Page 37 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 37
แนวคดิ ว่าด้วยชมุ ชน และความสัมพนั ธ์ของการส่อื สารกบั การพฒั นาชมุ ชน 4-27
แนวคดิ เรอื่ งพนื้ ทสี่ าธารณะถกู เสนอขน้ึ มาโดยนกั ทฤษฎวี พิ ากษร์ นุ่ ใหมช่ าวเยอรมนั ทช่ี อื่ เจอรเ์ กน็
ฮาเบอร์มาส (Jurgen Habermas) ผูเ้ ชอ่ื ม่นั ในเส้นทางเดนิ แหง่ “เหตุผล” (rationality) ของมนษุ ยชาติ
โดยข้อเสนอของฮาเบอร์มาสเหน็ วา่ การจะผลักดันให้มนษุ ย์มี “การใชเ้ หตผุ ลอยา่ งแทจ้ รงิ ” ได้นน้ั ก็ตอ้ ง
มีกระบวนการสรา้ ง “พนื้ ทีส่ าธารณะ” ให้เกดิ ขึน้ ได้จริงๆ เท่าน้ัน และเนื่องจาก “ชุมชน” เป็นสำ� นึกร่วม
กนั ของปจั เจกบคุ คลหลายคน หรอื กลา่ วงา่ ยๆ กค็ อื เปน็ สำ� นกึ แบบ “สว่ นรวม” (public) ไมใ่ ชเ่ รอื่ ง “สว่ น
ตวั ” (private) ดงั นนั้ แนวคดิ เรอื่ งพน้ื ทส่ี าธารณะอนั เปน็ พน้ื ทส่ี ว่ นรวมจงึ เปน็ แนวทางสำ� คญั ของการศกึ ษา
ชุมชนดว้ ยเช่นกนั
ค�ำวา่ “พนื้ ท่ีสาธารณะ” ประกอบด้วยค�ำ 2 คำ� คือ ค�ำวา่ “พน้ื ที่” กับ “สาธารณะ” โดยในความ
หมายของ “พ้ืนที”่ น้นั มีท้งั แงท่ เ่ี ปน็ รูปธรรม อันหมายถงึ อาณาบริเวณท่มี ีขอบเขตทางกายภาพแหง่ ใด
แห่งหนึ่งอยา่ งชดั เจน (เชน่ พื้นทใี่ นบา้ น พ้ืนทขี่ องวัด พ้นื ทีท่ ้องนา พน้ื ท่หี นา้ จอโทรทศั น์ พืน้ ท่ีหนา้ ปดั
วทิ ยุ พื้นที่หนา้ จอคอมพวิ เตอร์ ฯลฯ) กับแง่ทีเ่ ปน็ นามธรรม อนั หมายถึงการใชพ้ น้ื ท่ตี า่ งๆ เพื่อประโยชน์
ในเชงิ เศรษฐกจิ การเมอื ง สงั คม วฒั นธรรม และอำ� นาจของสงั คม ซง่ึ นอกจากจะมกี ารเขา้ ครอบครองแลว้
ก็ยังมีการต่อสู้ช่วงชิงเพื่อยึดครองพ้ืนท่ีดังกล่าวตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น พื้นท่ีของสื่อชุมชนต่างๆ อาทิ
วทิ ยชุ มุ ชน หอกระจายขา่ ว อนิ เทอรเ์ นต็ ตำ� บล หนงั สอื พมิ พท์ อ้ งถนิ่ เคเบลิ ทวี ที อ้ งถนิ่ ฯลฯ ลว้ นเปน็ พน้ื ที่
ท่ภี าคส่วนต่างๆ ทงั้ รัฐ ธรุ กจิ และชุมชนเอง ตา่ งพยายามเข้ามาตอ่ สูช้ ว่ งชิงทงั้ ระดบั กรรมสทิ ธค์ิ วามเป็น
เจ้าของ ระดับการกำ� หนดนโยบาย และระดบั การท�ำงานผลติ สอ่ื
ในส่วนของค�ำว่า “สาธารณะ” หรือ “สว่ นรวม” นัน้ นอกจากจะมีความหมายทอ่ี ยูต่ รงขา้ มกบั
คำ� ว่า “สว่ นตวั ” แล้ว ยังหมายรวมไปถึง “ผลประโยชน์ของสว่ นรวม/คนหมู่มาก” ดว้ ย และเช่นเดียวกบั
ค�ำว่า “พ้ืนที่” ความหมายของค�ำว่า “สาธารณะ” ก็มีทั้งรูปธรรมและนามธรรม ตัวอย่างของลักษณะ
รูปธรรมได้แก่ สวนสาธารณะ ท้องถนนสาธารณะ ฯลฯ ซ่ึงสะท้อนนัยว่า คนทุกคนสามารถเข้าถึง/
ใช้ประโยชน์/เป็นเจ้าของ/มีหน้าท่ีดูแลรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนตัวอย่างความหมายเชิงนามธรรม
ได้แก่ จิตสาธารณะ จติ สำ� นกึ รว่ ม จิตอาสา ผลประโยชน์ส่วนรวม ฯลฯ
เม่อื นำ� ค�ำทั้งสองมารวมกนั เป็น “พนื้ ที่สาธารณะ” แล้ว ฮาเบอรม์ าสได้นยิ ามวา่ พ้ืนที่สาธารณะ
เปน็ เรอื่ งทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั “ความรู้สึกเป็นส่วนรวม” (sense of public) พน้ื ทเ่ี ชน่ นม้ี คี วามสำ� คญั มากสำ� หรบั
สังคมประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นพื้นท่ีท่ีบุคคลที่เข้าไปในปริมณฑลนั้นจะมีสถานะเป็น “ผู้กระท�ำการ”
(actor) ท่ีมีส่วนร่วมอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันในการตัดสินใจ โดยผ่านกระบวนการส่ือสารแบบ
อภิปรายโตแ้ ยง้ กัน (dialogue) ดว้ ยการใช้เหตุใช้ผลเชิงการสื่อสาร (communication rationality) เพอ่ื
ตัดสินใจหาคำ� ตอบท่ดี ที ส่ี ดุ รว่ มกัน มใิ ชก่ ารตัดสนิ ใจบนฐานอ�ำนาจของบุคคลใดบคุ คลหนง่ึ หรอื ไมใ่ ช่การ
ตัดสินใจตามแบบประเพณที เ่ี คยทำ� ๆ กนั มา (กาญจนา แกว้ เทพ และสมสขุ หินวมิ าน, 2551: 374)
ด้วยนิยามของฮาเบอร์มาสดังกล่าว ค�ำถามในการศึกษากระบวนการสร้างพื้นที่สาธารณะใน
ชุมชนต่างๆ จึงมักอยู่ในขอบข่ายส�ำคัญอย่างน้อย 6 ประการดว้ ยกันคือ
• ส�ำนึกความเป็นสาธารณะ (sense of public) ถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร เชน่ จิตสาธารณะ
ของส่ือบุคคลท่ีเป็นผู้น�ำชุมชนในท้องถ่ินน้ันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีเบ้าหลอมมาจากพ้ืนเพหรือภูมิหลังของ
บคุ คลนั้นเช่นไร

