Page 34 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 34
4-24 ความรูเ้ บ้อื งต้นการส่อื สารชมุ ชน
เป็นความไม่แน่นอน (instability) ท่ีเชื่อว่าสรรพส่ิงล้วนไม่แน่นอน แม้แต่กฎเกณฑ์ต่างๆ ทางสังคมก็
สามารถถูกตั้งค�ำถามหรือท้าทายได้เช่นกัน (ดังเช่นกรณีการล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต ซ่ึงเป็น
ชุมชนสงั คมนยิ มทเี่ คยยง่ิ ใหญใ่ นยุคสงครามเยน็ มาก่อน)
นอกจากอทิ ธพิ ลของทฤษฎหี ลงั สมยั ใหมแ่ ลว้ ในปกี ของทฤษฎีส�ำนักวัฒนธรรมศึกษาเชิงวิพากษ์
นนั้ เปน็ กลมุ่ สำ� นกั ทฤษฎที ถ่ี อื กำ� เนดิ ขนึ้ ณ มหาวทิ ยาลยั เบอรม์ งิ แฮม สหราชอาณาจกั ร ซงึ่ บางครง้ั เรยี ก
วา่ ทฤษฎีส�ำนักวัฒนธรรมศึกษาแห่งอังกฤษ (British cultural studies) หรอื ทฤษฎีส�ำนักเบอร์มิงแฮม
(Birmingham School) และมีอิทธิพลอย่างมากต่อการศึกษาสังคม วัฒนธรรม และการส่ือสาร ตั้งแต่
ทศวรรษ 1960 เปน็ ตน้ มา
แม้นักทฤษฎีส�ำนักวัฒนธรรมศึกษาเชิงวิพากษ์จะมีข้อเสนอหลายอย่างในการศึกษาสังคม (เช่น
การวเิ คราะหเ์ รอ่ื งอตั ลกั ษณ์ ภาพตวั แทน ชวี ติ ประจำ� วนั การศกึ ษาวฒั นธรรมประชานยิ ม) แตจ่ ดุ เดน่ ของ
ส�ำนักนก้ี ค็ ือการวเิ คราะหเ์ รอื่ ง “อ�ำนาจ” (power) และ “ความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจ” (power relations)
ที่ด�ำรงอยูใ่ นปรากฏการณ์การส่ือสารและวัฒนธรรมของมนษุ ย์ ดว้ ยเหตนุ ้ี ในขณะที่นักทฤษฎีปฏสิ มั พันธ์
เชงิ สญั ลกั ษณ์เมอ่ื ตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 20 เคยตง้ั ค�ำถามว่า ชมุ ชนไม่ใชส่ งิ่ ท่ีเกิดข้นึ เองตามธรรมชาติ แต่
เป็นการประกอบสร้างความหมายที่ปัจเจกบุคคลมีให้ต่อชุมชนน้ันๆ นักทฤษฎีส�ำนักวัฒนธรรมศึกษาเชิง
วิพากษก์ ็จะต้ังค�ำถามตอ่ ไปว่า แล้วการประกอบสร้างความเป็นชมุ ชนดงั กลา่ ว มโี ครงสร้างความสัมพันธ์
และการต่อสเู้ ชงิ อำ� นาจที่อยู่เบื้องหลังน้ันอยา่ งไร
ตัวอย่างเชน่ ในการกอ่ ตัวเปน็ ชมุ ชนของนักเต้นคัฟเวอร์ (cover dance) อันเป็นรปู แบบการเต้น
รว่ มสมยั ของวยั รนุ่ กลมุ่ หนงึ่ ทเี่ ลยี นแบบใหเ้ หมอื นกบั ตน้ ฉบบั ศลิ ปนิ นกั รอ้ งตา่ งชาตทิ ม่ี ากบั กระแส K-pop
หรอื J-pop นนั้ หากเป็นในสายตาของคนนอกวฒั นธรรม (เช่น คนวยั ผใู้ หญ่ หรอื แม้แตบ่ รรดานกั เต้น
ร่วมสมัยแนวอื่นๆ) ก็อาจสร้างความหมายให้กับการเต้นคัฟเวอร์ว่า ไม่มีคุณค่าเพราะเน้นการลอกเลียน
แบบให้เหมือน มากกว่าจะใช้ความคดิ สร้างสรรค์ใหเ้ กดิ ส่ิงใหม่ขนึ้ แต่ส�ำหรับกลุ่มนักเต้นคัฟเวอรเ์ องแล้ว
พวกเขาไดใ้ ชส้ อ่ื ตา่ งๆ ตง้ั แตส่ อื่ กจิ กรรมการซอ้ มและการแขง่ ขนั เตน้ คฟั เวอร์ สอื่ เวบ็ ไซตใ์ นโลกเสมอื น สอ่ื
วัตถุ (อาทิ เส้ือผ้าเคร่ืองแต่งกาย การแต่งหน้าท�ำผม) และอ่ืนๆ เพ่ือต่อสู้เชิงอ�ำนาจและรื้อสร้างความ
หมายให้กับการเต้นคัฟเวอร์ว่า การเต้นให้เหมือนกับต้นฉบับน้ันยากเสียยิ่งกว่าการเต้นให้แตกต่างด้วย
ความคิดสรา้ งสรรคใ์ หม่ๆ เปน็ ต้น
จากอทิ ธพิ ลของทฤษฎหี ลงั สมยั ใหมแ่ ละทฤษฎสี ำ� นกั วฒั นธรรมศกึ ษาเชงิ วพิ ากษท์ กี่ ลา่ วมา สง่ ผล
ให้เกิดแนวคิดทฤษฎีใหม่ๆ ในการตั้งค�ำถามเพื่อศึกษาชุมชนข้ึนมาอย่างหลากหลาย ในที่น้ีผู้เขียนจะขอ
ยกตัวอย่างแนวคิดท่ีเด่นๆ ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และเก่ียวโยงกับการศึกษาการสื่อสารกับชุมชนด้วย
อันได้แก่
(1) แนวคิดส�ำนักวัฒนธรรมนิยมกับการศึกษาชุมชน สำ� นกั วฒั นธรรมนยิ ม (culturalism) เปน็
กลุ่มทฤษฎีที่สนใจศึกษาการผลิตและสืบทอดวัฒนธรรมกับจิตส�ำนึกของความเป็นชุมชน ต้นก�ำเนิดของ
แนวคดิ นไ้ี ดอ้ ทิ ธพิ ลมาจาก อันโตนิโย กรัมชี (Antonio Gramsci) ปญั ญาชนฝา่ ยซา้ ยของพรรคสงั คมนยิ ม
อิตาลี ผู้เน้นการวิเคราะห์จิตส�ำนึกและอุดมการณ์ (consciousness and ideology) โดยกรัมชีเห็นว่า

