Page 29 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 29

แนวคิดวา่ ด้วยชมุ ชน และความสมั พันธ์ของการสื่อสารกับการพฒั นาชมุ ชน 4-19
เพ่อื น-เพื่อน ดารา-แฟนคลับ หัวหน้า-ลกู นอ้ ง ฯลฯ ความสมั พันธเ์ ชน่ น้จี ะมที ง้ั การกระทำ� ทเี่ กิดข้นึ จรงิ ๆ
(action) และการกระทำ� ทเ่ี กดิ ข้นึ ในเชิงสัญลกั ษณ์ (symbol) ซึ่งรอ้ ยรัดกันไวจ้ นกอ่ ตวั เปน็ ชุมชนรปู แบบ
ต่างๆ ข้นึ มาในท่ีสุด

       ตัวอย่างเช่น ในงานวิจัยของกุลภา วจนสาระ (2546) ที่ศึกษาวัฒนธรรมการรวมตัวเป็นชุมชน
ของกลุ่ม “พรีทีน” (preteen) ที่บริเวณเซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์ และพบว่า ในขณะที่ชุมชนวัยรุ่น
พรีทีนกลุ่มนี้มักถูกมองจากสายตาคนภายนอกว่าเป็น “แหล่งมั่วสุมใจกลางกรุงเทพฯ” แต่ส�ำหรับกลุ่ม
พรที นี แลว้ ชมุ ชนแหง่ นก้ี ลายเปน็ พนื้ ทก่ี ารสอื่ สารเพอ่ื คน้ หาอตั ลกั ษณก์ ลมุ่ ของตนเอง ทจี่ ะไดแ้ ยกตนออก
จากบทบาทและความคาดหวงั ทถี่ กู กำ� หนดโดยครอบครวั งาน โรงเรยี น และอำ� นาจของผใู้ หญ่ เพราะฉะนนั้
เซน็ เตอรพ์ อ้ ยทจ์ งึ เกดิ ขน้ึ เพอื่ เปน็ พนื้ ทพ่ี ธิ กี รรม (ritual space) ทวี่ ยั รนุ่ จะไดใ้ ชส้ อ่ื สารเพอื่ ตอ่ ตา้ นโครงสรา้ ง
กอ่ นทจี่ ะกลบั คนื สสู่ ภาวะทมี่ โี ครงสรา้ งเชน่ เดมิ หลงั จากพธิ กี รรมสน้ิ สดุ ลงในแตล่ ะวนั นอกจากน้ี ในการเขา้
กลมุ่ ทเ่ี ซน็ เตอรพ์ อ้ ยทน์ นั้ บรรดาพรที นี ทง้ั หลายสามารถถอดอตั ลกั ษณท์ บ่ี ง่ บอกความเปน็ เดก็ ของตนออก
และสอื่ สารในลักษณะทเ่ี ตรยี มตวั ส�ำหรบั การเป็นวัยรุน่ เต็มตัว เชน่ การรวมกลุ่มกันทำ� ให้วัยรุ่นไดท้ ดลอง
ท�ำในส่ิงต้องหา้ ม (อาทิ สูบบุหรี่) หรือค้นหาและประกอบสรา้ งอัตลักษณบ์ างแบบ (อาทิ การสรา้ งแฟช่นั
ย้อมสีผม)

       ในขณะเดียวกัน ภายใต้ปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ระหว่างวัยรุ่นด้วยกันหรือวัยรุ่นกับคนวัยอื่นๆ
น้ัน กุลภาพบว่า รูปแบบการใช้พื้นท่ีของเซ็นเตอร์พ้อยท์เป็นโอกาสที่วัยรุ่นพรีทีนจะได้ส่ือสารในลักษณะ
ภาวะครึ่งๆ กลางๆ (betwixt-and-between) หรอื อยใู่ นภาวะกำ�้ ก่ึง ก�ำกวม และกลบั หวั กลับหาง เพอ่ื
ตอ่ ตา้ นอ�ำนาจของโครงสรา้ ง อนั ไดแ้ ก่ การกลบั ขัว้ ของส่งิ ตรงขา้ ม (อาทิ การตกแต่งรา้ นดว้ ยสิ่งของทอ่ี ยู่
ผดิ ทผ่ี ดิ ทางหรอื ผดิ หนา้ ที่ เชน่ นำ� อปุ กรณท์ ดลองวทิ ยาศาสตรม์ าทำ� เปน็ แจกนั ดอกไม้ หรอื การเอาปลอกคอ
สตั วเ์ ลยี้ งมาทำ� เปน็ เครอ่ื งประดบั คอ) หรอื การทำ� เรอ่ื งตอ้ งหา้ มใหก้ ลายเปน็ เรอื่ งสนกุ (เชน่ รา้ นคา้ บางแหง่
ประดบั รา้ นดว้ ยตกุ๊ ตารปู ตวั สเปริ ม์ สแี ดง หรอื ตกุ๊ ตารปู อวยั วะเพศชาย เปน็ ตน้ ) หรอื การไมอ่ ยใู่ นแบบแผน
และธรรมเนียมปฏบิ ตั ิ (เช่น การแต่งกายของวยั รนุ่ กลุ่มต่างๆ ที่บ่งบอกอตั ลกั ษณ์เฉพาะกลมุ่ อาทิ กล่มุ
กะเทยก็จะแต่งตัวแบบสายเด่ียว สวมวิก นุ่งกระโปรง หรือกลุ่มเด็กแร็พก็จะแต่งตัวด้วยเส้ือผ้าสีฉูดฉาด
เปน็ ตน้ ) และทส่ี ำ� คญั ในขณะทเ่ี ซน็ เตอรพ์ อ้ ยทเ์ ปน็ พน้ื ทกี่ ารสอ่ื สารของการตอ่ ตา้ นอำ� นาจ แตอ่ กี ดา้ นหนงึ่
กุลภาก็ชี้ให้เห็นว่า ชุมชนดังกล่าวก็ยังถูกใช้เป็นพ้ืนท่ีของการขัดเกลาให้คนวัยพรีทีนเกิดการยอมรับ
กฎระเบยี บของสังคมบางอยา่ งดว้ ย เช่น การทเี่ ซ็นเตอร์พ้อยทเ์ องก็มีกฎระเบียบปฏบิ ตั บิ างอยา่ งระหว่าง
รนุ่ พกี่ บั รนุ่ นอ้ ง หรอื การควบคมุ เรอื่ งการมเี พศสมั พนั ธห์ รอื การแตง่ ตวั ทมี่ ากเกนิ ไปของวยั รนุ่ พรที นี บางคน

       กล่าวโดยสรุป ทศั นะของสำ� นกั ชคิ าโกเหน็ วา่ ในบรบิ ทของความเปน็ ชมุ ชนนน้ั บนความสมั พนั ธ์
ที่ผ่านการกระท�ำเชิงสัญลักษณ์ระหว่างผู้คน มนุษย์เราจึงสามารถก่อรูปก่อร่างประสบการณ์ ตัวตน
อัตลักษณ์ และสภาพแวดล้อมของความเป็นชมุ ชนต่างๆ ขึ้นมาได้น่ันเอง

       จากขอ้ เสนอของสำ� นกั ชคิ าโกขา้ งตน้ โรเบริ ต์ นสิ เบต็ (Robert Nisbet) ไดข้ ยายความนยิ ามของ
“ชุมชน” ออกไปด้วยว่า ชุมชนเป็นรูปแบบของความสัมพันธ์ท่ีก่อตัวขึ้นด้วยองค์ประกอบย่อยๆ หลาย
ประการด้วยกนั ไมว่ า่ จะเป็นเรอ่ื งของการสรา้ งความรูส้ กึ ใกลช้ ดิ กนั ระหวา่ งบุคคล (personal intimacy)
ความลมุ่ ลกึ ในเชงิ อารมณ์ (emotional depth) ความผกู พนั เชงิ คณุ คา่ จติ ใจ (moral commitment) ความ
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34