Page 53 - การบริหารจัดการและกลยุทธ์ การสื่อสารชุมชน
P. 53

การบริหารจัดการและกลยุทธ์การสือ่ สารเพ่อื การอนรุ กั ษฟ์ นื้ ฟทู รพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มในชมุ ชน 10-43
เพอ่ื เรยี กความเชอ่ื มน่ั ดา้ นการทอ่ งเทยี่ วของไทยใหก้ ลบั มาอกี ครง้ั และยงั มกี ารจดั กจิ กรรมทำ� ความสะอาด
บริเวณอ่าวพร้าว เพ่ือแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในการฟื้นฟูและเยียวยาให้เกาะเสม็ดกลับมาเป็นแหล่ง
ทอ่ งเทย่ี วเชิงนเิ วศ

       3.6 	กลยุทธ์การใช้สื่อพ้ืนบ้านเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูส่ิงแวดล้อม ส่ือพ้ืนบ้าน เป็นส่ือชุมชน
อกี ประเภทหนง่ึ ทถี่ กู นำ� มาใชใ้ นการใหป้ ระชาชนเกดิ ความสำ� นกึ และตระหนกั ถงึ คณุ คา่ ทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ ม ในหลายๆ รปู แบบกจิ กรรม เชน่ พธิ บี วชตน้ ไม้ เปน็ กศุ โลบายเพอื่ เปน็ การยบั ยง้ั การทำ� ลาย
ธรรมชาตแิ ละชว่ ยอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม แทนทจี่ ะหา้ มมใิ หค้ นตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ แตใ่ ชก้ ลยทุ ธก์ ารถา่ ยทอดผา่ น
ประเพณี ความเช่ือ โดยสร้างส�ำนึกให้แก่ชุมชนในการดูแลรักษาสภาพธรรมชาติ การรักษาป่าไม้ท่ีเป็น
ตน้ นา้ํ ลำ� ธารใหอ้ ดุ มสมบรู ณ์ โดยพระครมู านสั นทพี ทิ กั ษ์ เจา้ คณะอำ� เภอแมใ่ จ จงั หวดั พะเยา ไดค้ ดิ พธิ บี วช
ต้นไม้ เพ่ือต้องการยับยั้งการลักลอบตัดไม้ท�ำลายป่า ต้นไม้ต้นใดที่ผ่านการบวชแล้ว ชาวบ้านจะไม่ตัด
เด็ดขาด เจ้าคณะอำ� เภอแม่ใจจึงได้นำ� พิธบี วชตน้ ไมม้ าดำ� เนนิ การ เพ่ือปอ้ งกนั การลกั ลอบตดั ไมท้ ำ� ลายปา่
โดยเฉพาะปา่ บรเิ วณตน้ นาํ้ ลำ� ธาร ซง่ึ พธิ กี รรมดงั กลา่ ว ไดเ้ ผยแพรไ่ ปสสู่ าธารณชน อยา่ งไรกต็ ามชาวอำ� เภอ
แมใ่ จกต็ ระหนกั และมคี วามเชอื่ วา่ พญาตน้ ไมท้ ผี่ า่ นการบวชแลว้ จะคมุ้ ครองรกั ษาตน้ ไมต้ า่ งๆ ในบรเิ วณนน้ั
ซ่ึงจะมีผลท�ำให้น้ําไม่แห้ง ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถือเป็นการยับย้ังการท�ำลายธรรมชาติและช่วยอนุรักษ์
สง่ิ แวดลอ้ ม พรอ้ มทง้ั รกั ษาปา่ ไมท้ เี่ ปน็ ตน้ นา้ํ ลำ� ธารใหอ้ ดุ มสมบรู ณ์ และทส่ี ำ� คญั คอื สรา้ งความสำ� นกึ ใหแ้ ก่
ชุมชนในการดแู ลรกั ษาสภาพธรรมชาติ

       การบวชใหต้ น้ ไมใ้ ดบา้ ง ก็ขนึ้ อยูก่ ับความเชือ่ และเจตนาของชุมชนเอง บวชได้ตง้ั แตต่ ้นไมข้ นาด
เล็ก กลาง ใหญ่ แต่สว่ นมากจะเนน้ ต้นไม้ท่ขี นาดใหญ่ มคี วามสำ� คัญตอ่ การดำ� รงชีพของสิ่งมีชีวติ ในระบบ
นเิ วศ สง่ิ แวดลอ้ ม แมก้ ระทงั่ ตน้ ไมใ้ นปา่ ทผ่ี า่ นการรกุ ทำ� ลาย เพราะจะสามารถฟน้ื คนื สภาพเปน็ ปา่ สมบรู ณ์
ไดใ้ นเวลาเพียงไม่กี่ปี ถ้าไม่ถกู รบกวนอีก (สวุ รรณา นมุ่ พษิ ณุ, 2550)

       นอกจากน้ีแล้วในบางกรณีมีการน�ำเอาส่ือพ้ืนบ้านมาน�ำเสนอในความหมายใหม่ เพ่ือเป็นการให้
ความหมายในการตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งน้ํา เช่น เทศบาลต�ำบลเมืองแกลง อ�ำเภอแกลง จังหวัด
ระยอง ใชก้ ิจกรรมประเพณที อดผา้ ปา่ กลางน้ํา สนับสนุนการอนุรักษแ์ ม่น้าํ ประแส เปน็ การหามมุ มองใหม่
ของการถา่ ยทอดประเพณที อดผา้ ปา่ กลางนาํ้ สบื เนอ่ื งจากชาวบา้ นสว่ นใหญม่ อี าชพี ประมง ตอ้ งใชช้ วี ติ อยู่
ในเรือตลอด เรือจึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขา ชาวประมงเวลาอยากท�ำบุญบ้าน (เรือ) ให้
เปน็ สิรมิ งคล จงึ ไดม้ ีการจัดทำ� บญุ ทอดผ้าป่าขน้ึ ในเรอื ซงึ่ เปน็ การทำ� แพผ้าปา่ ไวก้ ลางแมน่ าํ้ ประแส พรอ้ ม
นิมนต์พระท�ำพิธีทอดผ้าป่าบนแพ ส่วนพุ่มผ้าป่าตามบ้านเรือน พระภิกษุเม่ือจับสลากหมายเลขพุ่ม ก็จะ
ไปทอดผา้ ตามหมายเลขสลากทจ่ี บั ได้ ในงานพธิ จี ะมกี ารจดั งานมหรสพประมาณ 3-4 วนั มกี ารแขง่ เรอื พาย
การด�ำนํา้ ว่ายนํ้า มวยทะเล ประกวดเรอื แข่งพายเรอื ประกวดรอ้ งเพลง จดั ดนตรีชมงาน ฯลฯ ด้วยเหตุ
ทแี่ มน่ า้ํ ประแสมคี วามเสอื่ มโทรมจากกจิ กรรมดา้ นตา่ งๆ ของประชาชน และเพอื่ เปน็ การรณรงคอ์ นรุ กั ษใ์ ห้
ชมุ ชนเหน็ ความสำ� คญั ของแมน่ า้ํ ซงึ่ เปน็ แหลง่ อาหาร จงึ มกี ารจดั ประเพณที อดผา้ ปา่ กลางนา้ํ  เพอ่ื ความเปน็
สิริมงคล สืบทอดประเพณีแต่โบราณแล้ว ยังมีการตีความใหม่ โดยใช้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟู เพราะ
กิจกรรมทเ่ี กิดขนึ้ ล้วนแลว้ แตเ่ ปน็ กิจกรรมท่จี ัดอยูใ่ นแมน่ ้ํา
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58