Page 27 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 27
แนวคดิ วา่ ดว้ ยชุมชน และความสมั พันธข์ องการสือ่ สารกบั การพัฒนาชุมชน 4-17
เป็นระบบสัญลักษณ์ท่ีปัจเจกบุคคลแต่ละคนได้ถักทอสร้างความหมายบางอย่างขึ้นมา (Rapport and
Overing, 2007) ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ ว ทศั นะตอ่ การศกึ ษา “ชมุ ชน” จงึ เปลยี่ นแปลงไปจากชว่ งศตวรรษกอ่ น
หน้านนั้
แรพพอรต์ และโอเวอริง ยังได้กลา่ วอกี วา่ แนวทางการศึกษาชุมชนเชิงสัญลักษณ์น้ี จะเน้นการ
ต้ังค�ำถามหลัก ๆ 4 ข้อดว้ ยกนั คอื
• ชุมชนหน่ึงๆ ไดร้ บั การสร้างข้ึนในฐานะเปน็ สว่ นหนง่ึ ของชวี ติ ทางสงั คมอย่างไร
• การก�ำหนดคุณลักษณะและจัดต�ำแหน่งแห่งที่ของสมาชิกต่างๆ ในชุมชนดังกล่าวนั้นเป็น
อย่างไร
• ปจั เจกบคุ คลแตล่ ะคนให้ความหมายต่อชุมชนดังกลา่ วเอาไว้อยา่ งไร
• ความหมายทคี่ นคนหนง่ึ สรา้ งให้กบั ชุมชนนั้น สัมพนั ธก์ ับความหมายทีส่ มาชกิ คนอนื่ นยิ ามให้
กบั ชุมชนเดียวกนั อย่างไร
ตัวอย่างวิธีการตั้งค�ำถามต่อชุมชนในลักษณะนี้ ได้แก่ งานวิจัยของ ธนวรรธน์ นิธิปภานันท์
(2558) ท่ีสนใจศึกษากระบวนการสร้างพื้นท่ีทางวัฒนธรรมของชุมชนท่องเท่ียวท่ีเกิดข้ึนใหม่อย่าง
“เพลินวาน” ในอ�ำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ธนวรรธน์พบว่า ชุมชนเพลินวานได้ก่อรูปก่อร่าง
ชีวิตทางสงั คมแบบใหม่ โดยน�ำเอาวตั ถุดิบหลายๆ อย่างในอดตี มา “ตัดแปะ” (cut-and-mix) โดยบาง
ครง้ั แทบจะไม่ไดอ้ า้ งอิงกับบรบิ ทจรงิ ของประวัตศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรมแต่อยา่ งใด กล่าวคอื จากพ้นื ทท่ี าง
กายภาพในอดตี ทเ่ี ปน็ เพยี งพนื้ ทรี่ กรา้ งทวั่ ไป แตก่ ลมุ่ ทนุ ภาคธรุ กจิ ไดป้ ระกอบสรา้ งเพลนิ วานใหเ้ ปน็ สถานท่ี
ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้คล้ายกับหมู่บ้านย้อนยุคท่ีมีชีวิต (eco-vintage village) ที่ผ่านการคัดเลือก
และตัดแปะความเป็นอดีตจากแหล่งอ้างอิงหลากหลาย ตั้งแต่ร้านอาหารโบราณ ร้านกาแฟโบราณ
ร้านเสื้อผ้าย้อนยุค ร้านขนมต�ำรับโบราณ ร้านซีดีเพลงในอดีต ร้านเหล้าสมัยก่อน ประเพณีเทศกาล
งานวัดชงิ ชา้ สวรรค์ และอน่ื ๆ
แมเ้ พลินวานจะเป็นพื้นทช่ี ุมชนวฒั นธรรมใหม่ แต่ก็มสี มาชิกต่างกล่มุ ที่เข้าไปใช้ชีวิต และถกั ทอ
ความหมายบางชดุ มาส่ือสารและปะทะประสานกนั ในพน้ื ทีด่ ังกลา่ ว ต้ังแตก่ ลุม่ ทนุ ทีก่ �ำหนดความหมายให้
เพลนิ วานเปน็ พืน้ ทข่ี องการย้อนถวลิ หาอดตี (nostalgia) ท่ผี ู้คนจะไดม้ ชี ว่ งเวลาของความสขุ เพลิดเพลนิ
กบั วนั วานซง่ึ ถกู ประดษิ ฐข์ นึ้ โดยมบี รรดาผปู้ ระกอบการรา้ นรวงตา่ งๆ ทำ� หนา้ ทผี่ สมผสานและลงรหสั ความ
หมายเรื่องความสุขกับอดีตวันวานในพื้นท่ีนี้ด้วยเช่นกัน ในขณะท่ีนักท่องเท่ียวเองก็เป็นอีกกลุ่มที่เข้ามา
ประกอบสร้างและตอ่ รองความหมายแตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นนักทอ่ งเท่ียวท่ีมอี ายมุ ากกว่า 40 ปขี ้นึ ไป
ก็จะใช้ประสบการณ์จริงในอดีตของตนมาตีความว่า แม้การตัดแปะอดีตในพ้ืนที่ของเพลินวานจะมีคุณค่า
ด้านความทรงจ�ำ แต่ก็เป็นการส่ือสารความหมายท่ีผิดแปลกแตกต่างไปจากของจริง ส่วนนักท่องเท่ียวที่
มอี ายุนอ้ ยและไม่มีประสบการณต์ รงเก่ียวกับอดีต กอ็ าจจะรบั ร้วู ่าพนื้ ท่นี ้คี ลาสสิก แปลกตา และเป็นอดตี
โบราณที่ยอ้ นยคุ แตก่ ท็ นั สมัย การปะทะกันระหวา่ งชดุ ความหมายท่ตี า่ งกันไปนี้เอง ท�ำใหเ้ พลนิ วานกลาย
เป็นชุมชนทมี่ ีชีวติ ทางสงั คม และจดั ทีท่ างในการส่ือสารความหมายของสมาชิกแต่ละคนใหแ้ ตกตา่ งกนั ไป
ผา่ นพืน้ ทีช่ ุมชนดังกลา่ ว

