Page 40 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 40

7-30 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์

เรื่องท่ี 7.2.1 	ประเภทและธรรมชาตขิ องความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์

       ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ เป็นผลจากการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์หรือ
การท�ำงานทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์ท่ีศึกษาเก่ียวกับโลกธรรมชาติ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จัด
เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ท่ีสนับสนุนให้นักเรียนเกิดการรู้วิทยาศาสตร์ ซ่ึงเป็นเป้าหมาย
ของหลักสตู รในปัจจบุ ันท้ังในและตา่ งประเทศ การจัดกจิ กรรมการเรียนรนู้ อกจากการเรียนร้ตู วั เนอื้ หาความรู้
ต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนเรียนรู้ความเป็นวิทยาศาสตร์ ด้านหนึ่งของความเป็นวิทยาศาสตร์
ก็คือ การพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความหลากหลายของธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์
(National Research Council, 1996) หรือหมายถึง การจัดการเรียนรู้เก่ียวกับธรรมชาติของวิทยาศาสตร์
น่ันเอง

1. 	ประเภทของความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์

       ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นผลที่เกิดจากการท�ำงานของนักวิทยาศาสตร์ เพื่อมุ่งหวังท่ีจะสร้าง
ค�ำอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ เป็นความรู้ความเข้าใจของนักวิทยาศาสตร์ที่จะอธิบายความเป็นจริง
หรือปรากฏการณ์โดยการท�ำงานอย่างเป็นระบบ ที่เรียกว่า ใช้การสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์หรือวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์ ดังที่ ฮัดซัน (Hodson, 1982) น�ำเสนอแนวคิดที่ปรับมาจากของปอปเปอร์ (Popper) ที่เคย
เสนอในปี ค.ศ. 1972 โดยแสดงเป็นความเช่ือมโยงของ 3 ส่วน คือ โลกทางกายภาพ วิธีการทางวิทยาศาสตร์
และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อธิบายได้ว่า วิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ เป็น
ตัวกลางที่เชื่อมระหว่าง โลกทางกายภาพ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติบนโลกกับความรู้
ทางวิทยาศาสตร์

       ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรวบรวมข้อเท็จจริงที่มาจากการสังเกตตามธรรมชาติ
เท่านั้น แต่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต้องใช้การสรุป ตีความจากสิ่งท่ีสังเกต เชื่อมโยงข้อมูล ข้อเท็จจริง
หลักฐานต่าง ๆ อาศัยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์ในการสร้างค�ำอธิบายต่าง ๆ

       เนื่องจากการสืบเสาะของนักวิทยาศาสตร์มีวิธีการในการสืบค้นและค้นหาท่ีหลากหลาย และมีระดับ
ของการยอมรบั คำ� อธบิ ายตา่ ง ๆ ทนี่ กั วทิ ยาศาสตรส์ รา้ งขนึ้ ในแวดวงของนกั วทิ ยาศาสตรก์ นั เอง หรอื ทเี่ รยี กวา่
เปน็ สงั คมของนกั วทิ ยาศาสตร์ จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรม์ ลี กั ษณะเฉพาะ และมรี ปู แบบของคำ� อธบิ าย
หรือมีช่ือเรียกต่าง ๆ กัน ที่อาจเรียกว่า เป็นประเภทของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ทฤษฎี กฎ สมมติฐาน
เป็นต้น ซ่ึงค�ำบางค�ำที่ใช้เรียกประเภทของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็มีการใช้ในชีวิตประจ�ำวันและในศาสตร์
อื่น ๆ ด้วย จึงท�ำให้เกิดความเข้าใจท่ีคลาดเคล่ือนต่อความหมายของประเภทของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ี
เป็นค�ำเฉพาะหรือมีความหมายในทางวิทยาศาสตร์ (ภาษาของวิทยาศาสตร์ หรือ thelanguage of science)
เพ่ือความเข้าใจที่ชัดเจนต่อท้ังความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และธรรมชาติ
   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45