Page 19 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 19
แนวคดิ วา่ ดว้ ยชมุ ชน และความสมั พนั ธข์ องการสือ่ สารกบั การพัฒนาชมุ ชน 4-9
(2) เม่ือชุมชนหนึ่งก่อตัวข้ึนมา และมีสมาชิกท�ำหน้าที่ขับเคลื่อนไป ชุมชนดังกล่าวก็จะสร้าง
ตัวตนบางอย่างข้นึ มา เพ่อื ใหส้ มาชกิ รับรวู้ า่ ชุมชนของตนเหมอื นและต่างจากชมุ ชนอน่ื อยา่ งไร
(3) ในขณะเดยี วกนั เม่อื ชมุ ชนหน่งึ ๆ กอ่ ตัวขึ้นมา สมาชิกก็จะสร้างบรรทัดฐาน (norms) และ
ลักษณะความเป็นองค์กรทางสังคม (social organisation) บางอย่างร่วมกัน จนพัฒนากลายมาเป็น
“จิตส�ำนึก” (consciousness) ของชุมชนน้ันๆ และเมื่อสมาชิกได้รับการตอกย้�ำจิตส�ำนึกดังกล่าวเอาไว้
พวกเขากจ็ ะเกิด “ความรสู้ กึ เป็นเจ้าของ” (sense of belonging) ต่อชมุ ชนของตนในทา้ ยทสี่ ดุ
(4) ตราบเท่าที่จติ สำ� นกึ ยังทำ� หน้าที่ยดึ โยงสมาชกิ สู่ “ความเป็นทัง้ หมด” (a whole) เอาไว้ได้
ตราบนน้ั โครงสรา้ งทางสงั คมของชมุ ชนกถ็ ูกคาดหวังว่า น่าจะดำ� เนินสืบทอดต่อไปได้เชน่ กัน
ทั้งนี้ เพื่อให้ “กระบวนการท�ำหน้าท่ีของสังคมเพื่อประสานไว้ซ่ึงความเป็นทั้งหมด” เกิดข้ึนได้
จริงในชุมชนหน่งึ ๆ ไม่เพยี งแต่สถาบนั ต่างๆ (อาทิ เศรษฐกจิ ศาสนา การศึกษา) เทา่ นั้น หากแต่ “การ
สื่อสาร” ได้ถูกใช้เป็นกลไกหลักที่ท�ำให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน เกิดพื้นท่ีทางนิเวศวิทยาและความเป็น
ทอ้ งถน่ิ รว่ มกนั และเกดิ ระบบ/โครงสรา้ งสงั คมรว่ มกนั ตวั อยา่ งเชน่ เพอื่ แสดงออกซง่ึ สำ� นกึ ความเปน็ ชาติ
รว่ มกนั และสอ่ื สารถงึ ผลประโยชนร์ ว่ มของผคู้ นทอ่ี ยใู่ นรฐั ชาตเิ ดยี วกนั สอ่ื มวลชนทกุ แขนงจะถกู ชนชนั้ นำ�
หรอื ชนชน้ั ปกครองใชเ้ พอ่ื ผลติ อดุ มการณช์ าตนิ ยิ มอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ไมว่ า่ จะเปน็ การเปดิ เพลงชาตผิ า่ นสอ่ื วทิ ยุ
และโทรทศั น์ทุกเชา้ เย็น การอบรมบ่มเพาะจติ สำ� นึกรักชาติผา่ นสอื่ ประเภทแบบเรยี นในสถาบันการศกึ ษา
หรือการจัดสื่อกิจกรรมมหกรรมกีฬาระดับภูมิภาคและระดับโลก เพ่ือตอกย�้ำความยิ่งใหญ่ของชาติหน่ึงๆ
ทจี่ ะมชี ยั ชนะเหนอื ชาตอิ นื่ ๆ ทงั้ นเ้ี พราะเปา้ หมายสงู สดุ ของการสรา้ งความเปน็ ชมุ ชนกเ็ พอ่ื กอ่ ใหเ้ กดิ “การ
ประสานความเป็นปึกแผ่นทางสังคม” (social coherence) ของคนในชมุ ชนนน้ั ๆ
ในการท�ำความเข้าใจบทบาทของกลไกต่างๆ อันรวมถึงกลไกการสื่อสารกับการสร้างความเป็น
ชุมชนข้ึนมา นักมานุษยวทิ ยาดงั้ เดิมอยา่ งเดวดิ มินาร์ และสกอ็ ตต์ เกรียร์ (David Minar and Scott
Greer, 1969) ไดส้ รุปบทบาทหน้าที่อย่างน้อย 6 ด้านของการสื่อสารกับการสร้างความเป็นชุมชนเอาไว้
ดังนี้
(1) หน้าท่ีของการส่ือสารเพ่ือจัดการให้เกิดการกระท�ำและกิจกรรมที่เช่ือมร้อยผู้คนเข้าไว้ด้วย
กัน (organisation for joint action and activities) เช่น ในขณะที่ “แฟน” (fan) อาจหมายถึง
ปจั เจกบคุ คลทมี่ ีความรกั และสนใจความเป็นไปของปรากฏการณ์บางอย่างในสงั คม แต่เม่ือปจั เจกบคุ คลที่
เป็นแฟนได้รวมตวั กันเป็นชมุ ชน “แฟนคลับ” (fan club) ขึน้ มา การสอ่ื สารก็จะกลายเปน็ ช่องทางหลัก
ทเี่ ชอื่ มปจั เจกบคุ คลซงึ่ เคยอยกู่ ระจดั กระจาย ใหม้ าเชอื่ มรอ้ ยความรกั ความรสู้ กึ รว่ มกนั ผา่ นสอื่ กจิ กรรมบาง
อยา่ ง อาทิ การจดั อเี วนตใ์ ห้แฟนคลับไดม้ าพบปะ หรอื ทเี่ รียกวา่ “มตี ตงิ้ ” กนั การใช้สอื่ สงั คมออนไลน์
เพ่อื ให้เกดิ การติดต่อสอื่ สารกันระหว่างแฟนคลบั อยา่ งตอ่ เนื่อง ฯลฯ
(2) หน้าท่ีของการสื่อสารเพื่อสร้างแรงยึดเหนี่ยวร่วมกัน (common attachments) เนื่องจาก
ชุมชนเป็นพ้นื ท่ขี องการรวมตัวกนั ของปัจเจกบุคคลท่หี ลากหลาย ดังน้นั การสอ่ื สารจงึ เปน็ ช่องทางสำ� คญั
ที่สร้างแรงยึดเหนี่ยวทางสังคมเอาไว้ เช่น หากปัจเจกบุคคลจะรับรู้ว่าตนเองเป็นสมาชิกท่ีสังกัดในชุมชน
ท้องถิ่นหน่ึงๆ ชุมชนนั้นก็จะสร้างสัญลักษณ์บางอย่างข้ึนเพื่อยึดโยงให้สมาชิกเกิดความเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกัน ต้ังแต่การตั้งช่ือของชุมชนหรือหมู่บ้านเพ่ือให้สมาชิกรู้ว่า ตนสังกัดหมู่บ้านใด อยู่ “บาง” ใด

