Page 42 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 42
4-32 ความรูเ้ บอื้ งต้นการสอ่ื สารชุมชน
ได้รับการยอมรับว่าตัวเองมีความชอบธรรม เพราะความเป็นชุมชนวางอยู่บนหลักการเก่ียวกับอ�ำนาจใน
การมีส่วนรว่ ม ดงั นัน้ หากถูกกดี กนั หรือถูกปฏเิ สธ ชมุ ชนก็จะรวมตัวกนั เพื่อเรยี กร้องทวงสิทธดิ งั กลา่ ว
อยา่ งไรกด็ ี ลักษณะที่ส�ำคัญของความเป็นชุมชนจะประกอบข้ึนด้วยปัจจัยอย่างน้อย 4 ประการ
ด้วยกนั คือ
• คุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม หรอื คณุ คา่ ทแี่ ตล่ ะชมุ ชนไดพ้ ฒั นาขนึ้ เพอื่ เปน็ ชดุ ความ
หมาย รหัส หรือขอ้ ตกลงท่ีจะบอกกบั สมาชกิ ถงึ “ความเปน็ เรา” ร่วมกัน เชน่ ในชมุ ชนชนบทของไทย มี
ระบบคณุ คา่ หลายอยา่ งทถี่ กู สรา้ งขน้ึ เปน็ จารตี ธรรมเนยี มปฏบิ ตั ิ คา่ นยิ ม และขอ้ ตกลงทางวฒั นธรรมตา่ งๆ
เพอ่ื จะขบั เคลอ่ื นใหช้ มุ ชนเกดิ ความเปน็ พวกเดยี วกนั อาทิ คณุ คา่ เรอ่ื งความกตญั ญู คณุ คา่ เรอ่ื งการเคารพ
ผอู้ าวโุ ส ดงั ปรากฏในสำ� นวนไทยวา่ “หวั หงอกเดนิ นำ� หวั ดำ� เดนิ ตาม” “ผใู้ หญเ่ ปน็ ผทู้ อี่ าบนำ�้ รอ้ นมากอ่ น”
“ให้รู้จกั บุญคุณขา้ วแดงแกงรอ้ น” ฯลฯ
• ทุนทางสังคม อนั หมายถึง ทนุ หรอื ปัจจยั การผลติ ตา่ งๆ ที่อยู่ในชุมชน ไม่วา่ จะเป็นทนุ
ทางเศรษฐกจิ (อาทิ เงนิ ทด่ี นิ ทรพั ยากร) และทนุ ประเภทอนื่ ๆ (อาทิ ระบบความรขู้ องชมุ ชน ภมู ปิ ญั ญา
ท้องถิ่น การจัดการความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกันของชุมชน เครือข่าย จิตส�ำนึกร่วมของสมาชิกชุมชน
ฯลฯ)
• สิทธิเกี่ยวกับความชอบธรรมต่าง ๆ หรอื อธบิ ายงา่ ยๆ กค็ อื ในความเปน็ ชมุ ชนนนั้ ตอ้ ง
มกี ารจัด “ทย่ี ืน” หรอื “ตำ� แหน่งแห่งท่ี” ใหก้ ับสมาชิกทกุ คนเขา้ มามสี ว่ นร่วม ซ่ึงออกมาในรูปแบบของ
“สิทธิ” และ “สิทธิชุมชน” เช่น ในกรณีของการจัดการน�้ำซึ่งเป็นทรัพยากรร่วมกันของชุมชน ก็ต้องคิด
คำ� นึงถงึ “สิทธ”ิ ทผ่ี ้เู กีย่ วข้องทกุ คนพงึ มสี ว่ นในปัจจัยการผลติ ดังกลา่ ว ไมใ่ ชเ่ ฉพาะนายทนุ หรอื ภาครัฐท่ี
มีอ�ำนาจยึดครองเท่าน้ัน แต่ต้องรวมถึงสิทธิของชาวบ้านที่อยู่อาศัยริมแม่น�้ำ ผู้ใช้น้�ำอุปโภคบริโภค ชาว
บา้ นผปู้ ระกอบอาชพี ประมง ชาวบา้ นทสี่ ญั จรไปมาทางนำ้� ชาวบา้ นทหี่ าอยหู่ ากนิ รมิ ตลงิ่ และสมาชกิ ชมุ ชน
ทีส่ มั พนั ธ์อยู่กับสายนำ�้ นั้น
• การเรยี นรแู้ ละปรบั ตวั ของชมุ ชน ซง่ึ ถอื เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ในการดำ� รงอยขู่ องชมุ ชน เพราะ
หากชมุ ชนไมม่ กี ารเรียนรูแ้ ละปรบั ตัวแล้ว ความเปน็ ชมุ ชนก็มอิ าจดำ� เนินตอ่ ไปได้ และอาจมผี ลกระทบต่อ
การรกั ษาอัตลักษณข์ องชุมชนด้วยเช่นกนั
ตวั อยา่ งทนี่ า่ สนใจในการวเิ คราะหก์ ารสอ่ื สารเพอ่ื สรา้ งและตอ่ สอู้ ตั ลกั ษณค์ วามเปน็ ชมุ ชนนี้ อยใู่ น
บทความสังเคราะห์งานวิจยั ท่เี สนอไว้โดย นลินี ตันธวุ นติ ย์ (2558) ซึ่งเลือกศกึ ษาการต่อสู้เพอ่ื ประกอบ
สร้างอัตลักษณ์ของชุมชนหมู่บ้านภูมิซรอล จังหวัดศรีสะเกษ อันเป็นชุมชนท่ีอยู่ในพื้นที่สมรภูมิสงคราม
ชายแดนไทย-กัมพูชาหลายระลอก ตั้งแต่สงครามเย็น (พ.ศ. 2500-2518) สงครามในกัมพูชา (พ.ศ.
2519-2530) มาถึงการปะทะกันของทหารไทยกับทหารกัมพูชาเรื่องความขัดแย้งกรณีกัมพูชาขอข้ึน
ทะเบยี นปราสาทเขาพระวหิ ารเปน็ มรดกโลก (พ.ศ. 2550-2554)
บทสังเคราะห์ของนลินีค้นพบว่า ในช่วงหลายปีท่ีผ่านมา ชุมชนภูมิซรอลได้รับการนิยามโดยรัฐ
ผา่ นสถาบนั สำ� คญั เชน่ สถาบนั ทหาร สถาบนั การปกครองและการพฒั นา ตลอดจนสถาบนั การศกึ ษา โดย
มีภาคปฏบิ ตั กิ ารคอื การออกกฎหมาย การออกระเบยี บบงั คับ การจดั ระเบยี บชมุ ชน การจัดวางกองกำ� ลัง
และโครงการพฒั นาตา่ งๆ ในหมบู่ า้ น ผา่ นโรงเรยี นและสถาบนั ปกครองทอ้ งถน่ิ ผลกค็ อื ชาวบา้ นภมู ซิ รอล

