Page 42 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 42
7-32 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
การสังเกตปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการส�ำรวจตรวจสอบ (investigation) ได้หลายปรากฏการณ์ แม้ว่าอาจจะ
ดเู หมอื นไมเ่ กย่ี วขอ้ งกนั ได้ เชน่ ทฤษฎจี ลน์ (the kinetic molecular theory) สามารถใชอ้ ธบิ ายปรากฏการณ์
ที่เกี่ยวข้องกับการเปล่ียนแปลงสถานะทางกายภาพของสสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและปรากฏการณ์
อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร้อนและการถ่ายโอนความร้อน ทฤษฎีมีความส�ำคัญอย่างยิ่งต่อการน�ำไปใช้ใน
การท�ำนาย หรือตั้งสมมติฐานการตรวจสอบอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้องได้
ทฤษฎีจะมีความถูกต้อง หรือยอมรับว่าถูกต้องไปจนกว่าจะมีหลักฐานใหม่มาโต้แย้ง กล่าวได้ว่า
ทฤษฎีสามารถพิสูจน์แย้งได้ ทฤษฎีมักจะน�ำไปสู่การตั้งสมมติฐานและการท�ำนายที่สามารถทดสอบได้ โดย
อาศัยการอ้างเหตุผลแบบนิรนัย (deduction) ถ้าการท�ำนายจากทฤษฎีใดแล้วพิสูจน์ได้ว่าไม่จริงก็จะท�ำให้มี
การปรับทฤษฎีน้ัน ๆ ใหม่ ดังนั้น กุญแจส�ำคัญของการเปล่ียนทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คือ การใช้วิธีการทาง
วิทยาศาสตร์น่ันเอง
4) กฎหรอื กฎทางวทิ ยาศาสตร์ (Lawor scieitific law) เป็นข้อความหรือการอธิบายจากสิ่งที่สังเกต
ได้ โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผลเป็นหลัก กฎมักจะเขียนได้ในรูปของสมการทางคณิตศาสตร์
กฎบอกได้แต่เพียงว่าผลท่ีปรากฏให้เห็นนี้มีสาเหตุอะไร หรือเหตุกับผลสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ไม่สามารถ
อธิบายได้ว่าท�ำไมจึงเป็นเช่นน้ัน ตัวอย่างเช่น กฎความโน้มถ่วงของนิวตัน นิวตันสามารถใช้กฎในการท�ำนาย
การตกลงมาของวัตถุ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าท�ำไมจึงเกิดเช่นน้ัน แต่ทฤษฎีสามารถอธิบายความสัมพันธ์
ในกฎได้ กฎทางวิทยาศาสตร์มีลักษณะเดียวกันกับความรู้ประเภทอื่น คือ สามารถทดสอบว่าผิดได้ แต่
เป็นการทดสอบในเชิงของการน�ำกฎไปท�ำนาย ซึ่งสามารถทดสอบการท�ำนายได้ว่าผิด กฎน้ันจะถูกลบล้างไป
จากลักษณะความรู้ทางวิทยาศาสตร์แต่ละประเภทจะเห็นว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นการอธิบาย
ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีมีลักษณะเฉพาะ มีท่ีมาของความรู้แตกต่างกัน มีจุดมุ่งหมายของการอธิบายแตกต่าง
กัน แต่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แต่ละประเภทก็มีความสัมพันธ์กัน หรือเป็นพื้นฐานของการสร้างค�ำอธิบาย
หรือความรู้วิทยาศาสตร์ประเภทอ่ืน ๆ เช่น ทฤษฎีสามารถน�ำไปสู่การสร้างสมมติฐานได้ หรือกฎมาจากการ
อนุมานทฤษฎีได้
2. ธรรมชาติของความรทู้ างวิทยาศาสตร์
ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นลักษณะของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีมีลักษณะเฉพาะ
ท้ังนเี้ นือ่ งจากความรทู้ างวิทยาศาสตรเ์ ป็นผลท่เี กิดจากการสืบเสาะทางวิทยาศาสตรท์ มี่ ลี ักษณะหรอื ธรรมชาติ
ที่เฉพาะ และยังเกี่ยวข้องกับการยอมรับหรือการน�ำความรู้น้ันไปใช้ ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์
มคี วามหลากหลายตามมมุ มองของนกั วชิ าการและมกี ารเปลยี่ นแปลงไปตามความเขา้ ใจเปน็ ไปตามความหมาย
ของค�ำว่าวิทยาศาสตร์ท่ีมีการเปล่ียนแปลงไปจากเดิมที่ความเข้าใจว่า วิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เกิดจากการ
รวบรวมข้อเท็จจริงหรือค�ำอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับธรรมชาติ (natural) หรือกระบวนการที่เกิดข้ึนบนส่วน
ต่าง ๆ ของโลกเปล่ียนมาเป็นความรู้ท่ีเกิดจากการอธิบายธรรมชาติหรือปรากฏการณ์บนโลก การอนุมาน
(inference) ธรรมชาติในทางวทิ ยาศาสตร์ ตั้งอยบู่ นข้อมูลหรือหลักฐานทเ่ี ปน็ เชงิ ประจกั ษ์ที่มีพ้นื ฐานจากการ
สังเกต เป็นการอธิบายธรรมชาติโดยละเอียด ที่มีความแน่นอน มีกระบวนการและมีอ�ำนาจในการท�ำนาย

