Page 57 - การวางแผน การออกแบบ และการผลิตสื่อชุมชน
P. 57
การใชแ้ ละพฒั นาสือ่ บคุ คลและเครือข่ายการสือ่ สารเพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน 12-47
กัน เพอื่ ให้เกดิ ความยั่งยืน เพราะหากเครือข่ายมีแตก่ ารรบั ผลประโยชนอ์ ย่างเดยี วก็อาจมีแต่การแก่งแยง่
ผลประโยชนอ์ ยา่ งเดยี ว จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารใหก้ บั คนในเครอื ขา่ ยดว้ ย พระมหาสทุ ติ ย์ อาภากโร (2547) เสรมิ
วา่ การสรา้ งความตระหนกั ในการรวมกลมุ่ เปน็ เรอ่ื งสำ� คญั จะตอ้ งทำ� ใหค้ นในชมุ ชนเกดิ ความสนใจและเหน็
ความสำ� คญั ของการรวมกลมุ่ โดยเฉพาะการรวมกลุม่ เพอ่ื แก้ไขปญั หาชมุ ชน
ตวั อย่างเชน่ งานวิจยั ของดวงพร ค�ำนูณวัฒน์ (2555) ในช่วงแรกไดพ้ ฒั นาสมรรถนะการสื่อสาร
สุขภาพของนักส่ือสารสุขภาพ แต่ในช่วงหลัง ดวงพร ได้เสริมสร้างเครือข่ายการสื่อสารของนักส่ือสาร
สุขภาพ ซึ่งมาจากท้ังฟากของนักสุขภาพ และนักส่ือสาร เป้าหมายก็คือ การแลกเปล่ียนความรู้ทักษะที่
แตกตา่ งกนั เมอื่ นกั สอื่ สารมปี ญั หาเรอ่ื งสขุ ภาพกส็ ามารถสอบถามขอ้ มลู กบั นกั สขุ ภาพ และในทางกลบั กนั
นกั สุขภาพเมอื่ มปี ญั หาดา้ นการสือ่ สารกจ็ ะขอคำ� ปรกึ ษาและการสนบั สนุนจากนักส่อื สาร
แม้การสร้างเครือข่ายจะมีข้อดี แต่ก็อาจปัญหาท่ีจะเกิดขึ้นคือ ในบางคร้ังการเข้าร่วมเครือข่ายก็
อาจมไิ ด้มจี ติ สำ� นกึ แต่ด้านบวกดา้ นเดยี ว คอื การชว่ ยเหลือ หรือการมีอดุ มการณร์ ว่ มกนั อาจมบี ้างท่มี า
เพ่ือผลประโยชน์ หรืออาจไม่เข้าใจอุดมการณ์ของกลุ่ม ส่วนน้ีเองจ�ำเป็นต้องใช้การสื่อสารเพ่ือการสร้าง
จติ สำ� นกึ แนวทางการดำ� เนนิ งานอาจทำ� ไดน้ บั ตง้ั แตก่ ารจดั ประชมุ การกจิ กรรมตา่ งๆ การใชเ้ พลง สโลแกน
การสง่ ตอ่ อดุ มการณ์จากรนุ่ สูร่ นุ่ เพอ่ื ให้เครอื ขา่ ยไดต้ ระหนักถึงอดุ มการณ์รว่ มกัน
ด้านท่ีสอง การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับจิตส�ำนึกหรืออุดมการณ์ของเครือข่ายที่ตนสังกัดอยู่
กล่าวคือ เครือข่ายท่ีตนสังกัดนั้นมีเป้าหมายหรือจิตส�ำนึกในด้านใดเป็นพิเศษ จิตส�ำนึกดังกล่าวจะท�ำให้
คนในเครือข่ายมคี วามรู้สึกร่วมกัน เช่น การมจี ติ ส�ำนึกของการทำ� งานเพือ่ สังคม ดงั เช่นเครอื ขา่ ยการกู้ภัย
จิตส�ำนึกของการอนุรักษ์ธรรมชาติในกรณีของเครือข่ายอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม การมีจิตส�ำนึกเร่ืองการไม่ใช้
สารเคมีของเครือขา่ ยเกษตรอินทรยี ์
ในบางกรณเี ครอื ขา่ ยบางแหง่ ทม่ี อี ายยุ นื ยาวนาน กอ็ าจมปี ญั หาวา่ คนรนุ่ ใหมท่ กี่ า้ วเขา้ มาในเครอื
ข่ายอาจมีจิตส�ำนึกที่แตกต่างกันกับคนรุ่นเก่า เช่น คนรุ่นใหม่อาจมองเรื่องผลประโยชน์ ก�ำไรมากกว่า
ทำ� ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างร่นุ จงึ จำ� เป็นตอ้ งปลกุ จติ ส�ำนกึ ใหมส่ ำ� หรบั คนรนุ่ ใหมเ่ พ่อื ให้มีจิตสำ� นกึ ร่วม
กนั กับเครือข่าย
ด้านท่ีสาม ความรู้ท่ีเครือข่ายต้องการ อาจถือได้ว่า เปน็ สิ่งสำ� คญั ทเ่ี ครือข่ายให้ความสนใจซึง่ จะ
มคี วามแตกตา่ งกนั ตามแตล่ ะเครอื ขา่ ย เชน่ หากเปน็ เครอื ขา่ ยสขุ ภาพ ความรทู้ เ่ี ครอื ขา่ ยตอ้ งการกค็ อื เรอ่ื ง
สขุ ภาวะแนวใหม่ ปัญหาสุขภาพ ระบาดวิทยา แตห่ ากเปน็ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ความรู้ทีต่ ้องการกค็ อื
ความรเู้ กยี่ วกบั การตลาด การปลกู พชื ในสว่ นน้ี พระมหาสทุ ติ ย์ อาภากโร (2547) ระบวุ า่ อาจใชเ้ วทแี ลก
เปล่ยี นเรียนรู้ในชุมชน เพื่อใหเ้ กิดกระบวนการจัดการความรู้
อย่างไรก็ตาม ส่ิงส�ำคัญของชุดความรู้คือความรู้ดังกล่าวมักจะเป็นความรู้ที่มีการเปล่ียนแปลง
เคลอ่ื นไหว การรวมตวั กนั ของเครอื ขา่ ยกเ็ พอ่ื ทจ่ี ะพฒั นาศกั ยภาพ และการแลกเปลยี่ นความรทู้ ไ่ี ดเ้ รยี นรมู้ า
ซง่ึ อาจใชก้ ารจดั ประชมุ สมั มนา การสอ่ื สารผา่ นส่อื ใหม่ การจัดการสาธิต เปน็ ตน้
เสรี พงศ์พิศ (2548) ได้ยกตัวอย่างการเรียนรู้ของเครือข่ายของ ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง
จ.นครศรีธรรมราช ซ่ึงท�ำอาชีพสวนยาง แต่พบกับปัญหาราคาสวนยางต่�ำกว่าพื้นท่ีอื่น ชาวบ้านจึงต้อง
รวมตัวกันเพื่อแสวงหาความรู้และทางแก้ไข ด้วยการการดูงานท่ีโรงงานยางเอกชน แม้จะไม่ค่อยได้รับ

