Page 38 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 38
4-28 ความรู้เบื้องตน้ การส่ือสารชมุ ชน
• มีใครบ้างเป็นผู้เก่ียวข้อง/มีส่วนร่วมในพ้ืนท่ีดังกล่าว เชน่ สภากาแฟทชี่ าวบา้ นมารวม
ตวั กันยามเช้าในชมุ ชนชนบท หรอื รา้ นกาแฟที่ชาวมสุ ลมิ มารวมตัวกันพูดคยุ ดม่ื กาแฟในชมุ ชนอสิ ลามนั้น
มีใครบา้ งทเี่ ปน็ สมาชกิ ทงั้ ขาประจ�ำและขาจร เปน็ คนทกุ เพศทกุ วยั ทกุ ชนชนั้ จากทกุ กลมุ่ สงั คมของชมุ ชน
นัน้ ๆ หรือไม่
• การเข้าร่วมในพื้นท่ีสาธารณะมีความเสมอภาคเท่าเทียมหรือไม่ เช่น การก�ำหนด
นโยบายในการผลิตรายการของสถานีวิทยุชุมชนหรือสถานีโทรทัศน์ท้องถ่ินมาจากอ�ำนาจของคนกลุ่มใด
หรอื เปน็ ขอ้ ตกลงร่วมของทกุ ฝ่ายทีอ่ ย่ใู นชุมชนนั้นๆ
• รูปแบบการส่ือสารในพ้ืนที่สาธารณะเป็นอย่างไร เช่น สื่อสารทางเดียวหรือสองทาง
เปน็ การส่ือสารแบบมีสว่ นร่วม หรอื เป็นการสอ่ื สารทมี่ ขี ้อมูลข่าวสารไหลเวยี นมาจากทกุ ทศิ ทางหรือไม่
• เป้าหมายของการสร้างพื้นที่สาธารณะคืออะไร เชน่ เพอื่ รกั ษาอำ� นาจ (authority) ของ
ชนชัน้ นำ� หรอื คนบางกลุ่ม หรอื เปน็ ไปเพ่ือแสวงหาคำ� ตอบสุดทา้ ยทีด่ ีทสี่ ุดรว่ มกนั ของทุกคนในชมุ ชน
• บทบาทหน้าที่ของพื้นท่ีสาธารณะเป็นอย่างไร ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล (เช่น การใช้
พ้ืนท่ีร้านกาแฟสมัยใหม่หรือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ให้กลายเป็นชุมชนของชนชั้นกลางเพ่ือสื่อสารรสนิยม
ความทนั สมยั ของตนออกสู่สาธารณะ) และในระดับสังคม (เช่น การใช้เวทปี ระชุมชาวบา้ น เพ่อื สรา้ งขอ้
ตกลงและนโยบายรว่ มกันแบบประชาธิปไตย)
นอกจากค�ำถามหลักในการศึกษาพื้นท่ีสาธารณะของชุมชนข้างต้นแล้ว ฮาเบอร์มาสยังได้ต้ังข้อ
สงั เกตเพม่ิ เตมิ ดว้ ยวา่ ในระบบของการสอ่ื สารทผี่ า่ นสอ่ื มวลชนนน้ั มกั มขี อ้ จำ� กดั และถกู ควบคมุ โดยอำ� นาจ
เศรษฐกิจการเมือง จึงมีบทบาทในการสร้างพื้นที่สาธารณะได้ค่อนข้างล�ำบาก แต่ถ้าเทียบกับระบบการ
ส่ือสารชุมชนแบบด้ังเดิมอย่างส่ือประเพณี/ส่ือพ้ืนบ้าน/ส่ือพิธีกรรมท้องถิ่น และระบบการส่ือสารชุมชน
รปู แบบใหมๆ่ ทีเ่ กิดข้ึนในยคุ ปจั จบุ ัน เชน่ การส่ือสารผา่ นเวทเี สวนาชมุ ชนทอ้ งถ่ิน การรวมตวั ของชุมชน
แฟนคลับ เครือข่ายสังคมชุมชนต่างๆ การสื่อสารผ่านห้องสนทนาในอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงพื้นท่ีชุมชน
เสมือนและชุมชนออนไลน์ ฯลฯ การสื่อสารชุมชนเหล่านี้มีแนวโน้มจะอยู่นอกเขตอ�ำนาจรัฐและอ�ำนาจ
เศรษฐกิจ จึงอาจถูกคาดหวงั ใหท้ �ำหน้าทีข่ อง “พ้ืนที่สาธารณะ” ทีเ่ ปดิ โอกาสใหผ้ ูค้ นไดใ้ ชเ้ หตุผล และนำ�
ไปสูข่ บวนการเคลอ่ื นไหวทางสังคมรปู แบบใหมๆ่ ไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ
(3) แนวคิดเรื่องวาทกรรมกับการศึกษาชุมชน แนวคดิ เรอ่ื งวาทกรรม (discourse) เปน็ ทศั นะท่ี
เสนอข้ึนโดยนกั คดิ ชาวฝรง่ั เศสชว่ งคร่งึ หลงั ศตวรรษท่ี 20 ท่ีชอื่ มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault) ผ้สู นใจ
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการส่ือสารกับอ�ำนาจ ซ่ึงท�ำงานอยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “การก่อรูปของ
วาทกรรม” (discursive formation) และ “ปฏิบัติการของวาทกรรม” (discursive practices)
ในการวิเคราะห์เร่ือง “อ�ำนาจ” (power) น้ัน ฟูโกต์ได้ให้ค�ำนิยามท่ีแตกต่างไปจากความเข้าใจ
ของคนทวั่ ไปวา่ อำ� นาจไมใ่ ชแ่ คก่ ารใชก้ ำ� ลงั บงั คบั เทา่ นนั้ หากแตเ่ ปน็ กลยทุ ธใ์ นการกำ� กบั ควบคมุ ความคดิ
พฤตกิ รรม การทำ� หนา้ ที่ หรอื แมแ้ ตร่ า่ งกายและจติ ใจของมนษุ ย์ ทงั้ นี้ ในขณะทน่ี กั รฐั ศาสตรท์ วั่ ไปมกั สนใจ
ศกึ ษา “ทม่ี า/แหลง่ กำ� เนดิ ” ของอำ� นาจวา่ มาจากไหนและเปน็ อำ� นาจของใคร แตฟ่ โู กตก์ ลบั เหน็ วา่ อำ� นาจ
ไมใ่ ชส่ มบตั ขิ องใครหรอื ของชนชน้ั ไหน (เชน่ อำ� นาจไมไ่ ดอ้ ยใู่ ตอ้ าณตั ขิ องนายทนุ หรอื ชนชนั้ ปกครองฝา่ ย
เดียวเสมอไป) หากแตอ่ ำ� นาจเปน็ เวทีแหง่ การปะทะกนั ระหวา่ งความสัมพนั ธข์ องฝา่ ยทม่ี อี ำ� นาจกบั ฝ่ายท่ี

