอื งแบบสงั คมนยิ มนนั้ สามารถนำ� พาเวยี ดนามกา้ วไปสคู่ วาม
เป็นประเทศทีม่ คี วามเป็นอยทู่ ี่ดขี ึ้นได้
การแบ่งช่วงยุทธศาสตร์การพัฒนาของเวียดนามนั้น หากใช้ลัทธิทางเศรษฐกิจมาเป็นเกณฑ์ใน
การจ�ำแนกจะพบวา่ เวยี ดนามไดก้ �ำหนดยทุ ธศาสตรใ์ นการพฒั นาเศรษฐกจิ แบง่ ออกเปน็ 2 ชว่ ง กลา่ วคอื
ชว่ งแรกเปน็ ระยะการรวมชาตริ ะหวา่ งเวยี ดนามเหนอื และเวยี ดนามใต้ ซง่ึ ใชร้ ะบบเศรษฐกจิ แบบสงั คมนยิ ม
และช่วงที่สอง นบั ตัง้ แตม่ กี ารประกาศใชน้ โยบายโด๋ยเม้ย ใน ค.ศ. 1986 จวบจนปจั จบุ ัน เมอ่ื พิจารณาใน
แต่ละช่วงจะพบว่าเวียดนามได้ก�ำหนดและด�ำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจท่ี
เปลย่ี นแปลงไปอยา่ งมากระหวา่ งในระยะแรกของการสรา้ งชาตภิ ายใตร้ ะบอบการปกครองแบบคอมมวิ นสิ ต์
กบั ในระยะหลงั ค.ศ. 1986 เนอื่ งจากพรรคคอมมวิ นสิ ตแ์ หง่ เวยี ดนามยอมรบั เอาลทั ธทิ นุ นยิ มมาปรบั ใชก้ บั
โครงสร้างทางการเมืองและทางเศรษฐกิจเดิม และมีผลให้เวียดนามกลายเป็นประเทศท่ีเปิดตัวเองเข้าสู่
ระบบโลกท้ังในดา้ นการเมืองและการค้าระหว่างประเทศเช่นเดียวกบั ประเทศเสรีนยิ มประชาธิปไตยอนื่ ๆ
ช่วงแรกหลงั การรวมชาตเิ ป็นสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนามแล้วน้นั ในวันท่ี 2 กรกฎาคม ค.ศ.
1976 สมชั ชาแห่งชาตซิ ง่ึ ไดร้ บั เลือกตั้งเม่อื เดอื นเมษายน ค.ศ. 1976 ไดร้ ว่ มประชมุ เป็นครง้ั แรก เลหยวน
(Lê Duẩn) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนามประกาศว่าสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้เร่ง
ก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมนิยม โดยมีเวียดนามตอนเหนือเป็นแบบอย่างของเวียดนามตอนใต้ ด้วยการ
สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมท่ที นั สมยั ขจัดระบบนายทุน พ่อค้าคนกลาง กลมุ่ ศกั ดินา
เกา่ ทห่ี ลงเหลอื อยู่ และเจา้ ของทด่ี นิ ในทนั ที และพรอ้ มกนั นนั้ กจ็ ะเปลยี่ นอตุ สาหกรรมและธรุ กจิ การคา้ ของ
นายทนุ เอกชน การเกษตร ผปู้ ระกอบอาชพี อสิ ระ ชา่ งฝมี อื แรงงาน รวมทง้ั ผคู้ า้ รายยอ่ ยใหอ้ ยภู่ ายใตร้ ะบบ
สังคมนิยม ด้วยการโอนกิจการเหล่านี้มาเป็นของรัฐ ซึ่งเป้าหมายส�ำคัญคือการปรับระบบเศรษฐกิจของ
39 โปรดดู ชาญชยั จิตรเหล่าอาพร “หนว่ ยท่ี 4 เวียดนามกบั ยทุ ธศาสตร์ในการพฒั นา”

