Page 39 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 39

แนวคิดวา่ ด้วยชมุ ชน และความสัมพนั ธ์ของการสื่อสารกบั การพัฒนาชมุ ชน 4-29
ไม่มีอ�ำนาจต่างหาก ดังน้ัน ค�ำถามท่ีฟโู กต์สนใจก็คือ อ�ำนาจน้ันกระท�ำการ (exercise) ได้อย่างไร และ
ผลท่ีเกิดขึ้นน้นั เปน็ อย่างไร นอกจากน้ี เนื่องจากอำ� นาจเปน็ ระบบความสมั พันธ์ที่ตอ้ งมี “ต่อกนั และกัน”
ฉะน้ันข้อสรุปของฟูโกต์ก็คือ ท่ีใดที่มีอ�ำนาจ ท่ีนั่นก็ย่อมต้องมีการต่อต้านอ�ำนาจด้วยเช่นกัน (กาญจนา
แกว้ เทพ, 2557: 5-52)

       ในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจแบบ “ซ่ึงกันและกัน” นี้ เห็นได้จากกรณีงานวิจัยของ
ชาญชัย น่ิมสมบุญ (2550) ท่ีเลือกวิเคราะห์ชุมชนที่มีรูปธรรมของการใช้อ�ำนาจอย่างเข้มข้นอย่างพื้นที่
ของคุก และลงมือศึกษากรณีของการสื่อสารผ่านการเขียนจดหมายของนักโทษชาวต่างชาติท่ีอยู่ในเรือน
จ�ำบางขวาง ชาญชัยพบวา่ ในด้านหนงึ่ คุกเปน็ ตวั แทนของโครงสร้างอ�ำนาจ (structure of power) ท่ี
เข้ามาก�ำกับควบคุมความคิดและพฤติกรรมของผู้ต้องขัง โดยผ่านข้ออ้างต่ออ�ำนาจน้ันว่า เพ่ือฟื้นฟูพฤติ
นิสยั ของผทู้ กี่ ระทำ� ผดิ และใหเ้ ขาเหล่าน้นั สามารถกลบั ตวั เป็นคนดีของสงั คมได้ ดังนั้น คกุ จงึ มีความชอบ
ธรรมท่จี ะเขา้ มาจัดระเบยี บวนิ ยั (discipline) ทั้งการกำ� หนดพ้ืนท่ี (ใหน้ ักโทษอย่แู ตเ่ ฉพาะในขอบรว้ั ของ
เรอื นจำ� ) ควบคมุ รา่ งกาย (เชน่ ตตี รวน สวมเสอ้ื ผา้ ทเี่ รอื นจำ� กำ� หนดให)้ ควบคมุ การกระทำ� และจติ ใจ (เชน่
กินอาหารตามท่ีคุกก�ำหนดให้ ในเวลาที่คุกก�ำกับไว้) ควบคุมพฤติกรรมทางเพศ (ด้วยข้ออ้างเรื่องความ
เป็นระเบียบทางศลี ธรรม) และควบคมุ กิจกรรมการสอื่ สาร (เช่น จ�ำกัดเวลาคุยโทรศพั ท์ของนักโทษ) รวม
ถึงมีอำ� นาจทีจ่ ะลงโทษ (punishment) หากนกั โทษคนใดฝา่ ฝนื ทา้ ทายโครงสรา้ งอำ� นาจของคุก

       ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ ชาญชัยได้พบเพิ่มเติมว่า ในขณะท่ีคุกบริหารอ�ำนาจกับผู้ต้องขังนั้น การ
เขยี นจดหมายของนกั โทษกค็ อื พน้ื ทท่ี จี่ ำ� ลองกรอบการควบคมุ และจดั วนิ ยั ดงั กลา่ วมาไวล้ งในแผน่ กระดาษ
ท่ีนักโทษส่ือสารออกไปสู่ผ้รู บั สารภายนอก เชน่ แม้ว่าคกุ จะอนุญาตให้ผตู้ ้องขังเขียนจดหมายไปถงึ บุคคล
ภายนอกได้ แตค่ กุ กม็ ขี อ้ หา้ มการเขยี นเกนิ 15 บรรทดั มกี ารกำ� หนดเวลาในการเขยี น/สง่ จดหมายทแ่ี นน่ อน
มีข้อบังคับห้ามเขียนเน้ือหาบางอย่าง (อาทิ ห้ามเขียนเน้ือหาเร่ืองเพศ ข้อความลามก ข้อความท่ีท�ำให้
ภาพพจน์ของเรือนจ�ำเส่ือมเสีย) และที่ส�ำคัญ คุกจะมีการเซ็นเซอร์จดหมายทุกฉบับของนักโทษที่ส่งเข้า/
ออกเรือนจ�ำ

       แต่กระน้ันก็ตาม ภายใต้บรรยากาศการควบคุมการสื่อสารอย่างเข้มข้นเช่นน้ี นักโทษบางคนใน
ฐานะของปัจเจกผู้กระท�ำการ (human agency) ได้พัฒนากลยุทธ์การดิ้นรนต่อสู้กับโครงสร้างอ�ำนาจ
ดงั กลา่ ว เปน็ ตน้ วา่ ใชก้ ารสง่ ภาพเปน็ สญั ญะแทนการเขยี นเนอ้ื หาขอ้ ความโดยตรง มกี ารสรา้ งความหมาย
ใหมข่ องคกุ บางขวางใหก้ ลายเปน็ “Bangkwang resort” ใชก้ ารแอบเขยี นขอ้ ความลามกอนาจารซกุ ซอ่ น
ไวใ้ นเนอื้ หาจดหมาย หรอื ในกรณที นี่ กั โทษตอ้ งการตอ่ รองกบั ระเบยี บของเรอื นจำ�  กจ็ ะเลอื กเขยี นจดหมาย
ถงึ ผู้รบั สารท่มี ีอ�ำนาจ (อาทิ เจ้าหน้าที่สถานทตู ของตน) และกลยทุ ธ์การสอื่ สารอน่ื ๆ อีกหลายประการ

       ส�ำหรบั การวิเคราะห์เรอื่ งการสื่อสารกับอ�ำนาจน้ัน อาจพจิ ารณาได้ 2 ระดบั โดยในระดบั แรกนน้ั
ฟโู กตใ์ หค้ �ำอธบิ ายวา่ ขา่ วสารและความรเู้ ปน็ แหลง่ ทม่ี าของอ�ำนาจ เพราะฉะนนั้ ใครกต็ ามทม่ี ขี า่ วสารและ
ความรมู้ ากกวา่ กจ็ ะมอี ำ� นาจมากกวา่ ดว้ ยเชน่ กนั เชน่ เมอื่ เปรยี บเทยี บระหวา่ งชมุ ชนชนบทกบั ชมุ ชนเมอื ง
แล้ว ข่าวสารและความรู้ (รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ) มีแนวโน้มจะกระจุกตัวอยู่ในพ้ืนที่ของ
ชมุ ชนเมือง ดังน้ัน ดว้ ยช่องวา่ งระหวา่ งขา่ วสารและความรู้ทไี่ มเ่ ทา่ เทียมกัน ท�ำให้สงั คมเมอื งมกั มอี ำ� นาจ
มากกวา่ และมักใช้ “การกระท�ำเชงิ อำ� นาจ” เพอื่ ขดู รีดผลประโยชนต์ ่างๆ จากชนบทด้วย เป็นต้น
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44