Page 33 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 33
แนวคดิ วา่ ด้วยชมุ ชน และความสมั พนั ธ์ของการสอื่ สารกบั การพัฒนาชมุ ชน 4-23
• การศกึ ษาชมุ ชนแบบอนื่ ๆ ทเ่ี ปน็ ผลพวงมาจากความเปลยี่ นแปลงในพนื้ ทที่ างสงั คมของ
มนุษย์ อาทิ ชุมชนชานเมือง ชุมชนชาติพันธุ์ ชุมชนกลุ่มเพศสภาพต่างๆ ชุมชนนักวิชาการ ชุมชน
นกั วิชาชพี ชุมชนไฮโซ ชมุ ชนโลกาภิวัตน์ ฯลฯ
(3) การเกิดขึ้นของแนวคิดทฤษฎีใหม่ ๆ ทางสังคมศาสตร์ นบั จากครง่ึ หลงั ของครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี
20 เช่นกัน ที่การก่อตัวของกระแสทฤษฎีสังคมศาสตร์รุ่นใหม่ถือก�ำเนิดขึ้นมาหลายส�ำนัก และมีอิทธิพล
อย่างย่ิงต่อการศึกษาชุมชน รวมไปถึงการต้ังค�ำถามเร่ืองการส่ือสารกับชุมชนด้วยเช่นกัน กลุ่มทฤษฎี
สังคมศาสตร์ทเี่ ดน่ ๆ ในท่ีนไ้ี ด้แก่ ทฤษฎีหลังสมัยใหม่ (postmodernism) กบั ทฤษฎีวัฒนธรรมศึกษา
เชิงวิพากษ์ (critical cultural studies)
ทงั้ นี้ ในสว่ นของทฤษฎหี ลงั สมยั ใหมน่ นั้ จะสนใจศกึ ษาความเปลยี่ นแปลงใหมๆ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คม
อยา่ งนอ้ ย 3 มติ ดิ ้วยกนั คอื มติ ทิ างเศรษฐกิจ มติ ทิ างการเมอื ง และมิตทิ างวฒั นธรรม โดยในมติ ิแรกทาง
เศรษฐกิจนั้น ตง้ั แต่หลงั สงครามโลกครั้งท่ีสองเปน็ ต้นมา ระบบการผลิตทางเศรษฐกจิ ทเ่ี ป็นอุตสาหกรรม
หนกั (manufacturing industries) (อาทิ รถยนต)์ ไดเ้ ปลย่ี นผา่ นเขา้ สรู่ ะบบเศรษฐกจิ ทเ่ี นน้ อตุ สาหกรรม
การผลิตข่าวสารและอุตสาหกรรมภาคบริการ (information and service industries) แทน (อาทิ
อตุ สาหกรรมสอื่ ระบบเศรษฐกจิ ดจิ ทิ ลั อตุ สาหกรรมสรา้ งสรรคต์ า่ งๆ) ในขณะเดยี วกบั ทด่ี า้ นของการบรโิ ภค
นั้น จะมีลักษณะรูปแบบเศรษฐกิจแบบบริโภคนิยมมวลชน (mass consumption economy) มากข้ึน
และที่ส�ำคัญ ระบบเศรษฐกิจของยุคนี้จะอยู่บนพื้นฐานของข่าวสาร ความรู้ เทคโนโลยี และการสร้างผล
กำ� ไรจากสินคา้ วัฒนธรรมต่างๆ
ส่วนในแง่ของมิติทางการเมืองนน้ั ได้เกดิ ความเปล่ียนแปลงจากการเมอื งที่อยู่ในขอบเขตของรัฐ
ชาติ มาเปน็ การเมอื งระดบั โลกหรอื “โลกาภวิ ตั น”์ (globalisation) รวมทง้ั เกดิ การตอ่ สทู้ างการเมอื งแบบ
ใหม่ ที่ย้ายสนามจากเรอ่ื งการเลอื กต้งั พรรคการเมือง ระบบรฐั สภา และการต่อสู้เพ่ือปากทอ้ งเศรษฐกจิ
มาสู่ขบวนการเคล่ือนไหวทางสังคมแบบใหม่ (new social movements) ที่อยู่ในสนามของชีวิตประจ�ำ
วนั มากขน้ึ เชน่ ขบวนการตอ่ สเู้ รอื่ งสขุ ภาวะและสง่ิ แวดลอ้ ม การตอ่ สเู้ พอื่ สทิ ธแิ ละความเสมอภาคทางเพศ
สภาพ การตอ่ สเู้ รอื่ งอัตลักษณข์ องเชอื้ ชาตแิ ละชาตพิ ันธุ์ การเคล่อื นไหวต่อสูข้ องชมุ ชนชายขอบทั้งหลาย
เปน็ ตน้ ผลพวงของการเคลอ่ื นไหวตา่ งๆ ทางการเมอื งดงั กลา่ ว ทำ� ใหเ้ กดิ การกอ่ ตวั ของชมุ ชนรปู แบบใหม่
ขน้ึ ดว้ ยเช่นกัน
และในส่วนสุดท้ายท่ีเป็นมิติทางวัฒนธรรมนั้น นักทฤษฎีหลังสมัยใหม่ปฏิเสธความคิดที่เช่ือว่า
ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความจริงของมนุษย์ มีลักษณะที่หยุดนิ่งหรือเป็นหน่ึงเดียว ตรงกันข้าม
ปรากฏการณ์ต่างๆ ทางวัฒนธรรมจะมีท้ัง (1) ลักษณะท่ีย้อนแย้ง (contradiction) หรือปรากฏให้เห็น
ความขัดแย้งที่ไม่น่าจะเกิดด้วยกัน แต่ก็ด�ำรงอยู่แม้แต่ในพื้นท่ีเดียวกัน (เช่น ชุมชนท่ีเกิดขึ้นใหม่อย่าง
ศนู ยก์ ารคา้ เทอรม์ นิ อล 21 ในใจกลางกรงุ เทพมหานคร ซง่ึ ออกแบบใหพ้ น้ื ทปี่ ระเทศตา่ งๆ ทวั่ โลกไดม้ าอยู่
รวมกนั ในอาคารเดยี วกนั และตกแตง่ เปน็ รา้ นคา้ รา้ นอาหารทต่ี า่ งกนั ไป) (2) ลกั ษณะทแ่ี ตกตัว (fragmen-
tation) หรือการที่สัญญะหรือความหมายหน่ึงๆ ไดแ้ ยกแตกตัว และสร้างตวั มันเองออกไปได้ไมส่ น้ิ ไม่สดุ
(เชน่ การสือ่ สารในชมุ ชนเสมือนอยา่ งอนิ สตาแกรม ทไ่ี ม่ว่าผโู้ พสต์รปู ภาพของตนจะอยู่ที่ไหน แต่สญั ญะ
ที่เปน็ รปู ภาพของเขากส็ ามารถแตกตัวกระจายและเข้าถงึ ผู้รบั สารได้ในวงกว้างไกล) และ (3) ลักษณะที่

