Page 43 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 43
กลยุทธ์การประชาสมั พันธ์ขององคก์ ารไมแ่ สวงหากำ�ไร 6-33
(ไทยรัฐออนไลน์ 14 มีนาคม 2560, จาก https://www.thairath.co.th/news/884740, สืบค้นเม่ือ 8
สิงหาคม 2562) ดังน้ันการขาดแคลนเงินทุนสนับสนุนองค์การฯ จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่จะเป็นอุปสรรคต่อ
การประชาสมั พนั ธ์ ทงั้ การจดั กิจกรรมต่างๆ การสรรหาบุคลากร การจัดหาทรัพยากรประชาสัมพันธ์ และ
ส่งผลต่อการด�ำรงอยู่ขององค์การไม่แสวงหาก�ำไร การระดมทุนจึงเป็นวิธีการส�ำคัญท่ีจะช่วยให้องค์การฯ
มีทรัพยากรมาด�ำเนินงาน โดยเฉพาะเงินทนุ ซงึ่ เปน็ ปจั จัยส�ำคญั ในการบริหารองคก์ ารฯ
2. การสอื่ สารเผยแพรแ่ นวคดิ พนั ธกจิ ความรู้ ขอ้ มลู และขา่ วสารขององคก์ ารฯ แกส่ าธารณชน
การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแนวคิด พันธกิจขององค์การไม่แสวงหาก�ำไรนับเป็นเร่ืองส�ำคัญที่จะสร้าง
ความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับองค์การฯ เพ่ือกอ่ ให้เกดิ ความเชือ่ ถอื ศรัทธา แก่กลุ่มเปา้ หมาย ซึง่ จะนำ� ไปสู่
การไดร้ บั การยอมรบั สนบั สนนุ กจิ กรรมตา่ งๆ ขององคก์ ารฯ ทำ� ใหอ้ งคก์ ารฯเกดิ ความมนั่ คงสามารถดำ� เนนิ
กิจกรรมให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ เช่น สภากาชาดไทยมีคติทัศน์ในการบ�ำบัดทุกข์ บ�ำรุงสุข บ�ำบัด
โรค ก�ำจัดภัย เพ่ือประโยชน์สุขและเป็นท่ีพ่ึงของประชาชน มีพันธกิจรวม 4 ประการ คือ พันธกิจท่ี 1
การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย พันธกิจที่ 2 การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย พันธกิจท่ี 3
การบริการโลหิต และพันธกิจที่ 4 การส่งเสริมคุณภาพชีวิต ทางสภากาชาดไทยจะต้องเผยแพร่พันธกิจ
ขององค์การอย่างสม่ําเสมอเป็นระยะ ซ่ึงจะปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของทางสภากาชาดไทย หรือในสื่อ
ประชาสัมพันธ์ต่างๆ ในการเผยแพร่พันธกิจควรเน้นย้ํามีความต่อเนื่อง/ความถ่ีบ่อยคร้ังในระยะแรกของ
การกอ่ ตงั้ องคก์ ารฯ เนอ่ื งจากประชาชนยงั ไมร่ จู้ กั ไมม่ คี วามเขา้ ใจใดๆ ดงั กรณขี องอทุ ยานเฉลมิ พระเกยี รติ
สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี ซงึ่ ประสบปญั หาการดำ� เนนิ กจิ กรรมในระยะแรกซงึ่ ประชาชนยงั ไมร่ จู้ กั
ไม่รู้ว่าท�ำอะไรจึงส่งผลกระทบต่อจ�ำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม (เต็มเดือน สายะตานันท์, 2548, น. 60)
การประชาสัมพันธ์เผยแพร่แนวคิด พันธกิจจึงเป็นส่ิงส�ำคัญซ่ึงจะต้องด�ำเนินการประชาสัมพันธ์อย่าง
ตอ่ เนอื่ งตลอดเวลา นอกจากการเผยแพรแ่ นวคดิ พนั ธกจิ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนไดท้ �ำความรจู้ กั สรา้ งความเชอื่ ถอื
ศรทั ธากอ่ ใหเ้ กดิ ทศั นคตทิ ด่ี ตี อ่ องคก์ ารฯ แลว้ การประชาสมั พนั ธย์ งั ตอ้ งทำ� หนา้ ทใ่ี หค้ วามรขู้ อ้ มลู ขา่ วสาร
เกี่ยวกบั องคก์ ารฯ อย่างสมํ่าเสมอ สรา้ งความสัมพันธ์อนั ดี ส่งเสริมการมสี ว่ นรว่ ม ปอ้ งกนั ความเขา้ ใจผดิ
และท�ำการส�ำรวจรับทราบความต้องการของประชาชน ซึ่งจะเป็นการสื่อสารสองทางที่ท�ำให้องค์การฯ
สามารถดำ� เนนิ งานใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย กอ่ ใหเ้ กดิ ทศั นคตทิ ด่ี แี กป่ ระชาชนอนั จะนำ� ไปสคู่ วามเชอ่ื ถอื ศรทั ธา
การใหค้ วามร่วมมอื ในกิจกรรมต่างๆ เชน่ สมาคมนักประชาสมั พันธ์แหง่ ประเทศไทย เป็นองคก์ ารทมี่ กี าร
จัดอบรมให้ความรูเ้ กี่ยวกบั งานประชาสัมพันธ์เป็นประจำ� เชน่ การจดั อบรมเทคนิคและศิลปะการพดู ในที่
ชุมชน การฝึกอบรมหลักสูตร การสื่อสารเพื่อการพัฒนาธุรกิจดิจิทัล เป็นต้น ดังนั้นสถาบันฯ ต้อง
ประชาสมั พนั ธใ์ หผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งทราบถงึ กำ� หนดการ รายละเอยี ดกจิ กรรม ความนา่ สนใจของหลกั สตู รเพอื่ เชญิ
ให้ผู้เก่ียวข้องเข้าร่วม การจัดกิจกรรมต่างๆ เหล่าน้ีจะเป็นการสร้างความเช่ือถือศรัทธา การส่งเสริม
ภาพลกั ษณท์ ด่ี ใี นสายตาประชาชน โดยการรบั ทราบขา่ วสารขอ้ มลู วา่ เปน็ องคก์ ารฯทท่ี �ำประโยชนเ์ พอ่ื สงั คม
3. การสร้างภาพลักษณ์ท่ีดีและการป้องกันความเข้าใจผิด การมีภาพลักษณ์ท่ีดีย่อมส่งผลต่อ
ความเชื่อมัน่ ศรทั ธา เชือ่ ถอื ในองค์การฯ ทำ� ให้เกดิ การสนับสนนุ เข้ารว่ มกจิ กรรม และปรารถนาท่จี ะให้
องค์การด�ำรงอยู่เพื่อประโยชน์แกส่ าธารณชนต่อไป เช่น สภากาชาดไทย ซ่ึงกอ่ ต้ังมาตงั้ แต่สมัยรชั กาลที่
5 และสามารถดำ� รงอยจู่ นปจั จบุ นั ในสายตาประชาชนเปน็ องคก์ ารทบ่ี ำ� เพญ็ สาธารณประโยชน์ มกี จิ กรรม

