Page 44 - ความเป็นครู
P. 44

13-34 ความเป็นครู

       ส�ำหรับระบบสารสนเทศนั้น อาฮูจา ได้ให้ความหมายว่า เป็นการจัดระบบการน�ำเสนอสารสนเทศ
จากการรวบรวมสารสนเทศไปจนถึงการค้นคืนสารสนเทศ (information retrieval) และการน�ำสารสนเทศ
ไปใช้

       จากความหมายของสารสนเทศท้ังหมดท่ีกล่าวมา อาจสรุปให้เห็นได้ว่า สารสนเทศ หมายถึง
ความรู้หรือเท็จจริงที่แสดงออกในด้านสัญลักษณ์เชิงปริมาณหรือข้อความที่ได้ผ่านการประมวลผลหรือ
จัดระเบียบมาแล้ว สารสนเทศจะต่างกับข้อมูลในด้านที่ข้อมูลเป็นข้อเท็จจริงตามธรรมชาติท่ีไม่ได้มีการ
ประมวลผล และไม่แสดงความหมาย ส่วนสารสนเทศเป็นข้อเท็จจริงที่ผ่านการประมวลผลแล้ว และถูกจัด
ในรูปท่ีให้ความหมาย โดยปกติข้อมูลและสารสนเทศจะใช้แทนกันได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลเปรียบเสมือน
วัตถุดิบที่จะมีคุณค่าหรือประโยชน์ก็จะต้องน�ำไปใช้ผ่านกระบวนการผลิตให้ออกมาเป็นสินค้าส�ำเร็จรูป
(สารสนเทศ) แม้กระนั้นก็ตาม สารสนเทศของคนหนึ่งอาจเป็นวัตถุดิบของอีกบุคคลหน่ึง หรือในทางตรง
กันข้าม ข้อมูลของบุคคลคนหน่ึงอาจจะเป็นสารสนเทศของอีกคนหนึ่งได้

       ส�ำหรับระบบสารสนเทศน้ัน เป็นการน�ำสารสนเทศมาจัดเป็นระบบหรือระเบียบเพื่อน�ำไปสู่การใช้
เป็นประโยชน์ต่อการบริหาร การตัดสินใจ การก�ำหนดนโยบาย และแผนต่อไป

2. แหล่งข้อมลู

       แหล่งข้อมูลที่จะน�ำมาใช้ประมวลผลเป็นสารสนเทศ อาจจัดแบ่งออกเป็น 2 แหล่ง คือแหล่งข้อมูล
ภายในองค์การและแหล่งข้อมูลภายนอกองค์การ

       แหล่งขอ้ มลู ภายในองค์การ เป็นข้อมูลที่แสดงสภาวะจุดอ่อนและจุดแข็งขององค์การ ได้แก่ ข้อมูล
เกี่ยวกับบุคลากร ทรัพยากร ผลประกอบการ ฯลฯ การได้ข้อมูลต่าง ๆ มา อาจจัดท�ำได้หลายวิธี เช่น การ
เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง การศึกษาจากเอกสาร รายงาน การส�ำรวจ การวิจัย การสัมภาษณ์ การประชุม
การสังเกต และพบปะพูดคุยกันทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เป็นต้น

       แหล่งข้อมูลภายนอกองค์การ เป็นข้อมูลท่ีแสดงโอกาสและภาวะคุกคามองค์การ เป็นข้อมูลที่เก็บ
จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ท่ีอยู่ล้อมรอบองค์การ เป็นข้อมูลเก่ียวกับสภาวะปัญหา แนวโน้ม และความต้องการ
ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ความเช่ือ เจตคติ ค่านิยม วิทยาการ เทคโนโลยี นโยบาย
กฎหมาย และประชากร เป็นต้น การได้มาซึ่งข้อมูลก็เป็นวิธีการเช่นเดียวกันกับการได้มาซึ่งข้อมูลจากภายใน
องค์การ

3. ประเภทขอ้ มูล

       ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ อาจจ�ำแนกเป็น 2 ประเภท คือ
       3.1 	ข้อมูลท่ีเก็บรวบรวมจากแหล่งก�ำเนิดข้อมูลโดยตรง ซ่ึงอาจได้มาด้วยการส�ำรวจ วิจัย สังเกต
ทดสอบ สัมภาษณ์ ประชุม ฯลฯ ข้อมูลประเภทนี้จัดเป็นข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) ซึ่งเป็นข้อมูล
ที่ได้รับความเช่ือถือมากกว่าข้อมูลท่ีได้จากแหล่งอื่นท่ีมิใช่แหล่งก�ำเนิดข้อมูลโดยตรง
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49