Page 47 - การบริหารจัดการและกลยุทธ์ การสื่อสารชุมชน
P. 47
การบรหิ ารจดั การและกลยทุ ธ์การสอื่ สารเพอื่ การอนรุ ักษ์ฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมในชมุ ชน 10-37
การใชส้ อ่ื บคุ คลเปน็ กลยทุ ธท์ ม่ี คี วามทา้ ทายอยทู่ กุ ยคุ สมยั สอ่ื บคุ คลเปน็ กลไกในการระดมพลงั ของ
ชมุ ชนเพอ่ื ไปสเู่ ปา้ หมายของการพฒั นา สอื่ บคุ คลมอี ทิ ธพิ ลตอ่ ชมุ ชนในหลายรปู แบบ สอื่ บคุ คลทมี่ สี ถานภาพ
เปน็ ผนู้ ำ� ชมุ ชน ประธานชมุ ชน หรอื มบี ทบาทผนู้ ำ� ทางการ เชน่ กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น โดยสว่ นใหญจ่ ะมที กั ษะ
ความสามารถในการสื่อสาร โนม้ น้าวชกั จูง เป็นแหลง่ ขา่ วสารขอ้ มลู ของชมุ ชน และมีความสามารถในการ
ระดมคนเขา้ ร่วมประชมุ สือ่ บคุ ลคลยังแสดงถงึ ภาพลักษณข์ องชุมชน เปน็ จุดศูนย์รวมของศรัทธา และถา้
มคี วามสามารถในการเลอื กใชส้ อ่ื การเลอื กใชช้ อ่ งทางการสอ่ื สาร และเลอื กสาร กจ็ ะสามารถทำ� หนา้ ทส่ี อื่ สาร
และระดมความร่วมมือจากชุมชนได้เป็นอยา่ งดี
จากประสบการณก์ ารบรหิ ารจดั การสง่ิ แวดลอ้ มในพน้ื ทพี่ บวา่ หนว่ ยงานราชการและเจา้ หนา้ ทขี่ อง
รัฐใช้สื่อบุคคลซ่ึงเป็นที่ยอมรับของชุมชน ในการท�ำหน้าที่ส่ือสารต่อไปยังบุคคลอื่น โดยท�ำหน้าที่ส่งต่อ
ข้อมลู ผา่ นกลุ่มเปา้ หมายหรอื ผรู้ ับสาร เพ่ือขอความร่วมมือ ชว่ ยเหลอื ในการดำ� เนนิ งาน ส่อื บคุ คลเปน็ การ
ส่อื สารท่มี คี วามเป็นกันเอง เกิดความคุ้นเคย ซง่ึ จะช่วยให้เกิดการยอมรับความคิดไดง้ ่าย เชน่ แจ้งข่าวขอ
ความร่วมมือจากชาวบ้านในการคัดแยกประเภทขยะ รักษาความสะอาดคูคลอง รวมท้ังการท่ีหน่วยงาน
ราชการและเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั จดั หาบคุ คลซงึ่ เปน็ ผทู้ มี่ คี วามรู้ มขี อ้ มลู และมปี ระสบการณใ์ นเรอ่ื งสง่ิ แวดลอ้ ม
มาท�ำหน้าที่เป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ และน�ำเสนอข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านต่างๆ ท่ีมีเน้ือหา
สาระเก่ียวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพ่ือโน้มน้าวให้ร่วมมืออนุรักษ์สภาพแวดล้อมของชุมชนให้มี
สภาพแวดลอ้ มทีส่ ะอาด ปราศจากมลพษิ เปน็ ต้น
สอื่ บคุ คล มกั จะเปน็ ผมู้ สี ำ� นกึ ของการเปน็ เจา้ ของชมุ ชนสงู มจี ติ สาธารณะ และความสำ� เรจ็ ของสอื่
บคุ คลในดา้ นการบรหิ ารจดั การปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มในชมุ ชนจะประสบผลสำ� เรจ็ และเหน็ เปน็ ทปี่ ระจกั ษใ์ นรปู
ของกจิ กรรมโครงการตา่ งๆ ทม่ี กี ารดำ� เนนิ งานอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ไดร้ บั การสนบั สนนุ และไดร้ บั การยอมรบั จาก
สว่ นราชการและหนว่ ยงานทอ้ งถนิ่ เชน่ นายสะอง้ิ ประสงคศ์ ลิ ป์ อดตี ผใู้ หญบ่ า้ น และเปน็ ผนู้ ำ� หรอื แกนนำ�
ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายลุ่มน้ําประแส เป็นผู้ที่มีจิตใจทุมเทและ
รวมตัวได้เข้มแข็งในการท�ำงานจริง เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของพันธุ์พืชและสัตว์นํ้าในป่าชายเลน ระบบ
นเิ วศของแมน่ ้าํ ประแส ซ่ึงมคี วามหลากหลายในเร่ืองของนํา้ จดื นา้ํ กรอ่ ยและน้ําเคม็ การด�ำเนินงานที่ผา่ น
มาสามารถสร้างความตระหนักและให้ประชาชนเห็นความส�ำคัญของการฟื้นฟูสภาพความเส่ือมโทรมของ
แม่นํ้าประแส แต่การส่ือสารเร่ืองการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ําประแสยังจ�ำกัดอยู่ในวงแคบในพ้ืนท่ีปลายนํ้า
ซ่ึงอยู่ในเขตพ้ืนที่อ�ำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยมีเครือข่ายโรงเรียน ได้แก่ ครูและนักเรียนเข้ามามี
สว่ นรว่ มในการสง่ เสรมิ ใหเ้ ยาวชนเรยี นรกู้ ารการอนรุ กั ษล์ มุ่ นาํ้ ภายใตโ้ ครงการนกั สบื สายนา้ํ สว่ นภาคธรุ กจิ
ในพืน้ ทไี่ ด้ใหค้ วามร่วมมือสนบั สนนุ งบประมาณกจิ กรรม และในบางชว่ งเวลาก็ไดร้ บั การหนุนเสรมิ การทำ�
กจิ กรรมรณรงค์การอนุรักษ์และฟนื้ ฟแู ม่นํ้าประแสจากเทศบาล และองคก์ ารบริหารส่วนต�ำบลในพื้นท่ี แต่
ทง้ั นพ้ี บวา่ การดำ� เนนิ งานทผี่ า่ นมายงั คงมปี ญั หาและอปุ สรรค เพราะกลมุ่ แกนนำ� มขี อ้ จำ� กดั ในการสอื่ สารท่ี
ขยายไปยังชุมชน/กลุ่มภายนอก และขาดเครือข่ายการบริหารจัดการที่เหมาะสมในการให้ภาคส่วนอื่นๆ
สนบั สนนุ และเขา้ รว่ มกจิ กรรม (คณะทำ� งานโครงการพฒั นาองคค์ วามรเู้ พอื่ น�ำไปสกู่ ารเพมิ่ มลู คา่ ทรพั ยากร
ของชมุ ชน, 2551)

