Page 23 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 23
แนวคดิ วา่ ด้วยชุมชน และความสมั พนั ธข์ องการส่อื สารกับการพัฒนาชมุ ชน 4-13
ผลประโยชน”์ (communities of interest) ซงึ่ ปรากฏอยใู่ นชมุ ชนทกุ ประเภทไมใ่ ชเ่ ฉพาะชมุ ชนชาวนา
และเพอ่ื นบา้ นใกล้เคยี ง แต่รวมไปถึงกลมุ่ ชมุ ชนแบบอนื่ ๆ ตัง้ แตก่ องทพั ชั้นเรียน สถานทที่ �ำงาน ศาสนา
ไปจนถึงชุมชนขนาดใหญอ่ ยา่ งชาตแิ ละรัฐชาติ
ท้ังนี้ ในความสัมพันธ์แบบชุมชนแห่งผลประโยชน์ดังกล่าว เวเบอร์พบว่า ตัวแปรท่ียึดโยงให้
ชุมชนก่อตัวและด�ำรงอยู่ต่อไป หรือแม้แต่ล่มสลายลงไป มีอยา่ งน้อย 4 ตัวแปรด้วยกัน ได้แก่
• ผลประโยชน์ของปัจเจกบุคคล (interests) ชมุ ชนทกุ แหง่ มกั กอปรขน้ึ ดว้ ยความสมั พนั ธ์
แบบผลประโยชนท์ ม่ี รี ะหวา่ งสมาชกิ ดว้ ยกนั ตวั อยา่ งเชน่ ในระบบอปุ ถมั ภแ์ บบตา่ งๆ (ไดแ้ ก่ ระบบมลู นาย-
ไพร่ในยคุ ศกั ดนิ า ระบบอาวุโส เจา้ นาย-ลกู นอ้ ง หลงจู๊-ลกู ไล่ หวั หนา้ งาน-ผ้ใู ตบ้ ังคบั บญั ชา หรอื ชมุ ชน
แบบแกง๊ มาเฟยี ) มกั เกดิ ขน้ึ จากความสมั พนั ธเ์ ชงิ ผลประโยชน์ ทดี่ า้ นหนงึ่ หวั หนา้ หรอื ผมู้ อี ำ� นาจกต็ อ้ งการ
ก�ำลังไพร่พลจากสมาชิก เพื่อมาคอยพิทักษ์ดูแลปัจจัยการผลิตและโครงสร้างอ�ำนาจท่ีตนเองถือครองเอา
ไว้ กับอีกด้านหน่ึงท่ีบรรดาลูกน้องหรือผู้อยู่ใต้อ�ำนาจก็ต้องการพ่ึงพิงระบบอุปถัมภ์ ให้ตนเองได้ด�ำเนิน
ชีวติ หรือมีสงั กดั และผูค้ ้มุ ครองความปลอดภยั ต่อไปได้ ด้วยเหตุน้ี แม้รปู แบบการส่ือสารในระบบอุปถมั ภ์
มักจะใช้ลักษณะการส่ังการจากเบื้องบนสู่ผู้มีอ�ำนาจน้อย แต่แท้จริงแล้ว ผลประโยชน์เบ้ืองหลังกลับเป็น
ความสมั พันธท์ ี่ทั้งสองฝ่ายจำ� ตอ้ งพ่ึงพิงกันและกันมากกว่า
• ความปรารถนา (wishes) หมายถึง ความรู้สึกที่เกิดข้ึนในกลุ่มสมาชิกท่ีรวมตัวกันขึ้น
เป็นชุมชนท่ียึดโยงสายสัมพันธ์ระหว่างกัน และสมาชิกแต่ละคนก็จะต่อรองผลประโยชน์ตามแต่ความ
ต้องการของตน เช่น ภาพท่ีเราอ่านจากคอลัมน์ซุบซิบในนิตยสาร หรือดูจากรายการโทรทัศน์ บางกอก
กระซิบ โว้วมายา มักสะท้อนให้เห็นว่า ชุมชนไฮโซมักมีความปรารถนาที่จะแสดงออกถึงความแตกต่าง
ของสถานะทางสงั คมระหวา่ งสมาชกิ ในกลมุ่ ดงั นน้ั พวกเขากจ็ ะใชพ้ น้ื ทข่ี องสอ่ื กจิ กรรมอเี วนต์ การออกงาน
การจดั ปารต์ แี้ ละเขา้ สมาคม หรอื การแตง่ ตวั หรหู ราประชนั กนั รวมถงึ การใชพ้ น้ื ทขี่ องสอื่ มวลชนเพอื่ สอื่ สาร
ความปรารถนาของตนไปยงั กลุ่มสมาชิกคนอนื่ ในแวดวงไฮโซเดียวกนั
• ความจ�ำเป็นต่าง ๆ (needs) ในขณะทค่ี วามปรารถนาหมายถงึ ความตอ้ งการเชงิ ความคดิ
และจติ ใจ แตท่ วา่ ความสมั พนั ธเ์ ชงิ ผลประโยชนย์ งั อาจมอี กี ดา้ นทเี่ ปน็ ความจำ� เปน็ ในชวี ติ หรอื เปน็ วถิ แี หง่
ผลประโยชน์แบบ “นำ�้ พงึ่ เรอื เสอื พ่ึงป่า” จะทำ� ให้สมาชิกดำ� รงชวี ิตและอย่รู อดปลอดภัยได้ ตัวอย่างเชน่
ในระบบวฒั นธรรมการอยอู่ าศยั รมิ คลองนน้ั เนอ่ื งจากลำ� คลองเปน็ ปจั จยั การผลติ สำ� คญั ของสมาชกิ ทง้ั ทอี่ ยู่
ต้นน้�ำ กลางน�้ำ และปลายน้�ำ ดังนั้น การสื่อสารจึงมักถูกน�ำมาใช้เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกันและบริหาร
จดั การนำ้� ตามความจำ� เปน็ ในการกระจายผลประโยชนข์ องสมาชกิ ทอี่ าศยั อยใู่ นพน้ื ทที่ ำ� เลของคลอง (อาทิ
การจัดประชุมชาวบ้าน การใช้ส่ือประเพณีเพื่อรักษาความเช่ือเกี่ยวกับล�ำคลอง) เพราะหากสิทธิผล
ประโยชน์ของคลองไม่กระจายให้ถ้วนทั่วกันแล้ว อาจน�ำไปสู่วิกฤติความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในชุมชน
ได้ ดงั กรณีของผลประโยชน์การใช้คลอง ทีห่ ากกระจกุ อยู่แตใ่ นกลมุ่ คนที่อาศัยอยู่ต้นนำ�้ แต่ไหลไปไม่ถงึ
มอื ของคนปลายนำ�้ กอ็ าจจะเกดิ ความขัดแยง้ ขึน้ ระหวา่ งกล่มุ ตา่ งๆ ได้เช่นกนั
• พฤติกรรมของสมาชิกชุมชน (behaviours) นอกจากผลประโยชนข์ องชุมชนจะสอ่ื สาร
ผา่ นความต้องการปรารถนาและความจ�ำเป็นแล้ว พฤตกิ รรมและการกระท�ำทค่ี นในชุมชนแสดงออกมายงั
เกย่ี วพนั กบั ผลประโยชนด์ งั กลา่ วดว้ ยเชน่ กนั ดงั ตวั อยา่ งกรณขี องระบบอปุ ถมั ภท์ กี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ เนอื่ งจาก

