Page 32 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 32
4-22 ความรูเ้ บื้องตน้ การสือ่ สารชมุ ชน
ตวั อยา่ งของการปะทะตอ่ สรู้ ะหวา่ งความเปน็ ชนบทและความเปน็ เมอื งปรากฏไดต้ ง้ั แตม่ ติ ขิ องการ
แทนท่หี รอื การครอบงำ� (substitution/domination) (ดังกรณีของ “ควายเหลก็ ” ทถ่ี ูกใช้แทนท่ี “ควาย
เนอ้ื ” ในกจิ กรรมการทำ� นา) มติ ขิ องการตอ่ รองกนั (negotiation) (อาทิ การประสานวธิ กี ารรกั ษาโรคแบบ
พนื้ บา้ น/สมนุ ไพรทอ้ งถน่ิ กบั การรกั ษาโรคดว้ ยวทิ ยาศาสตร/์ แพทยแ์ ผนใหม)่ มติ ขิ องการตง้ั คำ� ถามวพิ ากษ์
วจิ ารณ์ (criticism) (อาทิ เนอ้ื เพลงลกู ทงุ่ อย่าง คณุ ล�ำไย ท่ตี ง้ั คำ� ถามกบั ความทันสมัยว่า “จมูกกส็ ันเปน็
คม เส้นผมยงั ทำ� ไฮไลต์ กระเป๋ากค็ รอกโคไดล์ กางเกงก็ยีนสล์ ีวายส์ จะเรียกลำ� ไยคดิ ดูใหด้ .ี ..”) มิติของ
การตอ่ ตา้ น/ปฏเิ สธ (resistance/rejection) (อาทิ กรณกี ารศกึ ษากองทนุ สวสั ดกิ ารชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ในตำ� บล
แมส่ กุ จงั หวดั พะเยา ทพี่ บวา่ ชาวบา้ นเลอื กปฏเิ สธความหมายแบบ “กองทนุ เพอื่ สวสั ดกิ ารชมุ ชน” ทเ่ี นน้
ผลประโยชน์แบบตัวเงิน แต่กลับใช้ค�ำเรียกว่า “กองบุญเพ่ือสวัสดิการชุมชน” อันเป็นการเน้นเร่ืองการ
ทำ� บญุ ชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู กนั และอา้ งองิ กบั หลกั ศาสนาแบบดงั้ เดมิ ) (โปรดดรู ายละเอยี ดใน ภทั รา บรุ ารกั ษ,์
2556)
ปฏิสัมพันธ์ท่ีมีความซับซ้อนระหว่างความเป็นชุมชนแบบต่างๆ น้ีเอง ท�ำให้นักทฤษฎีสังคมรุ่น
หลังหันมาตั้งค�ำถามและพัฒนาแนวคิด/แนวทางการศึกษาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของชุมชน
ทา่ มกลางความเปลยี่ นแปลงมากขึน้
(2) บริบทการกอ่ ตวั ของชุมชนแบบใหม ่ ๆ นบั ตงั้ แตก่ ลางครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 20 เปน็ ตน้ มานนั้ การ
ท�ำความเข้าใจ “ชุมชน” เริ่มลื่นไหลไปกว่าแค่การศึกษาเพียงชุมชนชนบทกับชุมชนเมืองแบบที่ผ่านมา
ทงั้ นี้ ตามแนวทางการศึกษาแบบดงั้ เดิมน้ัน นักทฤษฎีสงั คมมีแนวโน้มจะใชเ้ กณฑเ์ รื่องพื้นที่ทางกายภาพ
(physical space) หรือทำ� เลท่ตี ง้ั ทางภมู ศิ าสตร์กายภาพและวิถีการผลิตทางเศรษฐกิจของชมุ ชน มาเปน็
เกณฑ์จ�ำแนกประเภทของชุมชนออกจากกัน แต่เม่ือลักษณะพื้นท่ีทางกายภาพเร่ิมเปลี่ยนไป (เช่น การ
เกิดข้นึ ของพืน้ ทีใ่ หมๆ่ อย่างในสือ่ ออนไลน์) ประกอบกับการเกิดพนื้ ทท่ี างสงั คม (social space) ทแ่ี ตก
ตา่ งไปจากอดตี ทกุ วนั นเ้ี ราจงึ เหน็ แนวทางการศกึ ษาชมุ ชนโฉมหนา้ ใหมๆ่ เกดิ ขน้ึ อยา่ งมากมาย ตัวอย่าง
ที่น่าสนใจของการศึกษาชุมชนแบบใหม่น้ี ได้แก่
• การศกึ ษาชุมชนคนพลัดถิ่น (diasporic community) ซงึ่ เกดิ ขน้ึ เมอ่ื คนกลมุ่ หนงึ่ มกี าร
ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในพ้ืนท่ีของคนกลุ่มอ่ืน แต่ยังมีความพยายามรักษาตัวตนด้ังเดิมของตนเองเอาไว้ เช่น
กรณขี องชุมชนชาวมอญท่เี กาะเกรด็ และพระประแดง ชมุ ชนแขกอนิ เดียแถบพาหรุ ดั ชุมชนคนจนี ที่มาต้ัง
ถน่ิ ฐานท่ีเยาวราช ฯลฯ
• การศึกษาชุมชนเสมือน (virtual community) อันเป็นชุมชนที่เกิดขึ้นเพราะการ
เปลย่ี นแปลงภมู ทิ ศั นด์ า้ นการสอ่ื สาร จากเดมิ ทเ่ี ปน็ การสอื่ สารแบบเหน็ หนา้ คา่ ตา หรอื เปน็ การสอ่ื สารทาง
เดยี วผา่ นสอื่ มวลชน มาสกู่ ารสอ่ื สารผา่ นสอื่ สงั คมออนไลน์ ทสี่ ามารถกอ่ รปู เปน็ ชมุ ชนใหผ้ คู้ นทไี่ มเ่ คยรจู้ กั
หรอื ไมม่ สี ายสมั พนั ธใ์ ดๆ มากอ่ น ใหม้ าสอื่ สารระหวา่ งกนั ขนึ้ ได้ อาทิ ชมุ ชนเฟซบกุ๊ ชมุ ชนทใ่ี ชแ้ อปพลเิ คชนั
อนิ สตาแกรม (instagram) ฯลฯ
• การศึกษาชุมชนแฟนคลับ (fan community) หรือชุมชนแบบใหม่ที่รวมตัวกันข้ึนโดย
ผคู้ นทม่ี คี วามสนใจปรากฏการณท์ างสงั คมบางอยา่ งรว่ มกนั อาทิ ชมุ ชนแฟนบอล แฟนละคร แฟนหนงั สอื /
นกั ประพนั ธ์ แฟนคลับศลิ ปินไทย/ตา่ งประเทศ ฯลฯ

