Page 51 - การบริหารจัดการและกลยุทธ์ การสื่อสารชุมชน
P. 51

การบรหิ ารจัดการและกลยทุ ธก์ ารสือ่ สารเพ่ือการอนรุ กั ษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มในชุมชน 10-41
            ชาติชาย เหลืองเจริญ (2550) ผู้ใหญ่บ้าน บ้านจ�ำรุง ต�ำบลเนินฆ้อ อ�ำเภอแกลง จังหวัด

ระยอง พดู ถงึ วทิ ยชุ มุ ชนบา้ นจำ� รงุ ดงั น้ี “ผผู้ ลติ รายการมจี ติ อาสา ไมม่ คี า่ ตอบแทนเปน็ เงนิ ตราทง้ั จากวทิ ยุ
และบุคคลภายนอก ทุกๆ รายการจะได้รับเสมือนกันหมดก็คือ ความสุขท่ีทุกรายการมาเสนอมาแบ่งปัน
ความดีผ่านคล่ืนวิทยุท่ีบ้านจ�ำรุง วันนี้วิทยุชุมชนบ้านจ�ำรุง มีผู้ผลิตรายการกว่า 100 รายการ ท้ังท่ีมีการ
บันทึกไว้เป็นเรื่องเป็นราวและไม่ได้บันทึก แต่เราจะรับรู้ร่วมกันว่าเคยมีรายการแบบน้ีที่วิทยุชุมชนบ้าน
จ�ำรุง”

       ปัจจุบนั มรี ายการท่อี อกอากาศของสถานี ไดแ้ ก่ เร่อื งเล่าจากท้องถิน่ รายการเศรษฐกิจพอเพียง
กับยายยองและยายนวล รายการย้อยอดีตเพลงดัง เพลินเพลงกับว่านและสมุนไพร บัวบานสีขาวเพื่อ
เยาวชนบา้ นเรา พดู จาภาษถน่ิ ทง้ั นป้ี จั จยั ทที่ ำ� ใหย้ งั คงดำ� เนนิ รายการได้ อยทู่ ว่ี ทิ ยากร และสาระทนี่ ำ� เสนอ
ยึดโยงกบั กิจกรรมท่เี กิดในชุมชนในส่วนของกลุ่มงานขบั เคลอื่ นชมุ ชนด้านต่างๆ ทมี่ ีถงึ 25 กจิ กรรม (เช่น
กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มร้านค้าชุมชน กลุ่มสภาวัฒนธรรมบ้าน
จ�ำรุง กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มพัฒนาอาชีพ กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน) และผู้จัดรายการยังเป็นวิทยากรประจ�ำ  10
ฐานศกึ ษาดงู าน ศนู ยก์ ารเรยี นรขู้ องชมุ ชนและผสู้ งู อายบุ า้ นจ�ำรุง กจิ กรรมกองทนุ พฒั นาหมบู่ า้ น (สถาบนั
พฒั นาองคก์ รชมุ ชน, 2550 และชาติชาย เหลืองเจรญิ , 2550)

       3.4 	กลยุทธ์การใช้ส่ือกิจกรรมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ กลยุทธ์การจัดการสงิ่ แวดลอ้ มโดย
การใช้สอ่ื กจิ กรรม มคี วามหมายถงึ กระบวนการจดั การเรียนการสอนเพอื่ ให้กลมุ่ เปา้ หมายไดป้ ระสบการณ์
หรือเรียนรู้เน้ือหาบทเรียนด้วย การดู การฟัง การสังเกต การทดลอง การสัมผัส จับต้องด้วยตนเอง
รวมถึงการร่วมแสดงความคิดเห็น การแสดงบทบาทในละคร การละเล่น เกม กีฬา การแข่งขันต่างๆ
ตลอดจนการท�ำงานร่วมกับบุคคลอ่ืน ท�ำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยความ
เพลดิ เพลนิ  บางกจิ กรรมอาจใชส้ อื่ วสั ดหุ รอื อปุ กรณเ์ ขา้ มาชว่ ยในการถา่ ยทอดความรเู้ พอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นรบั รแู้ ละ
เรยี นรเู้ นอ้ื หาสาระในกิจกรรมได้ชัดเจนยงิ่ ขึ้น

       จากเดิมรัฐมีหน้าท่ีปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การปกป้องอนุรักษ์ผืนป่า
ซึ่งเป็นการบริหารจัดการแบบเดิมคือเป็นการส่ังการแบบบนลงล่าง เป็นการส่ือสารทางเดียว ดังน้ันการ
ปกป้องดูแลอาจจะไม่ทั่วถึงและยังคงมีตัวเลขของการบุกรุกท�ำลายป่ามากขึ้น เน่ืองจากมิติส่ิงแวดล้อม
เกย่ี วข้องกบั หลายเรือ่ ง ทดี่ ินท�ำกนิ ความยากจน วัฒนธรรมการเพาะปลูกแบบย้ายถนิ่ แมว้ ่ารัฐบาลจะได้
มมี าตรการจัดกจิ กรรมท�ำเขตแนวปา่ ชุมชน การปลกู ปา่ เช่น มีกลยุทธใ์ หช้ าวบา้ นมามสี ว่ นร่วมเปน็ คณะ
ทำ� งานรกั ษาพนื้ ทป่ี า่ ชมุ ชนและตน้ นาํ้ โดยชมุ ชนเปน็ ตวั ตงั้ ชมุ ชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง เปน็ การอยรู่ ว่ มกนั ของปา่
และชาวบ้าน เพ่ือการใช้ประโยชน์ สร้างกฎเกณฑ์ การดูแลรักษา และควบคุมกันเองในชุมชน อย่างไร
กต็ ามการบรหิ ารจดั การสงิ่ แวดลอ้ มทจี่ ะไดผ้ ลทยี่ งั่ ยนื จำ� เปน็ ตอ้ งการการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนเขา้ มารว่ ม
ในการบริหารจัดการ เช่น กิจกรรมการปลูกป่า ซึ่งแต่เดิมเป็นแนวทางของรัฐในการรักษาผืนป่าตาม
กฎหมายที่ต้องดูแล เป็นเสมือนการส่ือสารชนิดหนึ่งในเชิงสัญลักษณ์ ที่นอกจากจะเป็นการส่ือสารเพื่อให้
ความหมายและความส�ำคัญของป่าชุมชนและแนวเขตป่าชุมชน แล้วยังมีความหมายของการระดมพลัง
มวลชนเพ่ือร่วมในกิจกรรม ซ่ึงต้องมีการวางแผนกิจกรรมให้เหมาะสมด้วย เช่นมักจะพบว่าความอยู่รอด
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56