Page 20 - ความรู้เบื้องต้นการสื่อสารชุมชน
P. 20
4-10 ความรู้เบือ้ งตน้ การสอ่ื สารชุมชน
“ยา่ น” ใด หรอื “คงุ้ แคว” ใด การสรา้ งวดั โบสถ์ มสั ยดิ หรอื ศาสนสถานไวก้ ลางชมุ ชน เพอ่ื เปน็ สญั ลกั ษณ์
ของการเคารพบูชาร่วมกันของผู้คน การใช้ส่ือประเพณี/พิธีกรรม/ความเช่ือ/การนับถือผี เพื่อยึดเหน่ียว
และระบตุ วั ตนวา่ บุคคลนน้ั เป็นสมาชิกของชมุ ชนดงั กล่าวด้วยหรือไม่ เปน็ ตน้
(3) หน้าทข่ี องการสอ่ื สารเพ่ือสร้างความรู้สึกพึ่งพิงกันและกัน (feelings of interdependence)
นอกจากการสรา้ งแรงยดึ เหนย่ี วรว่ มกนั แลว้ การสอ่ื สารยงั ทำ� หนา้ ทส่ี รา้ งใหส้ มาชกิ รสู้ กึ ถงึ การพงึ่ พงิ กนั และ
กัน ท้ังน้ีเพราะชุมชนหนึ่งจะด�ำรงอยู่ได้ ก็ต่อเม่ือสมาชิกเชื่อว่าตนต้องพึ่งพาสมาชิกคนอ่ืน ในขณะท่ีคน
อนื่ กต็ อ้ งพง่ึ พาอาศยั เราในทางกลบั กนั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั และกนั เชน่ นจี้ ะท�ำใหช้ มุ ชนดำ� เนนิ อยรู่ อด
ต่อไปได้ ตวั อย่างเชน่ ในชมุ ชนชาวนา ส่อื ประเพณี “ลงแขก” ในการด�ำนาและเกย่ี วขา้ ว เป็นกศุ โลบาย
ทที่ ำ� ใหช้ าวนาตอ้ งพงึ่ พาอาศยั กนั เพอ่ื “ชว่ ยแรง” และ “เอาแรง” อนั เปน็ การรอ้ ยรดั ความเปน็ ชมุ ชนชาวนา
เข้าไว้ด้วยกัน หรอื ในกรณขี องชมุ ชนเมอื งหลวงอย่างกรงุ เทพมหานคร การเกิดขน้ึ ของรายการวทิ ยุอยา่ ง
จส.100 ก็คือ การสื่อสารนัยว่า ปัญหาจราจรเป็นปัญหาร่วมกันของคนเมืองหลวง ดังนั้น การโทรศัพท์
เขา้ ไปในรายการ (phone-in) เพอ่ื แจง้ ขา่ วสารความเปน็ ไปบนทอ้ งถนน กเ็ ปน็ กลไกหนงึ่ ทสี่ รา้ งความรสู้ กึ
ว่าสมาชิกผู้ใช้รถใช้ถนนไม่อาจอยู่โดยปราศจากข้อมูลข่าวสารของผู้อ่ืน และน�ำไปสู่การพ่ึงพิงกันและกัน
นนั่ เอง
(4) หนา้ ทข่ี องการสอื่ สารเพอื่ สรา้ งพนั ธสญั ญารว่ มกนั (common commitment) เนอ่ื งจากชมุ ชน
เป็นพ้ืนที่ที่สมาชิกได้ร่วมกันสร้างข้ึนมา ดังน้ัน ชุมชนแต่ละแห่งจึงมักมีพันธสัญญาบางอย่างเพื่อเป็นข้อ
ตกลงรว่ มกนั ระหวา่ งสมาชกิ ซง่ึ อาจปรากฏออกมาในรปู แบบของกฎเกณฑ์ กฎหมาย จารตี ขนบธรรมเนยี ม
ประเพณี บรรทดั ฐาน และวตั รปฏบิ ัตติ า่ งๆ ในแงด่ งั กล่าวนีเ้ อง การสอ่ื สารก็คือกลไกท่ที �ำหน้าที่ท้ังอบรม
ส่ังสอน (socialisation) ให้สมาชิกอยู่ในกฎระเบียบและพันธสัญญาของชุมชน (อาทิ สื่อบุคคลอย่างครู
พระ นักกฎหมาย ก็คือตวั อย่างของช่องทางทีข่ ัดเกลากฎระเบยี บตา่ งๆ ให้กบั สมาชกิ ในชมุ ชนเดยี วกับท่ี
พวกเขาสังกัดอยู่) และท�ำหน้าท่ีควบคุมทางสังคม (social control) หากมีกรณีท่ีสมาชิกคนใดละเมิด
พนั ธสญั ญาดังกลา่ วนนั้ (อาทิ การสือ่ สารแบบซุบซบิ นินทา ทงั้ ในชมุ ชนจริง ในโลกของสอ่ื มวลชน และ
ผ่านชุมชนออนไลน์ ก็คือช่องทางการสื่อสารเพ่ือตรวจสอบบุคคลไม่ให้ล่วงละเมิดกฎเกณฑ์หรือกฎกติกา
ทางสังคม)
(5) หนา้ ทข่ี องการสอื่ สารเพอ่ื สรา้ งความจงรกั ภกั ดแี ละอตั ลกั ษณภ์ ายในกลมุ่ สงั คม (loyalty and
identity within a social group) เพอ่ื จะทำ� ใหส้ มาชกิ เกดิ ความรสู้ กึ วา่ เปน็ เจา้ ของ (sense of belonging)
ตอ่ ชมุ ชนทต่ี นเองสงั กดั อยู่ การสอ่ื สารจงึ เปน็ อกี กลไกหนงึ่ ทท่ี ำ� ใหเ้ ราเกดิ ความจงรกั ภกั ดตี อ่ ชมุ ชน และกอ่
รูปก่อร่างอัตลักษณ์ตัวตนบางอย่าง เพ่ือบ่งนัยว่าเราเป็นส่วนหน่ึงของชุมชนนั้นๆ ดังตัวอย่างกรณีของ
ชมุ ชนแฟนสโมสรฟตุ บอล อนั เปน็ การรวมตวั กนั ของผรู้ บั สารทส่ี นใจและเกดิ ความรสู้ กึ จงรกั ภกั ดตี อ่ สโมสร
ฟตุ บอล ความรกั และการประกอบสรา้ งอตั ลกั ษณร์ ว่ มในสโมสรดงั กลา่ ว มกั ถกู สอ่ื สารผา่ นการสวมเสอ้ื สสี นั
และลวดลายเดียวกับนักเตะในสโมสรของตน การทาสีหน้าตาเป็นโลโก้สโมสรเม่ือมาเชียร์ฟุตบอลร่วมกัน
ในสนาม การใช้สื่อเคล่ือนที่ขนาดเล็กอย่างสติ๊กเกอร์ติดไว้ที่กระจกหลังของรถยนต์ หรือการสร้างเพลง
ประจำ� สโมสรหรอื คำ� ขวญั บางอยา่ งเพอ่ื บง่ บอกตวั ตนรว่ มกนั ของสมาชกิ (อาทิ เพลง Fearless และคำ� ขวญั
“You’ll Never Walk Alone” ของชมุ ชนแฟนฟุตบอลสโมสรลเิ วอรพ์ ูลขององั กฤษ)

